อื่น ๆ

พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496

วันที่เผยแพร่
31 ต.ค. 2561
ชนิดไฟล์
PDF
ขนาดไฟล์
263.7 KB
จำนวนการเปิดอ่าน
10 ครั้ง

ไฟล์เอกสาร

พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496

PDF · 263.7 KB · 23574118_center.pdf

เปิดหรือดาวน์โหลดไฟล์ เปิดในแท็บใหม่
ข้อความในเอกสาร (สกัดโดยระบบ)

ข้อความต่อไปนี้ระบบดึงจากไฟล์โดยอัตโนมัติ เพื่อช่วยในการเข้าถึงและค้นหา — โปรดอ้างอิงเอกสารฉบับทางการจากไฟล์แนบด้านบน

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
พระราชบัญญัติ 
เทศบาล 
พ.ศ. ๒๔๙๖ 
 
 
 
 
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. 
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๖ 
เป็นปีที่ ๘ ในรัชกาลปัจจุบัน 
 
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า
ฯ ให้ประกาศว่า 
 
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการเทศบาลให้เหมาะสมยิ่งขึ้น 
 
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคําแนะนําและยินยอม
ของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้ 
 
มาตรา ๑  พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖” 
 
มาตรา ๒๑  พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา
นุเบกษาเป็นต้นไป 
 
มาตรา ๓  ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติเทศบาล พุทธศักราช ๒๔๘๖ และบรรดา
กฎหมาย กฎ ข้อบังคับอื่น ๆ ในส่วนที่บัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่งแย้งกับบทแห่ง
พระราชบัญญัตินี้ 
 
มาตรา ๔๒  เมื่อพ้นกําหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทยยก
ฐานะท้องถิ่นใดเป็นเทศบาลเมืองหรือเทศบาลนครแล้ว ห้ามมิให้ใช้กฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครอง
ท้องที่ในส่วนที่บัญญัติถึงการแต่งตั้งกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจําตําบล และ
สารวัตรกํานันในท้องถิ่นนั้น และให้บรรดาบุคคลที่เป็นกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์
ประจําตําบล และสารวัตรกํานันพ้นจากตําแหน่งและหน้าที่เฉพาะในเขตท้องถิ่นนั้น 
ในเขตเทศบาลตําบลใด ถ้าหมดความจําเป็นที่จะต้องมีตําแหน่งกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน 
ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจําตําบล หรือสารวัตรกํานัน ให้รัฐมนตรีประกาศยกเลิกตําแหน่งดังกล่าว
ในราชกิจจานุเบกษา 
 
มาตรา ๕  ให้เทศบาลที่ได้จัดตั้งขึ้นแล้วในวันใช้พระราชบัญญัตินี้ คงมีฐานะเป็น
เทศบาลตําบล เทศบาลเมือง และเทศบาลนคร ตามที่เป็นอยู่ แล้วแต่กรณี มีอํานาจหน้าที่และอยู่ใน
บังคับแห่งพระราชบัญญัตินี้ 
                                                 
๑ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๐/ตอนที่ ๑๔/หน้า ๒๒๒/๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๖ 
๒ มาตรา ๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
- ๒ - 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
 
มาตรา ๖  บรรดาเทศบัญญัติที่ได้ออกโดยอาศัยอํานาจตามพระราชบัญญัติจัด
ระเบียบเทศบาล พุทธศักราช ๒๔๗๖ พระราชบัญญัติเทศบาล พุทธศักราช ๒๔๘๑ และ
พระราชบัญญัติเทศบาล พุทธศักราช ๒๔๘๖ หรือโดยอาศัยอํานาจตามกฎหมายอื่น ให้คงใช้บังคับได้ 
ในกรณีที่ผู้กระทําผิดเทศบัญญัติดังกล่าวในวรรคก่อนไม่ชําระค่าปรับ ให้นํา
บทบัญญัติมาตรา ๖๐ วรรคท้ายแห่งพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับ 
 
ส่วนที่ ๑ 
การจัดตั้งเทศบาล 
 
 
 
 
มาตรา ๗  เมื่อท้องถิ่นใดมีสภาพอันสมควรยกฐานะเป็นเทศบาล ให้จัดตั้งท้องถิ่น
นั้น ๆ เป็นเทศบาลตําบล เทศบาลเมือง หรือเทศบาลนคร ตามพระราชบัญญัตินี้ 
ให้เทศบาลเป็นทบวงการเมือง มีอํานาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้และกฎหมาย
อื่น 
 
มาตรา ๘๓  เมื่อมีการจัดตั้งเทศบาลตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายว่าด้วยสภา
ตําบลและองค์การบริหารส่วนตําบล ให้เลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีตามกฎหมาย
ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้จัดตั้งเป็น
เทศบาล 
ในระหว่างที่ไม่มีนายกเทศมนตรี ให้ปลัดองค์การบริหารส่วนตําบลซึ่งดํารงตําแหน่ง
อยู่ก่อนวันที่จัดตั้งเทศบาลปฏิบัติหน้าที่ปลัดเทศบาล และให้ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีเท่าที่จํา
เป็นได้เป็นการชั่วคราว จนถึงวันประกาศผลการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี 
 
มาตรา ๙๔  เทศบาลตําบล ได้แก่ ท้องถิ่นซึ่งมีประกาศกระทรวงมหาดไทยยกฐานะ
ขึ้นเป็นเทศบาลตําบล ประกาศกระทรวงมหาดไทยนั้นให้ระบุชื่อและเขตเทศบาลไว้ด้วย 
 
มาตรา ๑๐๕  เทศบาลเมือง ได้แก่ ท้องถิ่นอันเป็นที่ตั้งศาลากลางจังหวัด หรือ
ท้องถิ่นชุมนุมชนที่มีราษฎรตั้งแต่หนึ่งหมื่นคนขึ้นไป ทั้งมีรายได้พอควรแก่การที่จะปฏิบัติหน้าที่อัน
ต้องทําตามพระราชบัญญัตินี้ และซึ่งมีประกาศกระทรวงมหาดไทยยกฐานะเป็นเทศบาลเมือง 
ประกาศกระทรวงมหาดไทยนั้นให้ระบุชื่อและเขตของเทศบาลไว้ด้วย 
 
มาตรา ๑๑๖  เทศบาลนคร ได้แก่ ท้องถิ่นชุมนุมชนที่มีราษฎรตั้งแต่ห้าหมื่นคนขึ้นไป 
ทั้งมีรายได้พอควรแก่การที่จะปฏิบัติหน้าที่อันต้องทําตามพระราชบัญญัตินี้ และซึ่งมีประกาศ
กระทรวงมหาดไทยยกฐานะเป็นเทศบาลนคร ประกาศกระทรวงมหาดไทยนั้นให้ระบุชื่อและเขตของ
เทศบาลไว้ด้วย 
                                                 
๓ มาตรา ๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๔ มาตรา ๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๕ มาตรา ๑๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๖ มาตรา ๑๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
- ๓ - 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
 
มาตรา ๑๒๗  ภายใต้บังคับมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ การเปลี่ยนชื่อ
เทศบาลหรือการเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาล ให้กระทําโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย 
ในกรณีที่เป็นการเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลเมืองหรือเทศบาลนคร ให้กํานัน 
ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจําตําบล และสารวัตรกํานัน ในท้องถิ่นที่ได้เปลี่ยนแปลงเขต
เป็นเทศบาลตามความในวรรคหนึ่งสิ้นสุดอํานาจหน้าที่เฉพาะในเขตที่ได้เปลี่ยนแปลงนั้นเมื่อพ้น
กําหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่ประกาศกระทรวงมหาดไทยเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลใช้บังคับเป็นต้นไป 
 
มาตรา ๑๓๘  ภายใต้บังคับมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๒ 
ท้องถิ่นซึ่งได้ยกฐานะเป็นเทศบาลแล้วอาจถูกเปลี่ยนแปลงฐานะหรือยุบเลิกได้โดยทําเป็นประกาศ
กระทรวงมหาดไทย 
ท้องถิ่นที่ได้เปลี่ยนแปลงฐานะตามความในวรรคหนึ่ง ให้พ้นจากสภาพแห่งเทศบาล
เดิมนับแต่วันที่ได้ถูกเปลี่ยนแปลงฐานะเป็นต้นไป บรรดาทรัพย์สิน หนี้ สิทธิ และสิทธิเรียกร้องของ
เทศบาลเดิมให้โอนไปเป็นของเทศบาลใหม่ในขณะเดียวกันนั้น และบรรดาเทศบัญญัติที่ได้ใช้บังคับอยู่
ก่อนแล้วคงให้ใช้บังคับต่อไป 
ในการยุบเลิกเทศบาล ให้ระบุถึงวิธีการจัดทรัพย์สินไว้ในประกาศ
กระทรวงมหาดไทยนั้นด้วย 
 
ส่วนที่ ๒ 
องค์การเทศบาล 
 
 
 
 
มาตรา ๑๔๙  องค์การเทศบาลประกอบด้วยสภาเทศบาล และนายกเทศมนตรี 
 
บทที่ ๑ 
สภาเทศบาล 
 
 
 
 
มาตรา ๑๕๑๐  สภาเทศบาลประกอบด้วยสมาชิกสภาเทศบาลซึ่งมาจากการเลือกตั้ง
โดยตรงของประชาชนตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นตาม
จํานวน ดังต่อไปนี้ 
(๑) สภาเทศบาลตําบล ประกอบด้วยสมาชิกจํานวนสิบสองคน 
(๒) สภาเทศบาลเมือง ประกอบด้วยสมาชิกจํานวนสิบแปดคน 
(๓) สภาเทศบาลนคร ประกอบด้วยสมาชิกจํานวนยี่สิบสี่คน 
ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาล นอกจากต้องมีคุณสมบัติและไม่มี
ลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นแล้ว จะต้อง
                                                 
๗ มาตรา ๑๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๘ มาตรา ๑๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๙ มาตรา ๑๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๑๐ มาตรา ๑๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
- ๔ - 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
ไม่เป็นผู้ที่พ้นจากตําแหน่งสมาชิกสภาท้องถิ่น คณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น รองผู้บริหาร
ท้องถิ่นหรือที่ปรึกษาหรือเลขานุการของผู้บริหารท้องถิ่น เพราะเหตุมีส่วนได้เสียไม่ว่าทางตรงหรือ
ทางอ้อมในสัญญาหรือกิจการที่กระทํากับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยังไม่ถึงห้าปีนับถึงวันรับสมัคร
เลือกตั้ง 
ในกรณีที่ตําแหน่งสมาชิกสภาเทศบาลว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใดและยังมิได้มีการ
เลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลขึ้นแทนตําแหน่งที่ว่าง ให้สภาเทศบาลประกอบด้วยสมาชิกสภาเทศบาล
เท่าที่มีอยู่ 
 
มาตรา ๑๖๑๑  สมาชิกสภาเทศบาลให้อยู่ในตําแหน่งได้คราวละสี่ปีนับแต่วันเลือกตั้ง 
ถ้าตําแหน่งสมาชิกสภาเทศบาลว่างลงเพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราวออกตามวาระหรือมีการยุบสภา 
ให้เลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลขึ้นแทนตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือ
ผู้บริหารท้องถิ่น 
สมาชิกสภาเทศบาลผู้เข้ามาแทนให้อยู่ในตําแหน่งได้เพียงเท่าวาระของผู้ซึ่งตนแทน 
 
มาตรา ๑๗  ก่อนเข้ารับหน้าที่ สมาชิกสภาเทศบาลต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมสภา
เทศบาลว่า จะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทั้งจะซื่อสัตย์สุจริตและ
ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของท้องถิ่น 
 
มาตรา ๑๘  สมาชิกสภาเทศบาลย่อมเป็นผู้แทนของปวงชนในเขตเทศบาลนั้น และ
ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามความเห็นของตนโดยบริสุทธิ์ใจ ไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมายใด ๆ 
 
มาตรา ๑๘ ทวิ๑๒  สมาชิกสภาเทศบาลต้องไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรง
หรือทางอ้อมในสัญญาที่เทศบาลนั้นเป็นคู่สัญญาหรือในกิจการที่กระทําให้แก่เทศบาลนั้น หรือที่
เทศบาลนั้นจะกระทํา 
 
มาตรา ๑๙๑๓  สมาชิกภาพของสมาชิกสภาเทศบาลสิ้นสุดลงเมื่อ 
(๑) ถึงคราวออกตามวาระ หรือมีการยุบสภาเทศบาล 
(๒) ตาย 
(๓) ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกต่อผู้ว่าราชการจังหวัด 
(๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๕ วรรคสอง 
(๕) ขาดประชุมสภาเทศบาลสามครั้งติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร 
(๖) กระทําการอันต้องห้ามตามมาตรา ๑๘ ทวิ 
(๗) สภาเทศบาลมีมติให้พ้นจากตําแหน่ง โดยเห็นว่ามีความประพฤติในทางที่จะ
นํามาซึ่งความเสื่อมเสียหรือก่อความไม่สงบเรียบร้อยแก่เทศบาลหรือกระทําการอันเสื่อมเสีย
ประโยชน์ของสภาเทศบาล โดยมีสมาชิกสภาเทศบาลจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจํานวน
สมาชิกสภาเทศบาลทั้งหมดเท่าที่มีอยู่เข้าชื่อเสนอให้สภาเทศบาลพิจารณา และมติดังกล่าวต้องมี
                                                 
๑๑ มาตรา ๑๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๑๒ มาตรา ๑๘ ทวิ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๑๓ มาตรา ๑๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
- ๕ - 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
คะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจํานวนสมาชิกสภาเทศบาลทั้งหมดเท่าที่มีอยู่  ทั้งนี้ ให้สมาชิก
ภาพสิ้นสุดลงนับแต่วันที่สภาเทศบาลมีมติ 
(๘) ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเทศบาลมีจํานวนไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจํานวนผู้
มีสิทธิเลือกตั้งที่มาลงคะแนนเสียง เห็นว่าสมาชิกสภาเทศบาลผู้ใดไม่สมควรดํารงตําแหน่งต่อไปตาม
กฎหมายว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 
เมื่อมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสมาชิกภาพของสมาชิกสภาเทศบาลผู้ใดสิ้นสุดลงตาม (๔) (๕) 
หรือ (๖) ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสอบสวนและวินิจฉัยโดยเร็ว คําวินิจฉัยของผู้ว่าราชการจังหวัดให้เป็น
ที่สุด 
ในกรณีที่สมาชิกภาพของสมาชิกสภาเทศบาลสิ้นสุดลงตาม (๘) พร้อมกันทั้งหมดให้
ถือว่าเป็นการยุบสภาเทศบาล 
 
มาตรา ๒๐  สภาเทศบาลมีประธานสภาคนหนึ่ง และรองประธานสภาคนหนึ่ง ซึ่ง
ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งจากสมาชิกสภาเทศบาลตามมติของสภาเทศบาล 
ประธานสภาเทศบาลและรองประธานสภาเทศบาลดํารงตําแหน่งจนครบอายุของ
สภาเทศบาล๑๔ 
 
มาตรา ๒๐ ทวิ๑๕  นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามมาตรา ๒๐ วรรคสอง 
ประธานสภาเทศบาลและรองประธานสภาเทศบาลพ้นจากตําแหน่งเมื่อ 
(๑) ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกต่อผู้ว่าราชการจังหวัด 
(๒) สิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิกสภาเทศบาล 
(๓) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งให้พ้นจากตําแหน่งตามมาตรา ๗๓ 
(๔) สภาเทศบาลมีมติให้พ้นจากตําแหน่ง โดยเห็นว่ามีความประพฤติในทางที่จะ
นํามาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ศักดิ์ตําแหน่งหรือสภาเทศบาล ปฏิบัติการฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือ
สวัสดิภาพของประชาชน หรือละเลยไม่ปฏิบัติการหรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอํานาจหน้าที่ โดยมี
สมาชิกสภาเทศบาลจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจํานวนสมาชิกสภาเทศบาลทั้งหมดเท่าที่มีอยู่
เข้าชื่อเสนอให้สภาเทศบาลพิจารณา และมติดังกล่าวต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของ
จํานวนสมาชิกสภาเทศบาลทั้งหมดเท่าที่มีอยู่  ทั้งนี้ ให้พ้นจากตําแหน่งนับแต่วันที่สภาเทศบาลมีมติ 
ผู้ซึ่งพ้นจากตําแหน่งประธานสภาเทศบาลหรือรองประธานสภาเทศบาลตาม (๓) 
หรือ (๔) จะดํารงตําแหน่งประธานสภาเทศบาลหรือรองประธานสภาเทศบาลอีกไม่ได้ตลอดอายุของ
สภาเทศบาลนั้น 
ให้ประธานสภาเทศบาล หรือรองประธานสภาเทศบาลที่ได้รับเลือกใหม่อยู่ใน
ตําแหน่งตามวาระของผู้ซึ่งตนแทน 
 
มาตรา ๒๐ ตรี๑๖  ในกรณีที่ตําแหน่งประธานสภาเทศบาลหรือรองประธานสภา
เทศบาลว่างลงเพราะเหตุใดเหตุหนึ่งตามมาตรา ๒๐ ทวิ ให้สภาเทศบาลเลือกสมาชิกสภาเทศบาลขึ้น
แทนตําแหน่งที่ว่างภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ตําแหน่งว่างลง 
                                                 
๑๔ มาตรา ๒๐ วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๑๕ มาตรา ๒๐ ทวิ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
- ๖ - 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
 
มาตรา ๒๑  ประธานสภาเทศบาล มีหน้าที่ดําเนินกิจการของสภาเทศบาลให้เป็นไป
ตามระเบียบข้อบังคับการประชุมสภาเทศบาล 
รองประธานสภาเทศบาล มีหน้าที่กระทํากิจการแทนประธานสภาเทศบาลในเมื่อ
ประธานสภาเทศบาลไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ 
 
มาตรา ๒๒  ในเมื่อประธานและรองประธานสภาเทศบาลไม่อยู่ในที่ประชุม ให้
สมาชิกสภาเทศบาลเลือกตั้งกันเองเป็นประธานเฉพาะในคราวประชุมนั้น 
 
มาตรา ๒๓  ให้กระทรวงมหาดไทยวางระเบียบข้อบังคับการประชุมสภาเทศบาลไว้ 
 
มาตรา ๒๔๑๗  ในปีหนึ่งให้มีสมัยประชุมสามัญสี่สมัย สมัยประชุมสามัญครั้งแรกและ
วันเริ่มประชุมสมัยสามัญประจําปีให้สภาเทศบาลกําหนด 
ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องกําหนดให้สมาชิกสภาเทศบาลได้มาประชุมสภาเทศบาลครั้ง
แรกภายในสิบห้าวันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลครบตามจํานวนแล้ว และให้
ที่ประชุมเลือกประธานสภาเทศบาลและรองประธานสภาเทศบาล 
กรณีที่สภาเทศบาลไม่อาจจัดให้มีการประชุมครั้งแรกได้ตามกําหนดเวลาในวรรค
สอง หรือมีการประชุมสภาเทศบาลแต่ไม่อาจเลือกประธานสภาเทศบาลได้ ผู้ว่าราชการจังหวัดอาจ
เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มีคําสั่งยุบสภาเทศบาล 
สมัยประชุมสามัญสมัยหนึ่ง ๆ ให้มีกําหนดไม่เกินสามสิบวัน แต่ถ้าจะขยายเวลา
ออกไปอีกจะต้องได้รับอนุญาตจากผู้ว่าราชการจังหวัด 
 
มาตรา ๒๕  โดยปกติให้ประธานสภาเทศบาลเป็นผู้เรียกประชุมสภาเทศบาลตาม
สมัยประชุม และเป็นผู้เปิดหรือปิดประชุม 
ในกรณีที่ยังไม่มีประธานสภาเทศบาล หรือประธานสภาเทศบาลไม่เรียกประชุมตาม
กฎหมาย ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้เรียกประชุมและเป็นผู้เปิดหรือปิดประชุม 
 
มาตรา ๒๖  นอกจากสมัยประชุมสามัญแล้ว เมื่อเห็นว่าเป็นการจําเป็นเพื่อ
ประโยชน์แห่งเทศบาล ประธานสภาเทศบาลก็ดี หรือนายกเทศมนตรีก็ดี หรือสมาชิกสภาเทศบาลมี
จํานวนไม่ต่ํากว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกที่อยู่ในตําแหน่งก็ดี อาจทําคําร้องยื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัด
ขอให้เปิดประชุมวิสามัญให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณา ถ้าเห็นสมควรก็ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเรียก
ประชุมวิสามัญได้ 
สมัยประชุมวิสามัญให้มีกําหนดไม่เกินสิบห้าวัน แต่ถ้าจะขยายเวลาออกไปอีก 
จะต้องได้รับอนุญาตจากผู้ว่าราชการจังหวัด 
 
มาตรา ๒๗๑๘  การประชุมสภาเทศบาล ต้องมีสมาชิกสภาเทศบาลมาประชุมไม่น้อย
กว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ จึงจะเป็นองค์ประชุม 
                                                                                                                                            
๑๖ มาตรา ๒๐ ตรี เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๔๓ 
๑๗ มาตรา ๒๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
- ๗ - 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
 
มาตรา ๒๘  การลงมติวินิจฉัยข้อปรึกษานั้น ให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นประมาณ 
เว้นแต่จะมีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นในพระราชบัญญัตินี้ 
สมาชิกสภาเทศบาลคนหนึ่งย่อมมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้ามีจํานวนลงเสียง
ลงคะแนนเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นได้อีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด 
 
มาตรา ๒๙  ห้ามมิให้สภาเทศบาลประชุมปรึกษาหารือในเรื่องนอกเหนืออํานาจ
หน้าที่ หรือเรื่องที่ฝ่าฝืนกฎหมาย หรือเรื่องการเมืองแห่งรัฐ 
 
มาตรา ๓๐  การประชุมของสภาเทศบาลย่อมเป็นการเปิดเผยตามลักษณะที่จะได้
กําหนดไว้ในระเบียบข้อบังคับการประชุมสภาเทศบาล 
เมื่อนายกเทศมนตรี หรือสมาชิกสภาเทศบาลรวมกันไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของ
จํานวนสมาชิกที่มาประชุมร้องขอให้ทําการประชุมลับ ก็ให้ประธานสภาเทศบาลดําเนินการประชุมลับ
ได้ โดยไม่ต้องขอมติที่ประชุม๑๙ 
 
มาตรา ๓๑๒๐  ในที่ประชุมสภาเทศบาล สมาชิกสภาเทศบาลมีสิทธิตั้งกระทู้ถาม
นายกเทศมนตรีหรือรองนายกเทศมนตรีในข้อความใด ๆ อันเกี่ยวกับการงานในหน้าที่ได้ แต่
นายกเทศมนตรีหรือรองนายกเทศมนตรีมีสิทธิที่จะไม่ตอบ เมื่อเห็นว่าข้อความนั้น ๆ ยังไม่ควรเปิดเผย
เพราะเกี่ยวกับความปลอดภัยหรือประโยชน์สําคัญของเทศบาล 
 
มาตรา ๓๒๒๑  สภาเทศบาลมีอํานาจเลือกสมาชิกสภาเทศบาลตั้งเป็นคณะกรรมการ
สามัญของสภาเทศบาล และมีอํานาจเลือกบุคคลผู้เป็นหรือมิได้เป็นสมาชิกตั้งเป็นคณะกรรมการ
วิสามัญของสภาเทศบาล เพื่อกระทํากิจการหรือพิจารณาสอบสวนหรือศึกษาเรื่องใด ๆ อันอยู่ใน
อํานาจหน้าที่ของสภาเทศบาล แล้วรายงานต่อสภาเทศบาล 
ในการตั้งคณะกรรมการวิสามัญตามวรรคหนึ่ง นายกเทศมนตรีมีสิทธิเสนอชื่อบุคคล
ผู้เป็นหรือมิได้เป็นสมาชิก เพื่อให้สภาเทศบาลแต่งตั้งเป็นกรรมการในคณะกรรมการวิสามัญได้ไม่เกิน
หนึ่งในสี่ของจํานวนกรรมการทั้งหมด 
คณะกรรมการที่สภาเทศบาลตั้งขึ้นตามวรรคหนึ่ง จะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อ
พิจารณาหรือปฏิบัติการในเรื่องใดเรื่องหนึ่งตามที่คณะกรรมการมอบหมายก็ได้ 
 
มาตรา ๓๒ ทวิ๒๒  ในกรณีกิจการอื่นใดอาจกระทบถึงประโยชน์ได้เสียของเทศบาล
หรือประชาชนในท้องถิ่น สมาชิกสภาเทศบาลจํานวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่
หรือนายกเทศมนตรีอาจเสนอต่อประธานสภาเทศบาลเพื่อให้มีการออกเสียงประชามติในท้องถิ่นได้ 
และประกาศให้ประชาชนทราบ 
                                                                                                                                            
๑๘ มาตรา ๒๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๔๓ 
๑๙ มาตรา ๓๐ วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๒๐ มาตรา ๓๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๒๑ มาตรา ๓๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๔๓ 
๒๒ มาตรา ๓๒ ทวิ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
- ๘ - 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
การออกเสียงประชามติต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ในการขอปรึกษาความเห็นของ
ประชาชนว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกิจการสําคัญในเรื่องใดเรื่องหนึ่งตามวรรคหนึ่ง ซึ่งมิใช่เรื่องที่
ขัดหรือแย้งต่อกฎหมาย การออกเสียงประชามติที่เกี่ยวกับตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือคณะบุคคลใด
คณะบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะจะกระทํามิได้ 
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลย่อมมีสิทธิออกเสียงประชามติ 
การออกเสียงประชามติตามมาตรานี้ให้มีผลเป็นเพียงการให้คําปรึกษาแก่สภา
เทศบาลหรือนายกเทศมนตรีในเรื่องนั้น 
หลักเกณฑ์และวิธีการออกเสียงประชามติให้เป็นไปตามกฎหมายประกอบ
รัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ 
 
มาตรา ๓๓  การประชุมคณะกรรมการตามมาตรา ๓๒ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่
ต่ํากว่ากึ่งจํานวนของจํานวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม 
ระเบียบการประชุมของคณะกรรมการให้ใช้ระเบียบข้อบังคับการประชุมสภา
เทศบาลโดยอนุโลม 
 
มาตรา ๓๔๒๓  (ยกเลิก) 
 
มาตรา ๓๕๒๔  (ยกเลิก) 
 
บทที่ ๒ 
คณะเทศมนตรี๒๕ 
 
 
 
 
มาตรา ๓๖๒๖  (ยกเลิก) 
 
มาตรา ๓๗๒๗  (ยกเลิก) 
 
มาตรา ๓๘๒๘  (ยกเลิก) 
 
มาตรา ๓๙๒๙  (ยกเลิก) 
 
มาตรา ๔๐๓๐  (ยกเลิก) 
                                                 
๒๓ มาตรา ๓๔ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๒๔ มาตรา ๓๕ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๒๕ บทที่ ๒ คณะเทศมนตรี มาตรา ๓๖ ถึง มาตรา ๔๘ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติเทศบาล 
(ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๒๖ มาตรา ๓๖ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๒๗ มาตรา ๓๗ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๒๘ มาตรา ๓๘ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๒๙ มาตรา ๓๙ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๓๐ มาตรา ๔๐ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
- ๙ - 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
 
มาตรา ๔๑๓๑  (ยกเลิก) 
 
มาตรา ๔๒๓๒  (ยกเลิก) 
 
มาตรา ๔๓๓๓  (ยกเลิก) 
 
มาตรา ๔๔๓๔  (ยกเลิก) 
 
มาตรา ๔๕๓๕  (ยกเลิก) 
 
มาตรา ๔๖๓๖  (ยกเลิก) 
 
มาตรา ๔๗๓๗  (ยกเลิก) 
 
มาตรา ๔๘๓๘  (ยกเลิก) 
 
บทที่ ๒ ทวิ 
นายกเทศมนตรี๓๙ 
 
 
 
 
มาตรา ๔๘ ทวิ๔๐  ให้เทศบาลมีนายกเทศมนตรีคนหนึ่งซึ่งมาจากการเลือกตั้ง
โดยตรงของประชาชนตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 
 
มาตรา ๔๘ ตรี๔๑  (ยกเลิก) 
 
มาตรา ๔๘ จัตวา๔๒  (ยกเลิก) 
 
                                                 
๓๑ มาตรา ๔๑ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๓๒ มาตรา ๔๒ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๓๓ มาตรา ๔๓ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๓๔ มาตรา ๔๔ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๓๕ มาตรา ๔๕ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๓๖ มาตรา ๔๖ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๓๗ มาตรา ๔๗ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๓๘ มาตรา ๔๘ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๓๙ บทที่ ๒ ทวิ นายกเทศมนตรี มาตรา ๔๘ ทวิ ถึง มาตรา ๔๘ ปัญจวีสติ เพิ่มโดย
พระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๔๓ 
๔๐ มาตรา ๔๘ ทวิ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๔๑ มาตรา ๔๘ ตรี ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๔๒ มาตรา ๔๘ จัตวา ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
- ๑๐ -
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
มาตรา ๔๘ เบญจ๔๓  บุคคลผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีต้องมี
คุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหาร
ท้องถิ่น และต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ ด้วย 
(๑) มีอายุไม่ต่ํากว่าสามสิบปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง 
(๒) สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า หรือเคยเป็นสมาชิกสภา
ท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมาชิกรัฐสภา 
(๓) ไม่เป็นผู้ที่พ้นจากตําแหน่งสมาชิกสภาท้องถิ่น คณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือ
ผู้บริหารท้องถิ่น รองผู้บริหารท้องถิ่น หรือที่ปรึกษาหรือเลขานุการของผู้บริหารท้องถิ่น เพราะเหตุมี
ส่วนได้เสียไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญาที่กระทํากับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยังไม่ถึงห้าปี
นับถึงวันรับสมัครเลือกตั้ง 
(๔) เคยเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ซึ่งถูกให้พ้นจากตําแหน่ง
เนื่องจากกระทําการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ 
 
มาตรา ๔๘ ฉ๔๔  (ยกเลิก) 
 
มาตรา ๔๘ สัตต๔๕  ให้นายกเทศมนตรีดํารงตําแหน่งนับตั้งแต่วันเลือกตั้ง และมี
ระยะการดํารงตําแหน่งคราวละสี่ปีนับแต่วันเลือกตั้ง 
 
มาตรา ๔๘ อัฏฐ๔๖  นายกเทศมนตรีอาจแต่งตั้งรองนายกเทศมนตรีซึ่งมิใช่สมาชิก
สภาเทศบาลเป็นผู้ช่วยเหลือในการบริหารราชการของเทศบาลตามที่นายกเทศมนตรีมอบหมายได้
ตามเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ 
(๑) เทศบาลตําบล ให้แต่งตั้งรองนายกเทศมนตรีได้ไม่เกินสองคน 
(๒) เทศบาลเมือง ให้แต่งตั้งรองนายกเทศมนตรีได้ไม่เกินสามคน 
(๓) เทศบาลนคร ให้แต่งตั้งรองนายกเทศมนตรีได้ไม่เกินสี่คน 
นายกเทศมนตรีอาจแต่งตั้งที่ปรึกษานายกเทศมนตรีและเลขานุการนายกเทศมนตรี
ซึ่งมิใช่สมาชิกสภาเทศบาลได้ โดยในกรณีเทศบาลตําบลให้แต่งตั้งได้จํานวนรวมกันไม่เกินสองคน ใน
กรณีเทศบาลเมืองให้แต่งตั้งได้จํานวนรวมกันไม่เกินสามคน และในกรณีเทศบาลนครให้แต่งตั้งได้
จํานวนรวมกันไม่เกินห้าคน 
 
มาตรา ๔๘ นว๔๗  รองนายกเทศมนตรีต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม
มาตรา ๔๘ เบญจ 
 
                                                 
๔๓ มาตรา ๔๘ เบญจ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๔๔ มาตรา ๔๘ ฉ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๔๕ มาตรา ๔๘ สัตต แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๕๒ 
๔๖ มาตรา ๔๘ อัฎฐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๔๗ มาตรา ๔๘ นว แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
- ๑๑ -
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
มาตรา ๔๘ ทศ๔๘  ก่อนนายกเทศมนตรีเข้ารับหน้าที่ ให้ประธานสภาเทศบาลเรียก
ประชุมสภาเทศบาลเพื่อให้นายกเทศมนตรีแถลงนโยบายต่อสภาเทศบาล โดยไม่มีการลงมติ  ทั้งนี้ 
ภายในสามสิบวันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี 
กรณีที่ไม่มีผู้ดํารงตําแหน่งประธานสภาเทศบาลและรองประธานสภาเทศบาลหรือ
สภาเทศบาลถูกยุบตามมาตรา ๒๔ หากมีกรณีที่สําคัญและจําเป็นเร่งด่วนซึ่งปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะ
กระทบต่อประโยชน์สําคัญของราชการหรือราษฎร นายกเทศมนตรีจะดําเนินการไปพลางก่อนเท่าที่
จําเป็นก็ได้ เมื่อได้มีการเลือกประธานสภาเทศบาลแล้วให้ประธานสภาเทศบาลเรียกประชุมสภา
เทศบาลเพื่อให้นายกเทศมนตรีแถลงนโยบายโดยไม่มีการลงมติภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการเลือก
ประธานสภาเทศบาล 
การประชุมเพื่อแถลงนโยบายของนายกเทศมนตรีให้กระทําโดยเปิดเผย โดย
นายกเทศมนตรีต้องจัดทํานโยบายเป็นลายลักษณ์อักษรแจกให้สมาชิกสภาเทศบาลทุกคนที่มาประชุม
ด้วย 
หากนายกเทศมนตรีไม่สามารถแถลงนโยบายต่อสภาเทศบาลได้ ให้ผู้ว่าราชการ
จังหวัดแจ้งให้นายกเทศมนตรีจัดทํานโยบายแจ้งเป็นหนังสือส่งให้สมาชิกสภาเทศบาลทุกคนภายใน
เจ็ดวัน โดยให้นําวิธีการแจ้งคําสั่งทางปกครองเป็นหนังสือตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทาง
ปกครองมาใช้บังคับโดยอนุโลม ในกรณีเช่นนี้ให้ถือว่านายกเทศมนตรีได้แถลงนโยบายต่อสภาเทศบาล
แล้ว 
ให้นายกเทศมนตรีจัดทํารายงานแสดงผลการปฏิบัติงานตามนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อ
สภาเทศบาลเป็นประจําทุกปี 
คําแถลงนโยบายของนายกเทศมนตรีและรายงานแสดงผลการปฏิบัติงานให้ประกาศ
ไว้โดยเปิดเผยที่สํานักงานเทศบาลด้วย 
 
มาตรา ๔๘ เอกาทศ๔๙  นายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี หรือผู้ซึ่ง
นายกเทศมนตรีมอบหมาย มีสิทธิเข้าประชุมสภาเทศบาลและมีสิทธิแถลงข้อเท็จจริงตลอดจนแสดง
ความคิดเห็นเกี่ยวกับงานในหน้าที่ของตนต่อที่ประชุม แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน 
 
มาตรา ๔๘ ทวาทศ๕๐  สมาชิกจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจํานวนสมาชิก
เท่าที่มีอยู่มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมสภาเทศบาลเพื่อให้นายกเทศมนตรี
แถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็นในปัญหาอันเกี่ยวกับการบริหารราชการเทศบาลโดยไม่มีการลง
มติ 
ญัตติตามวรรคหนึ่งให้ยื่นต่อประธานสภาเทศบาล และให้ประธานสภาเทศบาล
กําหนดวันสําหรับการอภิปรายทั่วไป ซึ่งต้องไม่เร็วกว่าห้าวันและไม่ช้ากว่าสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับ
ญัตติ แล้วแจ้งให้นายกเทศมนตรีทราบ 
 
มาตรา ๔๘ เตรส๕๑  นายกเทศมนตรีมีอํานาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ 
                                                 
๔๘ มาตรา ๔๘ ทศ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๔๙ มาตรา ๔๘ เอกาทศ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๔๓ 
๕๐ มาตรา ๔๘ ทวาทศ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๔๓ 
๕๑ มาตรา ๔๘ เตรส เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๔๓ 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
- ๑๒ -
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
(๑)๕๒ กําหนดนโยบายโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย และรับผิดชอบในการบริหารราชการ
ของเทศบาลให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ เทศบัญญัติ และนโยบาย 
(๒) สั่ง อนุญาต และอนุมัติเกี่ยวกับราชการของเทศบาล 
(๓) แต่งตั้งและถอดถอนรองนายกเทศมนตรี ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี และ
เลขานุการนายกเทศมนตรี 
(๔) วางระเบียบเพื่อให้งานของเทศบาลเป็นไปด้วยความเรียบร้อย 
(๕) รักษาการให้เป็นไปตามเทศบัญญัติ 
(๖) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้และกฎหมายอื่น 
มาตรา ๔๘ จตุทศ๕๓  นายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี ที่ปรึกษา
นายกเทศมนตรี และเลขานุการนายกเทศมนตรี ต้องไม่กระทําการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ 
(๑) ดํารงตําแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่อื่นใดในส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือ
รัฐวิสาหกิจ เว้นแต่ตําแหน่งที่ดํารงตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย 
(๒) รับเงินหรือประโยชน์ใด ๆ เป็นพิเศษจากส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือ
รัฐวิสาหกิจ นอกเหนือไปจากที่ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ ปฏิบัติกับบุคคลใน
ธุรกิจการงานตามปกติ 
(๓) เป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญาที่เทศบาลนั้นเป็น
คู่สัญญา หรือในกิจการที่กระทําให้แก่เทศบาลนั้น หรือที่เทศบาลนั้นจะกระทํา๕๔ 
บทบัญญัติตามมาตรานี้มิให้ใช้บังคับกับกรณีที่บุคคลดังกล่าวตามวรรคหนึ่งได้รับเบี้ย
หวัดบําเหน็จบํานาญหรือเงินปีพระบรมวงศานุวงศ์ หรือเงินอื่นใดในลักษณะเดียวกัน และมิให้ใช้
บังคับกับกรณีที่บุคคลดังกล่าวตามวรรคหนึ่งรับเงินตอบแทนค่าเบี้ยประชุมหรือเงินอื่นใดเนื่องจากการ
ดํารงตําแหน่งกรรมาธิการของรัฐสภาหรือวุฒิสภาหรือสภาผู้แทนราษฎรหรือสภาเทศบาลหรือสภา
ท้องถิ่นอื่น หรือกรรมการที่มีกฎหมายบัญญัติให้เป็นโดยตําแหน่ง 
 
มาตรา ๔๘ ปัญจทศ๕๕  นายกเทศมนตรีพ้นจากตําแหน่งเมื่อ 
(๑) ถึงคราวออกตามวาระ 
(๒) ตาย 
(๓) ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกต่อผู้ว่าราชการจังหวัด 
(๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๔๘ เบญจ 
(๕) กระทําการฝ่าฝืนมาตรา ๔๘ จตุทศ 
(๖) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งให้พ้นจากตําแหน่งตามมาตรา ๖๒ ตรี 
วรรคห้า หรือมาตรา ๗๓ 
(๗) ถูกจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก 
                                                 
๕๒ มาตรา ๔๘ เตรส (๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๕๓ มาตรา ๔๘ จตุทศ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๔๓ 
๕๔ มาตรา ๔๘ จตุทศ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. 
๒๕๔๖ 
๕๕ มาตรา ๔๘ ปัญจทศ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
- ๑๓ -
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
(๘) ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเทศบาลมีจํานวนไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจํานวนผู้
มีสิทธิเลือกตั้งที่มาลงคะแนนเสียง เห็นว่านายกเทศมนตรีไม่สมควรดํารงตําแหน่งต่อไปตามกฎหมาย
ว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 
ในระหว่างที่ไม่มีนายกเทศมนตรี ให้ปลัดเทศบาลปฏิบัติหน้าที่ของนายกเทศมนตรี
เท่าที่จําเป็นได้เป็นการชั่วคราวจนถึงวันประกาศผลการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี 
เมื่อมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความเป็นนายกเทศมนตรีสิ้นสุดลงตาม (๔) หรือ (๕) ให้ผู้ว่า
ราชการจังหวัดสอบสวนและวินิจฉัยโดยเร็ว คําวินิจฉัยของผู้ว่าราชการจังหวัดให้เป็นที่สุด 
 
มาตรา ๔๘ โสฬส๕๖  รองนายกเทศมนตรีพ้นจากตําแหน่ง เมื่อ 
(๑) นายกเทศมนตรีพ้นจากตําแหน่ง 
(๒) นายกเทศมนตรีมีคําสั่งให้พ้นจากตําแหน่ง 
(๓) ตาย 
(๔) ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกต่อนายกเทศมนตรี 
(๕)๕๗ ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๔๘ นว 
(๖) กระทําการฝ่าฝืนตามมาตรา ๔๘ จตุทศ 
(๗) ถูกจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก 
(๘) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณาสอบสวนและสั่งให้ออกจาก
ตําแหน่งตามมาตรา ๗๓ 
ให้นําความใน (๑) (๒) (๓) (๔) (๖) และ (๗) มาใช้บังคับกับการพ้นจากตําแหน่งของ
ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีและเลขานุการนายกเทศมนตรีด้วยโดยอนุโลม๕๘ 
ให้นําความในวรรคสามของมาตรา ๔๘ ปัญจทศ มาใช้บังคับกับกรณีของรอง
นายกเทศมนตรี ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี และเลขานุการนายกเทศมนตรีด้วยโดยอนุโลม๕๙ 
 
มาตรา ๔๘ สัตตรส๖๐  ให้นายกเทศมนตรีควบคุมและรับผิดชอบในการบริหาร
กิจการของเทศบาลและเป็นผู้บังคับบัญชาพนักงานเทศบาลและลูกจ้างเทศบาล 
 
มาตรา ๔๘ อัฏฐารส๖๑  เทศบาลแบ่งส่วนราชการ ดังต่อไปนี้ 
(๑) สํานักปลัดเทศบาล 
(๒) ส่วนราชการอื่นตามที่นายกเทศมนตรีประกาศกําหนดโดยความเห็นชอบของ
กระทรวงมหาดไทย 
การกําหนดอํานาจหน้าที่ของสํานักปลัดเทศบาลและส่วนราชการอื่นตามวรรคหนึ่ง 
ให้เป็นไปตามที่นายกเทศมนตรีประกาศกําหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงมหาดไทย 
                                                 
๕๖ มาตรา ๔๘ โสฬส เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๔๓ 
๕๗ มาตรา ๔๘ โสฬส (๕) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๕๘ มาตรา ๔๘ โสฬส วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. 
๒๕๔๖ 
๕๙ มาตรา ๔๘ โสฬส วรรคสาม เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๖๐ มาตรา ๔๘ สัตตรส เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๔๓ 
๖๑ มาตรา ๔๘ อัฏฐารส เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๔๓ 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
- ๑๔ -
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
 
มาตรา ๔๘ เอกูนวีสติ๖๒  ให้มีปลัดเทศบาลคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาพนักงาน
เทศบาลและลูกจ้างเทศบาลรองจากนายกเทศมนตรี และรับผิดชอบควบคุมดูแลราชการประจําของ
เทศบาลให้เป็นไปตามนโยบาย และมีอํานาจหน้าที่อื่นตามที่มีกฎหมายกําหนดหรือตามที่
นายกเทศมนตรีมอบหมาย 
การบริหารงานบุคคลของเทศบาลให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น 
 
มาตรา ๔๘ วีสติ๖๓  อํานาจหน้าที่ในการสั่งหรือการปฏิบัติราชการของรอง
นายกเทศมนตรี ให้เป็นไปตามที่นายกเทศมนตรีมอบหมาย 
ในกรณีที่นายกเทศมนตรีไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รองนายกเทศมนตรี ตามลําดับ
ที่นายกเทศมนตรีจัดไว้เป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้าไม่มีรองนายกเทศมนตรีหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติ
ราชการได้ ให้ปลัดเทศบาลเป็นผู้รักษาราชการแทน 
อํานาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ หรือการปฏิบัติราชการที่นายกเทศมนตรี
จะพึงปฏิบัติหรือดําเนินการตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อบัญญัติ เทศบัญญัติ หรือคําสั่งใด 
หรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องใด ถ้ากฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อบัญญัติ เทศบัญญัติ หรือ
คําสั่งนั้น หรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องนั้นไม่ได้กําหนดในเรื่องการมอบอํานาจไว้เป็นอย่างอื่น 
นายกเทศมนตรีอาจมอบอํานาจโดยทําเป็นหนังสือให้รองนายกเทศมนตรีเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทน
นายกเทศมนตรีก็ได้ แต่ถ้ามอบให้ปลัดเทศบาลหรือรองปลัดเทศบาลปฏิบัติราชการแทน ให้ทําเป็น
คําสั่งและประกาศให้ประชาชนทราบ 
การปฏิบัติราชการแทนนายกเทศมนตรีตามวรรคสาม ต้องกระทําภายใต้การกํากับ
ดูแลและกรอบนโยบายที่นายกเทศมนตรีกําหนดไว้ 
 
มาตรา ๔๘ เอกวีสติ๖๔  ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้นายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี 
และพนักงานเทศบาลเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา 
 
มาตรา ๔๘ ทวาวีสติ๖๕  ถ้าในเขตเทศบาลใด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
เห็นเป็นการสมควรให้นายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี ปลัดเทศบาล รองปลัดเทศบาล หรือ
หัวหน้าส่วนราชการในเขตเทศบาลนั้นมีอํานาจเปรียบเทียบคดีละเมิดเทศบัญญัติได้ ให้รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงมหาดไทยประกาศในราชกิจจานุเบกษา 
ในการเปรียบเทียบคดีตามวรรคหนึ่ง ให้นําบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธี
พิจารณาความอาญามาใช้บังคับโดยอนุโลม เมื่อได้เปรียบเทียบคดีใดแล้ว ให้รีบส่งบันทึกการ
เปรียบเทียบพร้อมด้วยสํานวนไปยังพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบแห่งเขตท้องที่ซึ่งเทศบาลนั้นตั้งอยู่
เพื่อดําเนินการต่อไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาโดยไม่ชักช้า 
 
                                                 
๖๒ มาตรา ๔๘ เอกูนวีสติ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๔๓ 
๖๓ มาตรา ๔๘ วีสติ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๔๓ 
๖๔ มาตรา ๔๘ เอกวีสติ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๔๓ 
๖๕ มาตรา ๔๘ ทวาวีสติ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๔๓ 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
- ๑๕ -
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
มาตรา ๔๘ เตวีสติ๖๖  เมื่อพ้นกําหนดเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้มีประกาศ
กระทรวงมหาดไทยยกฐานะท้องถิ่นใดเป็นเทศบาลแล้ว ให้นายกเทศมนตรีมีอํานาจหน้าที่อย่าง
เดียวกับอํานาจหน้าที่ของกํานันและผู้ใหญ่บ้าน บรรดาที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครอง
ท้องที่ หรือกฎหมายอื่น  ทั้งนี้ ตามที่กําหนดในกฎกระทรวง 
ในกรณีที่เทศบาลตําบลใดมีทั้งนายกเทศมนตรี และกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วย
ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจําตําบล และสารวัตรกํานัน ให้บุคคลดังกล่าวมีอํานาจหน้าที่ตามกฎหมายว่า
ด้วยลักษณะปกครองท้องที่หรือกฎหมายอื่นในเขตเทศบาลตําบลตามที่กําหนดในกฎกระทรวง 
 
มาตรา ๔๘ จตุวีสติ๖๗  เงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของ
นายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี และเลขานุการนายกเทศมนตรี ให้
เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงมหาดไทยกําหนด 
 
มาตรา ๔๘ ปัญจวีสติ๖๘  ในกรณีที่บทบัญญัติมาตราใดในพระราชบัญญัตินี้กล่าวถึง
คณะเทศมนตรี ให้หมายถึงนายกเทศมนตรี บทบัญญัติมาตราใดกล่าวถึงเทศมนตรี ให้หมายถึงรอง
นายกเทศมนตรี เว้นแต่บทบัญญัติมาตราใดมีข้อความเป็นอย่างเดียวกันหรือขัดแย้งกันกับบทบัญญัติ
ในบทนี้ ให้ใช้บทบัญญัติในบทนี้แทน 
บรรดาบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อบัญญัติ เทศบัญญัติ 
ประกาศ หรือคําสั่งใดที่อ้างถึงคณะเทศมนตรีหรือเทศมนตรีให้ถือว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ 
ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อบัญญัติ เทศบัญญัติ ประกาศ หรือคําสั่งนั้น อ้างถึงนายกเทศมนตรีตามบทนี้  
ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งบทนี้ 
 
ส่วนที่ ๓ 
หน้าที่ของเทศบาล 
 
 
 
บทที่ ๑ 
เทศบาลตําบล 
 
 
 
 
มาตรา ๔๙๖๙  (ยกเลิก) 
 
มาตรา ๕๐๗๐  ภายใต้บังคับแห่งกฎหมาย เทศบาลตําบลมีหน้าที่ต้องทําในเขต
เทศบาล ดังต่อไปนี้ 
(๑) รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน 
(๒) ให้มีและบํารุงทางบกและทางน้ํา 
                                                 
๖๖ มาตรา ๔๘ เตวีสติ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๖๗ มาตรา ๔๘ จตุวีสติ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๖๘ มาตรา ๔๘ ปัญจวีสติ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๔๓ 
๖๙ มาตรา ๔๙ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๔๓ 
๗๐ มาตรา ๕๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๖ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม 
พุทธศักราช ๒๕๑๕ 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
- ๑๖ -
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
(๓) รักษาความสะอาดของถนน หรือทางเดินและที่สาธารณะ รวมทั้งการกําจัดมูล
ฝอยและสิ่งปฏิกูล 
(๔) ป้องกันและระงับโรคติดต่อ 
(๕) ให้มีเครื่องใช้ในการดับเพลิง 
(๖) ให้ราษฎรได้รับการศึกษาอบรม 
(๗)๗๑ ส่งเสริมการพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และผู้พิการ 
(๘)๗๒ บํารุงศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น 
(๙)๗๓ หน้าที่อื่นตามที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของเทศบาล 
การปฏิบัติงานตามอํานาจหน้าที่ของเทศบาลต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของ
ประชาชนโดยใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี และให้คํานึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนในการ
จัดทําแผนพัฒนาเทศบาล การจัดทํางบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง การตรวจสอบ การประเมินผลการ
ปฏิบัติงาน และการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร  ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับว่าด้วยการ
นั้น และหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงมหาดไทยกําหนด๗๔ 
 
มาตรา ๕๑๗๕  ภายใต้บังคับแห่งกฎหมาย เทศบาลตําบลอาจจัดทํากิจการใด ๆ ใน
เขตเทศบาล ดังต่อไปนี้ 
(๑) ให้มีน้ําสะอาดหรือการประปา 
(๒) ให้มีโรงฆ่าสัตว์ 
(๓) ให้มีตลาด ท่าเทียบเรือและท่าข้าม 
(๔) ให้มีสุสานและฌาปนสถาน 
(๕) บํารุงและส่งเสริมการทํามาหากินของราษฎร 
(๖) ให้มีและบํารุงสถานที่ทําการพิทักษ์รักษาคนเจ็บไข้ 
(๗) ให้มีและบํารุงการไฟฟ้าหรือแสงสว่างโดยวิธีอื่น 
(๘) ให้มีและบํารุงทางระบายน้ํา 
(๙) เทศพาณิชย์ 
 
บทที่ ๒ 
เทศบาลเมือง 
 
 
 
 
มาตรา ๕๒๗๖  (ยกเลิก) 
 
                                                 
๗๑ มาตรา ๕๐ (๗) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒ 
๗๒ มาตรา ๕๐ (๘) เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒ 
๗๓ มาตรา ๕๐ (๙) เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒ 
๗๔ มาตรา ๕๐ วรรคสอง เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๗๕ มาตรา ๕๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๑๑ 
๗๖ มาตรา ๕๒ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๔๓ 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
- ๑๗ -
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
มาตรา ๕๓๗๗  ภายใต้บังคับแห่งกฎหมาย เทศบาลเมืองมีหน้าที่ต้องทําในเขต
เทศบาล ดังต่อไปนี้ 
(๑) กิจการตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๕๐ 
(๒) ให้มีน้ําสะอาดหรือการประปา 
(๓) ให้มีโรงฆ่าสัตว์ 
(๔) ให้มีและบํารุงสถานที่ทําการพิทักษ์และรักษาคนเจ็บไข้ 
(๕) ให้มีและบํารุงทางระบายน้ํา 
(๖) ให้มีและบํารุงส้วมสาธารณะ 
(๗) ให้มีและบํารุงการไฟฟ้า หรือแสงสว่างโดยวิธีอื่น 
(๘) ให้มีการดําเนินกิจการโรงรับจํานําหรือสถานสินเชื่อท้องถิ่น 
 
มาตรา ๕๔๗๘  ภายใต้บังคับแห่งกฎหมาย เทศบาลเมืองอาจจัดทํากิจการใด ๆ ใน
เขตเทศบาล ดังต่อไปนี้ 
(๑) ให้มีตลาด ท่าเทียบเรือและท่าข้าม 
(๒) ให้มีสุสานและฌาปนสถาน 
(๓) บํารุงและส่งเสริมการทํามาหากินของราษฎร 
(๔) ให้มีและบํารุงการสงเคราะห์มารดาและเด็ก 
(๕) ให้มีและบํารุงโรงพยาบาล 
(๖) ให้มีการสาธารณูปการ 
(๗) จัดทํากิจการซึ่งจําเป็นเพื่อการสาธารณสุข 
(๘) จัดตั้งและบํารุงโรงเรียนอาชีวศึกษา 
(๙) ให้มีและบํารุงสถานที่สําหรับการกีฬาและพลศึกษา 
(๑๐) ให้มีและบํารุงสวนสาธารณะ สวนสัตว์และสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ 
(๑๑) ปรับปรุงแหล่งเสื่อมโทรม และรักษาความสะอาดเรียบร้อยของท้องถิ่น 
(๑๒) เทศพาณิชย์ 
 
บทที่ ๓ 
เทศบาลนคร 
 
 
 
 
มาตรา ๕๕๗๙  (ยกเลิก) 
 
มาตรา ๕๖  ภายใต้บังคับแห่งกฎหมาย เทศบาลนครมีหน้าที่ต้องทําในเขตเทศบาล 
ดังต่อไปนี้ 
(๑) กิจการตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๕๓ 
(๒) ให้มีและบํารุงการสงเคราะห์มารดาและเด็ก 
                                                 
๗๗ มาตรา ๕๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๑๗ 
๗๘ มาตรา ๕๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๑๑ 
๗๙ มาตรา ๕๕ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๔๓ 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
- ๑๘ -
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
(๓) กิจการอย่างอื่นซึ่งจําเป็นเพื่อการสาธารณสุข 
(๔)๘๐ การควบคุมสุขลักษณะและอนามัยในร้านจําหน่ายอาหาร โรงมหรสพ และ
สถานบริการอื่น 
(๕)๘๑ จัดการเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยและการปรับปรุงแหล่งเสื่อมโทรม 
(๖)๘๒ จัดให้มีและควบคุมตลาด ท่าเทียบเรือ ท่าข้าม และที่จอดรถ 
(๗)๘๓ การวางผังเมืองและการควบคุมการก่อสร้าง 
(๘)๘๔ การส่งเสริมกิจการการท่องเที่ยว 
 
มาตรา ๕๗  เทศบาลนครอาจจัดทํากิจการอื่น ๆ ตามมาตรา ๕๔ ได้ 
 
บทที่ ๓ ทวิ 
การทําการนอกเขตเทศบาล 
และการทําการร่วมกับบุคคลอื่น๘๕ 
 
 
 
 
มาตรา ๕๗ ทวิ๘๖  เทศบาลอาจทํากิจการนอกเขต เมื่อ 
(๑) การนั้นจําเป็นต้องทําและเป็นการที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการที่ดําเนินตามอํานาจ
หน้าที่อยู่ภายในเขตของตน 
(๒) ได้รับความยินยอมจากสภาเทศบาล คณะกรรมการสุขาภิบาล สภาจังหวัด หรือ
สภาตําบลแห่งท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง และ 
(๓) ได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 
 
มาตรา ๕๗ ตรี๘๗  เทศบาลอาจทําการร่วมกับบุคคลอื่นโดยก่อตั้งบริษัทจํากัด หรือ
ถือหุ้นในบริษัทจํากัด เมื่อ 
(๑) บริษัทจํากัดนั้นมีวัตถุประสงค์เฉพาะเพื่อกิจการค้าขายอันเป็นสาธารณูปโภค 
(๒) เทศบาลต้องถือหุ้นเป็นมูลค่าเกินกว่าร้อยละห้าสิบของทุนที่บริษัทนั้นจด
ทะเบียนไว้ ในกรณีที่มีหลายเทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตําบลหรือ
สุขาภิบาล ถือหุ้นอยู่ในบริษัทเดียวกันให้นับหุ้นที่ถือนั้นรวมกัน และ 
(๓) ได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 
การเปลี่ยนแปลงจํานวนหุ้นที่เทศบาลถืออยู่ในบริษัทจํากัดต้องได้รับอนุมัติจาก
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 
                                                 
๘๐ มาตรา ๕๖ (๔) เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒ 
๘๑ มาตรา ๕๖ (๕) เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒ 
๘๒ มาตรา ๕๖ (๖) เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒ 
๘๓ มาตรา ๕๖ (๗) เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒ 
๘๔ มาตรา ๕๖ (๘) เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒ 
๘๕ บทที่ ๓ ทวิ การทําการนอกเขตเทศบาลและการทําการร่วมกับบุคคลอื่น มาตรา ๕๗ ทวิ ถึง 
มาตรา ๕๗ ตรี เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๑๑ 
๘๖ มาตรา ๕๗ ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๑๑ 
๘๗ มาตรา ๕๗ ตรี เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๑๑ 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
- ๑๙ -
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
ความใน (๑) และ (๒) ของวรรคหนึ่ง ไม่ใช้บังคับในกรณีที่บริษัทจํากัดที่เทศบาลร่วม
ก่อตั้งหรือถือหุ้นนั้น ไม่มีเอกชนถือหุ้นอยู่ด้วย 
 
บทที่ ๔ 
สหการ 
 
 
 
 
มาตรา ๕๘  ถ้ามีกิจการใดอันอยู่ภายในอํานาจหน้าที่ของเทศบาลตั้งแต่สองแห่งขึ้น
ไปที่จะร่วมกันทําเพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่ง ก็ให้จัดตั้งเป็นองค์การขึ้นเรียกว่าสหการ มีสภาพเป็น
ทบวงการเมือง และมีคณะกรรมการบริหาร ประกอบด้วยผู้แทนของเทศบาลที่เกี่ยวข้องอยู่ด้วย 
การจัดตั้งสหการจะทําได้ก็แต่โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาซึ่งจะได้กําหนดชื่อ 
อํานาจหน้าที่ และระเบียบการดําเนินงานไว้ 
การยุบเลิกสหการให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกาโดยกําหนดวิธีการจัดทรัพย์สินไว้ด้วย 
 
มาตรา ๕๙  สหการอาจได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล และอาจกู้เงินได้ภายใต้บังคับ
มาตรา ๖๖ (๕) หรือ (๖) 
 
ส่วนที่ ๔ 
เทศบัญญัติ 
 
 
 
 
มาตรา ๖๐๘๘  เทศบาลมีอํานาจตราเทศบัญญัติโดยไม่ขัดหรือแย้งต่อบทกฎหมายใน
กรณี ดังต่อไปนี้ 
(๑) เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามหน้าที่ของเทศบาลที่กําหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ 
(๒) เมื่อมีกฎหมายบัญญัติให้เทศบาลตราเทศบัญญัติหรือให้มีอํานาจตราเทศบัญญัติ 
ในเทศบัญญัตินั้น จะกําหนดโทษปรับผู้ละเมิดเทศบัญญัติไว้ด้วยก็ได้ แต่ห้ามมิให้
กําหนดเกินกว่าหนึ่งพันบาท 
 
มาตรา ๖๑๘๙  เทศพาณิชย์ของเทศบาล ให้ตราเป็นเทศบัญญัติ กิจการใดที่เทศบาล
มีรายได้หรือผลพลอยได้อันเกิดจากการกระทําตามอํานาจหน้าที่ จะไม่ตราเป็นเทศบัญญัติก็ได้ 
 
มาตรา ๖๑ ทวิ๙๐  ร่างเทศบัญญัติจะเสนอได้ก็แต่โดย 
(๑) นายกเทศมนตรี 
(๒) สมาชิกสภาเทศบาล หรือ 
(๓) ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเทศบาลตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอ
ข้อบัญญัติท้องถิ่น 
                                                 
๘๘ มาตรา ๖๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๐ 
๘๙ มาตรา ๖๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๖ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม 
พุทธศักราช ๒๕๑๕ 
๙๐ มาตรา ๖๑ ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๔๓ 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
- ๒๐ -
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
ในกรณีที่สมาชิกสภาเทศบาลเป็นผู้เสนอร่างเทศบัญญัติต้องมีสมาชิกสภาเทศบาลลง
นามรับรองไม่น้อยกว่าสองคน 
ร่างเทศบัญญัติเกี่ยวกับการเงิน สมาชิกสภาเทศบาลจะเสนอได้ต่อเมื่อมีคํารับรอง
ของนายกเทศมนตรี 
 
มาตรา ๖๑ ตรี๙๑  ร่างเทศบัญญัติเกี่ยวกับการเงิน หมายความถึงร่างเทศพาณิชย์ 
หรือร่างเทศบัญญัติว่าด้วยเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ดังต่อไปนี้ 
(๑) การจัดเก็บ ยกเลิก ลด เปลี่ยนแปลง แก้ไข ผ่อน หรือวางระเบียบ การบังคับอัน
เกี่ยวกับภาษีอากร 
(๒) การเก็บรักษาเงิน การจ่ายเงิน หรือการโอนงบประมาณของเทศบาล 
(๓) การกู้เงิน การค้ําประกัน หรือการใช้เงินกู้ 
(๔) การคลัง การงบประมาณ การเงิน ทรัพย์สิน การจัดหาผลประโยชน์จาก
ทรัพย์สิน การจ้าง และการพัสดุ 
ในกรณีเป็นที่สงสัยว่าร่างเทศบัญญัติใดเป็นร่างเทศบัญญัติเกี่ยวกับการเงินที่จะต้อง
มีคํารับรองของนายกเทศมนตรี ให้ประธานสภาเทศบาลเป็นผู้วินิจฉัย 
 
มาตรา ๖๒๙๒  ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่สภาเทศบาลได้มีมติเห็นชอบด้วยกับร่างเทศ
บัญญัติใด ในกรณีเทศบาลตําบล ให้ประธานสภาเทศบาลส่งร่างเทศบัญญัติไปยังนายอําเภอเพื่อส่งไป
ยังผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณา ในกรณีเทศบาลเมืองและเทศบาลนคร ให้ประธานสภาเทศบาลส่งไป
ยังผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณา 
ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องพิจารณาร่างเทศบัญญัติตามวรรคหนึ่งให้เสร็จและส่งคืน
ประธานสภาเทศบาลภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับร่างเทศบัญญัตินั้น ถ้าผู้ว่าราชการจังหวัดไม่
พิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กําหนด ให้ถือว่าผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นชอบด้วยกับร่างเทศ
บัญญัติดังกล่าว 
ในกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นชอบด้วยกับร่างเทศบัญญัติตามวรรคหนึ่ง ให้ส่ง
นายกเทศมนตรีลงนามใช้บังคับเป็นเทศบัญญัติต่อไป แต่ถ้าผู้ว่าราชการจังหวัดไม่เห็นชอบด้วย ให้ส่ง
ร่างเทศบัญญัตินั้นพร้อมด้วยเหตุผลคืนไปยังสภาเทศบาล และให้สภาเทศบาลพิจารณาใหม่ภายใน
สามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับร่างเทศบัญญัติคืนมา ถ้าสภาเทศบาลมีมติยืนยันตามร่างเทศบัญญัติเดิม
ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของสมาชิกสภาเทศบาลเท่าที่มีอยู่ ให้ประธานสภาเทศบาลส่ง
ร่างเทศบัญญัตินั้นให้นายกเทศมนตรีลงนามใช้บังคับเป็นเทศบัญญัติ และแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัด
ทราบต่อไป แต่ถ้าสภาเทศบาลไม่ยืนยันภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับร่างเทศบัญญัติคืนจากผู้ว่า
ราชการจังหวัด หรือยืนยันตามร่างเทศบัญญัติเดิมด้วยคะแนนเสียงน้อยกว่าสองในสามของสมาชิก
สภาเทศบาลเท่าที่มีอยู่ ให้ร่างเทศบัญญัตินั้นเป็นอันตกไป๙๓ 
 
มาตรา ๖๒ ทวิ๙๔  (ยกเลิก) 
                                                 
๙๑ มาตรา ๖๑ ตรี เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๔๓ 
๙๒ มาตรา ๖๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๔๓ 
๙๓ มาตรา ๖๒ วรรคสาม แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๙๔ มาตรา ๖๒ ทวิ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
- ๒๑ -
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
 
มาตรา ๖๒ ตรี๙๕  ในกรณีที่สภาเทศบาลไม่รับหลักการแห่งร่างเทศบัญญัติ
งบประมาณรายจ่ายประจําปีหรือเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดตั้ง
คณะกรรมการคณะหนึ่งประกอบด้วยกรรมการจํานวนสิบห้าคน เพื่อพิจารณาหาข้อยุติความขัดแย้ง 
โดยแก้ไข ปรับปรุง หรือยืนยันสาระสําคัญในร่างเทศบัญญัตินั้น  ทั้งนี้ ให้ยึดถือหลักเกณฑ์ตาม
กฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนประโยชน์ของท้องถิ่นและประชาชนเป็นสําคัญ 
คณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง ให้ประกอบด้วยสมาชิกสภาเทศบาลซึ่งสภาเทศบาล
เสนอจํานวนเจ็ดคน และบุคคลซึ่งเป็นหรือมิได้เป็นสมาชิกสภาเทศบาลซึ่งนายกเทศมนตรีเสนอ
จํานวนเจ็ดคน โดยให้แต่งตั้งภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่สภาเทศบาลมีมติไม่รับหลักการ และให้
กรรมการทั้งสิบสี่คนร่วมกันปรึกษาและเสนอบุคคล ซึ่งมิได้เป็นนายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี 
เลขานุการนายกเทศมนตรี ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี และมิได้เป็นสมาชิกสภาเทศบาลคนหนึ่ง ทํา
หน้าที่เป็นประธานกรรมการดังกล่าวภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่กรรมการครบจํานวนสิบสี่คน 
ในกรณีที่ไม่สามารถเสนอบุคคลที่จะทําหน้าที่เป็นกรรมการหรือประธานกรรมการ
ได้ภายในกําหนดเวลาตามวรรคสอง หรือกรรมการหรือประธานกรรมการไม่ปฏิบัติ หรือไม่อาจปฏิบัติ
หน้าที่ได้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดตั้งบุคคลซึ่งมิได้เป็นนายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี เลขานุการ
นายกเทศมนตรี ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี และมิได้เป็นสมาชิกสภาเทศบาลทําหน้าที่กรรมการหรือ
ประธานกรรมการดังกล่าวให้ครบตามจํานวน 
ให้คณะกรรมการตามวรรคหนึ่งพิจารณาร่างเทศบัญญัติให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวัน
นับตั้งแต่วันที่ได้แต่งตั้งประธานกรรมการในคราวแรก แล้วรายงานต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ในกรณีที่
คณะกรรมการไม่สามารถพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กําหนด ให้ประธานกรรมการ
รวบรวมผลการพิจารณาแล้ววินิจฉัยชี้ขาดโดยเร็ว แล้วรายงานต่อผู้ว่าราชการจังหวัด 
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดส่งร่างเทศบัญญัติที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการหรือ
ประธานกรรมการในวรรคสี่ให้นายกเทศมนตรีโดยเร็ว แล้วให้นายกเทศมนตรีเสนอร่างเทศบัญญัติ
ดังกล่าวต่อสภาเทศบาลตามมาตรา ๖๑ ทวิ ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับร่างเทศบัญญัติจากผู้ว่า
ราชการจังหวัด หากนายกเทศมนตรีไม่เสนอร่างเทศบัญญัตินั้นต่อสภาเทศบาลภายในเวลาที่กําหนด 
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อสั่งให้นายกเทศมนตรีพ้นจาก
ตําแหน่ง 
 
มาตรา ๖๒ จัตวา๙๖  ให้สภาเทศบาลพิจารณาร่างเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ตามมาตรา ๖๒ ตรี วรรคห้า ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับร่างเทศบัญญัติจาก
นายกเทศมนตรี หากสภาเทศบาลพิจารณาไม่แล้วเสร็จภายในกําหนดหรือมีมติไม่เห็นชอบให้ตราเทศ
บัญญัตินั้น ให้ร่างเทศบัญญัตินั้นตกไป และให้ใช้เทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายในปีงบประมาณปีที่
แล้วไปพลางก่อน ในกรณีเช่นว่านี้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มี
คําสั่งยุบสภาเทศบาล 
                                                 
๙๕ มาตรา ๖๒ ตรี แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๙๖ มาตรา ๖๒ จัตวา เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
- ๒๒ -
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
ในการพิจารณาร่างเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายของสภาเทศบาล การเสนอ การ
แปรญัตติ หรือการกระทําด้วยประการใด ๆ ที่มีผลให้สมาชิกมีส่วนไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในการใช้
งบประมาณรายจ่าย จะกระทํามิได้ 
 
มาตรา ๖๓  นอกจากที่ได้มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น เทศบัญญัตินั้นให้ใช้
บังคับได้ เมื่อประกาศไว้โดยเปิดเผยที่สํานักงานเทศบาลแล้วเจ็ดวัน เว้นแต่ในกรณีฉุกเฉิน ถ้ามีความ
ระบุไว้ในเทศบัญญัตินั้นว่าให้ใช้บังคับทันที ก็ให้ใช้บังคับในวันที่ได้ประกาศนั้น 
 
มาตรา ๖๔  ในกรณีฉุกเฉินซึ่งจะเรียกประชุมสภาเทศบาลให้ทันท่วงทีมิได้ คณะ
เทศมนตรีอาจออกเทศบัญญัติชั่วคราวได้เมื่อได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัด และเมื่อได้ประกาศ
ไว้โดยเปิดเผยที่สํานักงานเทศบาลแล้วก็ให้ใช้บังคับได้ 
ในการประชุมสภาเทศบาลคราวต่อไป ให้นําเทศบัญญัติชั่วคราวนั้นเสนอต่อสภา
เทศบาลเพื่ออนุมัติ ถ้าสภาเทศบาลอนุมัติแล้ว เทศบัญญัติชั่วคราวนั้นก็เป็นเทศบัญญัติต่อไป ถ้าสภา
เทศบาลไม่อนุมัติ เทศบัญญัติชั่วคราวนั้นก็เป็นอันตกไป แต่ทั้งนี้ไม่กระทบถึงกิจการที่ได้เป็นไปใน
ระหว่างที่ใช้เทศบัญญัติชั่วคราวนั้น 
คําอนุมัติและไม่อนุมัติของสภาเทศบาลที่กล่าวนี้ ให้ทําเป็นเทศบัญญัติ 
 
ส่วนที่ ๕ 
การคลังและทรัพย์สินของเทศบาล 
 
 
 
 
มาตรา ๖๕  งบประมาณประจําปีของเทศบาลต้องตราขึ้นเป็นเทศบัญญัติ ถ้าเทศ
บัญญัติงบประมาณออกไม่ทันปีใหม่ ให้ใช้เทศบัญญัติงบประมาณปีก่อนนั้นไปพลาง 
ถ้าในปีใดจํานวนเงินซึ่งได้อนุญาตไว้ตามงบประมาณปรากฏว่าไม่พอสําหรับการใช้
จ่ายประจําปีก็ดี หรือมีความจําเป็นที่จะต้องตั้งรายรับหรือรายจ่ายขึ้นใหม่ในระหว่างปีก็ดี ให้ตราขึ้น
เป็นเทศบัญญัติงบประมาณเพิ่มเติม 
 
มาตรา ๖๖๙๗  เทศบาลอาจมีรายได้ ดังต่อไปนี้ 
(๑) ภาษีอากรตามแต่จะมีกฎหมายกําหนดไว้ 
(๒) ค่าธรรมเนียม ค่าใบอนุญาต และค่าปรับ ตามแต่จะมีกฎหมายกําหนดไว้ 
(๓) รายได้จากทรัพย์สินของเทศบาล 
(๔) รายได้จากการสาธารณูปโภคและเทศพาณิชย์ 
(๕) พันธบัตร หรือเงินกู้ ตามแต่จะมีกฎหมายกําหนดไว้ 
(๖) เงินกู้จากกระทรวง ทบวง กรม องค์การ หรือนิติบุคคลต่าง ๆ 
(๗) เงินอุดหนุนจากรัฐบาลหรือองค์การบริหารส่วนจังหวัด 
(๘) เงินและทรัพย์สินอย่างอื่นที่มีผู้อุทิศให้ 
(๙) รายได้อื่นใดตามแต่จะมีกฎหมายกําหนดไว้ 
                                                 
๙๗ มาตรา ๖๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๘ 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
- ๒๓ -
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
การกู้เงินตาม (๖) เทศบาลจะกระทําได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากสภาเทศบาล และ
ได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแล้ว 
 
มาตรา ๖๗๙๘  เทศบาลอาจมีรายจ่าย ดังต่อไปนี้ 
(๑) เงินเดือน 
(๒) ค่าจ้าง 
(๓) เงินตอบแทนอื่น ๆ 
(๔) ค่าใช้สอย 
(๕) ค่าวัสดุ 
(๖) ค่าครุภัณฑ์ 
(๗) ค่าที่ดิน สิ่งก่อสร้าง และทรัพย์สินอื่น ๆ 
(๘) เงินอุดหนุน 
(๙) รายจ่ายอื่นใดตามข้อผูกพันหรือตามที่มีกฎหมายหรือระเบียบของ
กระทรวงมหาดไทยกําหนดไว้ 
 
มาตรา ๖๗ ทวิ๙๙  การจ่ายเงินตามมาตรา ๖๗ (๘) และการจ่ายเงินเพื่อการลงทุน 
เทศบาลจะกระทําได้เมื่อได้รับความเห็นชอบจากสภาเทศบาลและผู้ว่าราชการจังหวัดอนุมัติแล้ว 
 
มาตรา ๖๗ ตรี๑๐๐  การจ่ายเงินตามมาตรา ๖๗ (๙) ถ้าเป็นการชําระเงินกู้เมื่อถึง
กําหนดชําระ เทศบาลจะต้องชําระเงินกู้นั้นจากทรัพย์สินของเทศบาลไม่ว่าจะตั้งงบประมาณรายจ่าย
ประเภทนี้ไว้หรือไม่ 
 
มาตรา ๖๘๑๐๑  การจ่ายเงินค่าตอบแทนแก่ประธานสภาเทศบาล รองประธานสภา
เทศบาล สมาชิกสภาเทศบาล และการจ่ายเงินค่าเบี้ยประชุมให้แก่กรรมการที่สภาเทศบาลแต่งตั้งขึ้น 
ให้เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงมหาดไทยกําหนด 
 
มาตรา ๖๙  ให้กระทรวงมหาดไทยตราระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการคลังรวมตลอด
ถึงวิธีการงบประมาณ การรักษาทรัพย์สิน การจัดหาประโยชน์จากทรัพย์สิน การจัดหาพัสดุและการ
จ้างเหมาขึ้นไว้ 
 
มาตรา ๗๐  โดยปกติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจัดให้มีการตรวจสอบ
การคลัง การบัญชี หรือการเงินอื่น ๆ ของเทศบาลปีละครั้ง 
 
ส่วนที่ ๖ 
การควบคุมเทศบาล 
 
 
 
                                                 
๙๘ มาตรา ๖๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๕ 
๙๙ มาตรา ๖๗ ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๕ 
๑๐๐ มาตรา ๖๗ ตรี เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๕ 
๑๐๑ มาตรา ๖๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
- ๒๔ -
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
 
มาตรา ๗๑  ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอํานาจหน้าที่ควบคุมดูแลเทศบาลในจังหวัดนั้น
ให้ปฏิบัติการตามอํานาจหน้าที่โดยถูกต้องตามกฎหมาย ในการนี้ให้มีอํานาจหน้าที่ชี้แจงแนะนํา
ตักเตือนเทศบาล และตรวจสอบกิจการ เรียกรายงานและเอกสารหรือสถิติใด ๆ จากเทศบาลมาตรวจ 
ตลอดจนเรียกสมาชิกสภาเทศบาลหรือพนักงานเทศบาลมาชี้แจงหรือสอบสวนก็ได้ 
ให้นายอําเภอมีอํานาจหน้าที่ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัดควบคุมดูแลเทศบาลตําบลใน
อําเภอนั้น ให้ปฏิบัติการตามอํานาจหน้าที่โดยถูกต้องตามกฎหมาย ในการนี้ให้มีอํานาจหน้าที่ชี้แจง
แนะนําตักเตือนเทศบาลตําบล และตรวจสอบกิจการ เรียกรายงานและเอกสารหรือสถิติใด ๆ จาก
เทศบาลมาตรวจ ตลอดจนเรียกสมาชิกสภาเทศบาลหรือพนักงานเทศบาลมาชี้แจงหรือสอบสวนก็ได้ 
 
มาตรา ๗๒  เมื่อนายอําเภอ ในกรณีแห่งเทศบาลตําบลในอําเภอนั้น หรือผู้ว่า
ราชการจังหวัด ในกรณีแห่งเทศบาลเมืองและเทศบาลนครเห็นว่า นายกเทศมนตรี หรือรอง
นายกเทศมนตรีผู้ใดปฏิบัติการของเทศบาลไปในทางที่อาจเป็นการเสียหายแก่เทศบาล หรือเสียหาย
แก่ราชการ และนายอําเภอหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี ได้ชี้แจงแนะนําตักเตือนแล้วไม่
ปฏิบัติตามนายอําเภอหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี มีอํานาจที่จะสั่งเพิกถอนหรือสั่งให้ระงับ
การปฏิบัติของนายกเทศมนตรีหรือรองนายกเทศมนตรีนั้นไว้ก่อนได้ แล้วให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรีบ
รายงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยทราบภายในกําหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่มีคําสั่ง เพื่อให้
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยวินิจฉัยสั่งการตามสมควร๑๐๒ 
คําสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตามความในวรรคก่อน ไม่
กระทบกระเทือนสิทธิของบุคคลภายนอกผู้กระทําการโดยสุจริต 
 
มาตรา ๗๓๑๐๓  ในกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นว่า นายกเทศมนตรี รอง
นายกเทศมนตรี ประธานสภาเทศบาล หรือรองประธานสภาเทศบาล ปฏิบัติการฝ่าฝืนต่อความสงบ
เรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน ละเลยไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอํานาจหน้าที่ 
หรือมีความประพฤติในทางจะนํามาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ศักดิ์ตําแหน่ง หรือแก่เทศบาล หรือแก่
ราชการ ให้เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพร้อมด้วยหลักฐาน รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงมหาดไทยอาจใช้ดุลพินิจสั่งให้นายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี ประธานสภาเทศบาล 
หรือรองประธานสภาเทศบาลพ้นจากตําแหน่งก็ได้ คําสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้
เป็นที่สุด 
 
มาตรา ๗๔๑๐๔  เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนในเขตเทศบาลหรือประโยชน์
ของประเทศเป็นส่วนรวม ผู้ว่าราชการจังหวัดจะรายงานเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงมหาดไทยเพื่อยุบสภาเทศบาลก็ได้ 
เมื่อมีกรณีตามวรรคหนึ่งหรือกรณีอื่นตามที่กําหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ 
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีอํานาจยุบสภาเทศบาลและให้แสดงเหตุผลไว้ในคําสั่งด้วย 
                                                 
๑๐๒ มาตรา ๗๒ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๑๐๓ มาตรา ๗๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ 
๑๐๔ มาตรา ๗๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒ 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
- ๒๕ -
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
เมื่อมีการยุบสภาเทศบาลหรือถือว่ามีการยุบสภาเทศบาลตามพระราชบัญญัตินี้ ให้มี
การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลขึ้นใหม่ตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลภายในสี่
สิบห้าวัน 
 
มาตรา ๗๕  ในเมื่อเห็นจําเป็นที่จะให้เทศบาลใดอยู่ในความควบคุมดูแลของ
กระทรวงมหาดไทยโดยตรง ก็ให้ทําได้โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา 
เมื่อได้มีพระราชกฤษฎีกาให้เทศบาลใดอยู่ในความควบคุมดูแลของ
กระทรวงมหาดไทยตามความในวรรคก่อน บรรดาอํานาจและหน้าที่ของนายอําเภอหรือผู้ว่าราชการ
จังหวัดอันเกี่ยวกับเทศบาลนั้น ให้เป็นอํานาจหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือผู้ที่
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมอบหมาย 
 
ส่วนที่ ๗ 
คณะกรรมการที่ปรึกษาการเทศบาล๑๐๕ 
 
 
 
 
มาตรา ๗๕ ทวิ๑๐๖  ให้มีคณะกรรมการที่ปรึกษาการเทศบาลคณะหนึ่ง ประกอบด้วย
ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น* อธิบดีกรมโยธาธิการ
และผังเมือง* อธิบดีกรมตํารวจ อธิบดีกรมสามัญศึกษา อธิบดีกรมวิสามัญศึกษา อธิบดีกรมการแพทย์ 
อธิบดีกรมอนามัย ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ ผู้อํานวยการส่วนการปกครองท้องถิ่น กรมส่งเสริม
การปกครองท้องถิ่น* เป็นกรรมการโดยตําแหน่ง และกรรมการอื่นซึ่งรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งอีกไม่เกินห้าคน 
ให้ผู้อํานวยการส่วนการปกครองท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น* เป็น
เลขานุการคณะกรรมการที่ปรึกษาการเทศบาล 
ให้คณะกรรมการที่ปรึกษาการเทศบาลมีหน้าที่ให้คําปรึกษาและเสนอข้อแนะนําแก่
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับกิจการเทศบาลโดยทั่วไป 
 
มาตรา ๗๕ ตรี๑๐๗  กรรมการที่ปรึกษาการเทศบาลซึ่งรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งอยู่ในตําแหน่งคราวละสี่ปี 
กรรมการที่ปรึกษาการเทศบาลซึ่งพ้นจากตําแหน่งอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ 
 
มาตรา ๗๕ จัตวา๑๐๘  นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวาระตามมาตรา ๗๕ ตรี 
กรรมการที่ปรึกษาการเทศบาลพ้นจากตําแหน่งเมื่อ 
(๑) ตาย 
(๒) ลาออก 
                                                 
๑๐๕ ส่วนที่ ๗ คณะกรรมการที่ปรึกษาการเทศบาล มาตรา ๗๕ ทวิ ถึง มาตรา ๗๕ ฉ เพิ่มโดย
พระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๕ 
๑๐๖ มาตรา ๗๕ ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๕ 
๑๐๗ มาตรา ๗๕ ตรี เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๕ 
๑๐๘ มาตรา ๗๕ จัตวา เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๕ 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
- ๒๖ -
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
(๓) เป็นบุคคลล้มละลาย 
(๔) เป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ 
(๕) ได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก เว้นแต่คดีความผิดที่เป็นลหุโทษ
หรือความผิดอันได้กระทําโดยประมาท 
เมื่อกรรมการที่ปรึกษาการเทศบาลพ้นจากตําแหน่งก่อนวาระ รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงมหาดไทยอาจแต่งตั้งผู้อื่นแทนได้ 
กรรมการที่ปรึกษาการเทศบาลผู้ได้รับแต่งตั้งตามความในวรรคก่อน อยู่ในตําแหน่ง
ตามวาระเท่าผู้ที่ตนแทน 
 
มาตรา ๗๕ เบญจ๑๐๙  ในการประชุมของคณะกรรมการที่ปรึกษาการเทศบาล ถ้า
ประธานกรรมการที่ปรึกษาการเทศบาลไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่
ปรึกษาการเทศบาลที่มาประชุมเลือกกรรมการที่ปรึกษาการเทศบาลคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม 
 
มาตรา ๗๕ ฉ๑๑๐  การประชุมทุกคราวต้องมีกรรมการที่ปรึกษาการเทศบาลมา
ประชุมไม่ต่ํากว่ากึ่งจํานวนของกรรมการที่ปรึกษาการเทศบาลทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม 
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก 
กรรมการที่ปรึกษาการเทศบาลคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนน
เสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด 
 
บทเฉพาะกาล 
 
 
 
 
มาตรา ๗๖  ให้สมาชิกสภาเทศบาลและคณะเทศมนตรีแห่งเทศบาลที่ได้จัดตั้งอยู่
แล้วในวันใช้พระราชบัญญัตินี้ พ้นจากตําแหน่ง และให้ดําเนินการเลือกตั้งและแต่งตั้งสมาชิกสภา
เทศบาลใหม่ภายในกําหนดเวลาเก้าสิบวันนับแต่วันใช้พระราชบัญญัตินี้ แต่ให้คณะเทศมนตรีที่พ้นจาก
ตําแหน่งดําเนินกิจการในหน้าที่ของคณะเทศมนตรีต่อไปจนกว่าคณะเทศมนตรีที่แต่งตั้งขึ้นใหม่จะเข้า
รับหน้าที่ เว้นแต่เทศบาลใดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้สั่งแต่งตั้งเจ้าพนักงานเท่าจํานวน
คณะเทศมนตรีแห่งเทศบาลนั้นเข้าดําเนินกิจการแทน ก็ให้คณะเทศมนตรีนั้นพ้นจากหน้าที่ 
 
การรักษาพระราชบัญญัติ 
 
 
 
 
มาตรา ๗๗  ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ 
และให้มีอํานาจออกกฎกระทรวงหรือระเบียบข้อบังคับ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ 
กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ 
 
 
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ 
                                                 
๑๐๙ มาตรา ๗๕ เบญจ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๕ 
๑๑๐ มาตรา ๗๕ ฉ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๕ 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
- ๒๗ -
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
จอมพล ป.  พิบูลสงคราม 
นายกรัฐมนตรี 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
- ๒๘ -
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
พระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๘๑๑๑ 
 
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 
๒๔๙๖ ซึ่งใช้บังคับอยู่ในเวลานี้บางมาตรายังไม่เหมาะสม เช่น ให้เทศบาลกู้เงินได้เฉพาะจาก
กระทรวง ทบวง กรมหรือองค์การต่าง ๆ เท่านั้น และบางกรณีก็มิได้กําหนดความรับผิดชอบผูกพัน
การชําระเงินกู้ที่กระทรวงการคลังค้ําประกันไว้ให้แน่นอน  จึงจําเป็นต้องปรับปรุงเพื่อให้เหมาะสม
และรัดกุมยิ่งขึ้น 
 
พระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๙๑๑๒ 
 
มาตรา ๑๐  สมาชิกสภาเทศบาลประเภทที่สองแห่งเทศบาลที่ดํารงตําแหน่งอยู่แล้ว 
ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้คงอยู่ในตําแหน่งได้ต่อไปจนถึงคราวออกตามวาระ และถ้า
ตําแหน่งว่างลงเพราะเหตุอื่นก่อนถึงคราวออกตามวาระจะแต่งตั้งสมาชิกขึ้นแทนต่อไป ตามมาตรา 
๑๖ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ได้ 
 
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากสมควรที่จะยกเลิกสมาชิก
สภาเทศบาลประเภทที่สอง เพื่อให้มีแต่สมาชิกสภาเทศบาลซึ่งราษฎรเป็นผู้เลือกตั้งแต่ประเภทเดียว 
กับแก้ไขเพิ่มเติมไม่ต้องให้มีการแต่งตั้งผู้มีคุณสมบัติ และวิทยฐานะเป็นสมาชิกสภาเทศบาลในฐานะ
เป็นผู้เริ่มการสําหรับท้องถิ่นที่เป็นสุขาภิบาลอยู่ก่อนแล้วจัดตั้งขึ้นเป็นเทศบาล เพราะท้องถิ่นที่เป็น
สุขาภิบาลอยู่ก่อนแล้วนั้นได้มีการปฏิบัติหน้าที่ของท้องถิ่นต่อเนื่องกันมาโดยมีกรรมการเลือกตั้งจาก
ราษฎรเข้าสมทบเป็นกรรมการสุขาภิบาลอยู่แล้ว จึงไม่จําเป็นต้องให้มีสมาชิกสภาเทศบาลในฐานะ
เป็นผู้เริ่มการอีก นอกจากนี้ การเปลี่ยนชื่อเทศบาลยังไม่มีบทบัญญัติระบุไว้ชัดแจ้งว่าจะกระทําได้โดย
วิธีใดเพื่อไม่ให้มีปัญหาจึงสมควรจะได้มีบทบัญญัติไว้เสียให้ชัดว่า การเปลี่ยนชื่อเทศบาลให้ตราเป็น
พระราชกฤษฎีกา  จึงจําเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ บางมาตรา 
 
พระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๕๑๑๓ 
 
มาตรา ๖  ในกรณีที่เห็นสมควรกระทรวงมหาดไทยอาจแต่งตั้งข้าราชการไปดํารง
ตําแหน่งหรือปฏิบัติกิจการของเทศบาลใดเป็นการชั่วคราวได้ โดยไม่ขาดจากความเป็นข้าราชการและ
คงได้รับเงินเดือนทางสังกัดเดิม ถ้าแต่งตั้งข้าราชการสังกัดกระทรวงอื่น ให้กระทรวงมหาดไทยทํา
ความตกลงกับกระทรวงเจ้าสังกัดก่อนแต่งตั้ง 
ให้ข้าราชการผู้ได้รับแต่งตั้งมีฐานะอย่างเดียวกับพนักงานเทศบาลทุกประการ 
 
มาตรา ๗  การจัดทํากิจการตามมาตรา ๕๑ มาตรา ๕๔ หรือมาตรา ๕๗ แห่ง
พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ของเทศบาลใดให้เป็นไปตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย 
                                                 
๑๑๑ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๒/ตอนที่ ๙๘/หน้า ๑๖๒๕/๒๗ ธันวาคม ๒๔๙๘ 
๑๑๒ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๔/ตอนที่ ๑๑/หน้า ๓๔๕/๒๙ มกราคม ๒๕๐๐ 
๑๑๓ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๙/ตอนที่ ๑๘/หน้า ๒๐๐/๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๕ 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
- ๒๙ -
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
ความในวรรคก่อนไม่กระทบกระทั่งกิจการใด ๆ ที่เทศบาลจัดทําอยู่ในวันที่
พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ 
ประกาศของกระทรวงมหาดไทยตามมาตรานี้ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 
 
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เพื่อแก้ไขข้อขัดข้องทางปฏิบัติตาม
พระราชบัญญัติเทศบาล และเพื่อกําหนดรายจ่ายของเทศบาลให้สอดคล้องกับหลักการงบประมาณ 
 
พระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๐๑๑๔ 
 
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากการปฏิบัติตาม
พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ยังมีข้อขัดข้องเกี่ยวกับการมอบหมายอํานาจของคณะ
เทศมนตรีและนายกเทศมนตรีในการปฏิบัติงานประจําทั้งการเปรียบเทียบคดีละเมิดเทศบัญญัติและ
อัตราค่าปรับคดีละเมิดเทศบัญญัติก็ยังไม่อยู่ในระดับที่สมควร  จึงเห็นสมควรแก้ไขพระราชบัญญัติ
เทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ดังนี้ 
๑. ให้คณะเทศมนตรีมอบอํานาจให้นายกเทศมนตรี เทศมนตรี หรือพนักงาน
เทศบาล หรือนายกเทศมนตรีจะมอบอํานาจให้เทศมนตรีหรือพนักงานเทศบาลทํากิจการใด ๆ ซึ่งมี
ลักษณะเป็นงานประจําตามปกติ ซึ่งกฎหมายระบุว่าเป็นอํานาจหน้าที่ของคณะเทศมนตรีหรือ
นายกเทศมนตรีได้ 
๒. แก้ไขบทบัญญัติเกี่ยวกับอํานาจเปรียบเทียบคดีละเมิดเทศบัญญัติของ
นายกเทศมนตรีและเทศมนตรี เพื่อให้มีอํานาจสั่งเรียกพยานมาเพื่อบันทึกถ้อยคําประกอบการ
พิจารณาเปรียบเทียบคดีได้ ถ้าไม่มาให้ถือว่าเป็นการขัดคําสั่งเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา 
๓. แก้ไขอัตราค่าปรับคดีละเมิดเทศบัญญัติให้สูงขึ้นจากหนึ่งร้อยบาท เป็นหนึ่งพัน
บาท 
 
พระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๑๑๑๑๕ 
 
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ตามพระราชบัญญัติเทศบาล 
พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันเทศบาลยังไม่อาจจัดทํากิจการในหน้าที่บางอย่างนอกเขต
เทศบาล หรือลงทุนร่วมกับราชการส่วนท้องถิ่นหรือกับบุคคลอื่นได้ ฉะนั้น เพื่อให้เทศบาลดําเนิน
กิจการดังกล่าวให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชนในท้องถิ่นยิ่งขึ้น  จึงต้องแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วย
เทศบาลบางมาตราเสียใหม่ 
 
ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๖ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๕๑๑๖ 
 
โดยที่คณะปฏิวัติพิจารณาเห็นว่า เทศบาลเป็นหน่วยบริหารราชการของท้องถิ่น 
ควรจะได้ปฏิบัติงานตามอํานาจหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ และมุ่งขจัดปัญหาความเดือดร้อนบําบัด
                                                 
๑๑๔ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๔/ตอนที่ ๒๖/หน้า ๑๔๘/๒๑ มีนาคม ๒๕๑๐ 
๑๑๕ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๕/ตอนที่ ๔๖/หน้า ๒๖๖/๒๑ พฤษภาคม ๒๕๑๑ 
๑๑๖ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๙/ตอนที่ ๑๙๐/ฉบับพิเศษ หน้า ๒๐๒/๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
- ๓๐ -
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
ทุกข์บํารุงสุขของประชาชนอย่างแท้จริง  จึงมีความจําเป็นที่จะต้องแก้ไขปรับปรุงกฎหมายว่าด้วย
เทศบาลบางมาตราให้รัดกุมและชัดเจนยิ่งขึ้น 
 
พระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๑๗๑๑๗ 
 
มาตรา ๔  ให้เทศบาลเมือง และเทศบาลนคร ซึ่งยังไม่มีโรงรับจํานําหรือสถาน
สินเชื่อท้องถิ่น จัดตั้งโรงรับจํานําหรือสถานสินเชื่อท้องถิ่นขึ้นภายในกําหนดสามปีนับแต่วันที่
พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ แต่ถ้ามีเหตุอันสมควรรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอาจอนุญาตให้
ขยายเวลาต่อไปได้อีกไม่เกินสองปี 
 
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติเทศบาล 
พ.ศ. ๒๔๙๖ ได้กําหนดหน้าที่ต่าง ๆ ให้เทศบาลต้องจัดทําภายในเขตเทศบาล แต่กิจการบางอย่างที่
เป็นประโยชน์แก่ประชาชนผู้ยากจน คือกิจการโรงรับจํานําและกิจการสถานสินเชื่อเทศบาลยังมิได้มี
หน้าที่ที่จําต้องจัดทําขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้ และโดยที่พิจารณาเห็นว่ากิจการโรงรับจํานําและ
กิจการสถานสินเชื่อธนาภิบาลเป็นแหล่งที่อํานวยช่วยเหลือประชาชนผู้ยากจนในกรณีที่มีความจําเป็น
เกี่ยวกับการเงินเพื่อยังชีพของครอบครัว สมควรกําหนดให้เทศบาลมีหน้าที่ต้องจัดให้มีการดําเนิน
กิจการโรงรับจํานําหรือกิจการสถานสินเชื่อธนาภิบาลภายในเขตเทศบาลเมืองและเทศบาลนครทุก
แห่งเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ยากจนต่อไป  จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น 
 
พระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๑๙๑๑๘ 
 
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติเทศบาล 
พ.ศ. ๒๔๙๖ บางมาตรายังไม่เหมาะสม โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับการพิจารณาร่างเทศบัญญัติ
งบประมาณ ได้กําหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องส่งร่างเทศบัญญัติที่สภาเทศบาลไม่รับหลักการ และ
ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่เห็นชอบด้วยกับสภาเทศบาลที่ไม่รับหลักการ เพื่อให้รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงมหาดไทยพิจารณา ซึ่งทําให้เกิดความล่าช้าและไม่คล่องตัวในการบริหารงานท้องถิ่น 
สมควรแก้ไขให้เหมาะสม  จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น 
 
พระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๒๓๑๑๙ 
 
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากในปัจจุบันนี้ กิจการงาน
ของเทศบาลเมืองได้เพิ่มภาระและความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น เนื่องจากการคมนาคม การ
เศรษฐกิจ การศึกษา การผังเมืองการสาธารณูปโภค และการบริการแก่สาธารณะ แต่จํานวน
เทศมนตรีของเทศบาล ยังมีจํานวน ๒ คน เท่ากับเทศบาลตําบลที่กําหนดไว้ในมาตรา ๔๙ ความ
รับผิดชอบในภาระต่าง ๆ ปัจจุบันเท่ากับเทศบาลนครซึ่งมีเทศมนตรีถึง ๔ คน ด้วยเหตุดังกล่าว  จึง
                                                 
๑๑๗ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๑/ตอนที่ ๒๐๒/ฉบับพิเศษ หน้า ๗/๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๗ 
๑๑๘ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๓/ตอนที่ ๑๕๖/ฉบับพิเศษ หน้า ๓๗/๒๔ ธันวาคม ๒๕๑๙ 
๑๑๙ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๗/ตอนที่ ๑๓๑/ฉบับพิเศษ หน้า ๕/๒๓ สิงหาคม ๒๕๒๓ 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
- ๓๑ -
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สมควรแก้ไขเพิ่มจํานวนเทศมนตรีตามสัดส่วนของจํานวนสมาชิกสภาเทศบาลและความรับผิดชอบใน
ภาระต่าง ๆ ที่นับวันยิ่งสลับซับซ้อนขึ้น 
 
พระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒๑๒๐ 
 
มาตรา ๑๔  บรรดากิจการทั้งหลายที่สมาชิกสภาเทศบาลและคณะเทศมนตรี ซึ่งพ้น
จากตําแหน่งตามผลของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้กระทําไปก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้
บังคับ หรือจนถึงวันที่มีการยุบสภาเทศบาลให้เป็นอันใช้บังคับได้และมีผลผูกพันเทศบาล 
 
มาตรา ๑๕  การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลที่ได้กําหนดวันรับสมัครเลือกตั้ง และ
วันเลือกตั้งไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้มีผลใช้บังคับต่อไปตามระยะเวลาที่ผู้ว่า
ราชการจังหวัดประกาศกําหนด 
 
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร
ไทยได้กําหนดหลักการในการจัดระเบียบการปกครองส่วนท้องถิ่นขึ้นใหม่เพื่อให้เป็นไปตามหลักแห่ง
การปกครองตนเองตามเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่น จึงสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วย
เทศบาลในส่วนของวาระการดํารงตําแหน่งสมาชิกสภาเทศบาล ข้อห้ามและการสิ้นสุดสมาชิกภาพ
ของสมาชิกสภาเทศบาล การพ้นจากตําแหน่งเทศมนตรีและคณะเทศมนตรี การยุบสภาเทศบาล 
รวมทั้งอํานาจหน้าที่ของเทศบาลให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญดังกล่าว  จึงจําเป็นต้อง
ตราพระราชบัญญัตินี้ 
 
พระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๔๓๑๒๑ 
 
มาตรา ๒๐  บรรดาสมาชิกสภาเทศบาลและคณะเทศมนตรีซึ่งดํารงตําแหน่งอยู่ใน
วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ดํารงตําแหน่งต่อไปจนกว่าจะครบวาระตามพระราชบัญญัติ
เทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ 
 
มาตรา ๒๑  ให้นํามาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไข
เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับกับเทศบาลทุกแห่งนับแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๐ เป็นต้น
ไป เว้นแต่กรณีที่บัญญัติไว้โดยเฉพาะ ดังต่อไปนี้ 
(๑) ในกรณีที่ต้องมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลนครหรือสมาชิกสภาเทศบาล
เมืองแห่งใด โดยเป็นการเลือกตั้งทั่วไปเพราะเหตุมีการยุบสภาหรือถึงคราวออกตามวาระ และเป็น
การเลือกตั้งของเทศบาลแห่งนั้นในครั้งแรกนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ดําเนินการเลือกตั้ง
สมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีตามบทที่ ๒ ทวิ นายกเทศมนตรีในคราวเดียวกัน โดยมิให้นํา
มาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้มาใช้
บังคับ แต่เมื่อสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งในครั้งดังกล่าวเข้ารับ
                                                 
๑๒๐ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๖/ตอนที่ ๑๕ ก/หน้า ๑/๑๐ มีนาคม ๒๕๔๒ 
๑๒๑ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๗/ตอนที่ ๔๑ ก/หน้า ๑๒/๑๒ พฤษภาคม ๒๕๔๓ 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
- ๓๒ -
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
ตําแหน่งแล้ว ให้นํามาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย
พระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับกับเทศบาลแห่งนั้น 
(๒) ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงฐานะเทศบาลตําบลแห่งใดเป็นเทศบาลเมืองก่อนถึง
วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๐ ให้นําความใน (๑) มาใช้บังคับกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและ
นายกเทศมนตรีของเทศบาลเมืองนั้นด้วยโดยอนุโลม 
การบริหารเทศบาลตําบลให้ดําเนินการบริหารในรูปแบบคณะเทศมนตรี ตามบทที่ 
๒ คณะเทศมนตรี ต่อไป  ทั้งนี้ จนกว่าจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตําบลขึ้นใหม่เป็นการ
เลือกตั้งทั่วไป หลังจากวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๐ ในกรณีเช่นว่านี้ให้นํามาตรา ๑๔ แห่ง
พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับสําหรับการ
เลือกตั้งครั้งที่จะจัดให้มีขึ้นนั้น 
 
มาตรา ๒๒  ในกรณีที่เทศบาลใดได้กําหนดวันเลือกตั้งไว้แล้วก่อนวันจัดทํา
ประชามติตามมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ดําเนินการเลือกตั้งในรูปแบบคณะเทศมนตรี
ต่อไปตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ 
 
มาตรา ๒๓  ในระหว่างที่ไม่มีกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือ
ผู้บริหารท้องถิ่นให้นํากฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลมาใช้บังคับกับการเลือกตั้ง
สมาชิกสภาเทศบาลหรือนายกเทศมนตรีเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ 
ในการสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรี ให้เทศบาลเรียกเก็บค่าสมัครเป็นเงิน
จํานวนห้าพันบาท 
ในการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี ให้ถือเขตเทศบาลเป็นเขตเลือกตั้ง 
ในกรณีที่มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีในคราวเดียวกันให้
ใช้หน่วยเลือกตั้งที่เลือกตั้ง เจ้าพนักงานผู้ดําเนินการเลือกตั้ง คณะกรรมการตรวจคะแนน เจ้าหน้าที่
คะแนน และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งร่วมกันก็ได้ 
ใบสมัครและบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลหรือนายกเทศมนตรี ให้เป็นไปตามที่
กระทรวงมหาดไทยกําหนด 
เพื่อประโยชน์ในการดําเนินการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยเรียบร้อย กระทรวงมหาดไทย
อาจออกระเบียบกําหนดวิธีปฏิบัติในการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลหรือนายกเทศมนตรีเท่าที่ไม่ขัด
หรือแย้งกับกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลได้ 
 
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร
ไทยกําหนดให้คณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน
หรือมาจากความเห็นชอบของสภาท้องถิ่น และการเลือกตั้งคณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ สมควร
ปรับปรุงรูปแบบการบริหารเทศบาลจากที่เป็นอยู่ในปัจจุบันที่ให้นายกเทศมนตรีมาจากการเลือก
กันเองของสมาชิกสภาเทศบาล เป็นให้นายกเทศมนตรีมาจากการเลือกตั้งของราษฎรในเขตเทศบาล 
เพื่อให้ราษฎรได้มีส่วนร่วมในการปกครองตนเองตามเจตนารมณ์ของราษฎรในท้องถิ่นโดยตรง 
นอกจากนี้ สมควรปรับปรุงการปฏิบัติงานของสภาเทศบาลให้เหมาะสมและสอดคล้องกันด้วย  จึง
จําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
- ๓๓ -
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
 
*พระราชกฤษฎีกาแก้ไขบทบัญญัติให้สอดคล้องกับการโอนอํานาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไป
ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๕๑๒๒ 
 
มาตรา ๖๓  ในพระราชบัญญัติเทศบาล พุทธศักราช ๒๔๙๖ ให้แก้ไขคําว่า “กรม
มหาดไทย” เป็น “กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น” และคําว่า “อธิบดีกรมโยธาเทศบาล” เป็น 
“อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง” 
 
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติปรับปรุง
กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้บัญญัติให้จัดตั้งส่วนราชการขึ้นใหม่โดยมีภารกิจใหม่ ซึ่งได้มี
การตราพระราชกฤษฎีกาโอนกิจการบริหารและอํานาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไปตาม
พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม นั้นแล้ว และเนื่องจากพระราชบัญญัติดังกล่าวได้
บัญญัติให้โอนอํานาจหน้าที่ของส่วนราชการ รัฐมนตรีผู้ดํารงตําแหน่งหรือผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในส่วน
ราชการเดิมมาเป็นของส่วนราชการใหม่ โดยให้มีการแก้ไขบทบัญญัติต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับอํานาจ
หน้าที่ที่โอนไปด้วย ฉะนั้น เพื่ออนุวัติให้เป็นไปตามหลักการที่ปรากฏในพระราชบัญญัติและพระราช
กฤษฎีกาดังกล่าว จึงสมควรแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายให้สอดคล้องกับการโอนส่วนราชการ 
เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องมีความชัดเจนในการใช้กฎหมายโดยไม่ต้องไปค้นหาในกฎหมายโอนอํานาจหน้าที่ว่า
ตามกฎหมายใดได้มีการโอนภารกิจของส่วนราชการหรือผู้รับผิดชอบตามกฎหมายนั้นไปเป็นของ
หน่วยงานใดหรือผู้ใดแล้ว โดยแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายให้มีการเปลี่ยนชื่อส่วนราชการ รัฐมนตรี 
ผู้ดํารงตําแหน่งหรือผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการให้ตรงกับการโอนอํานาจหน้าที่ และเพิ่มผู้แทน
ส่วนราชการในคณะกรรมการให้ตรงตามภารกิจที่มีการตัดโอนจากส่วนราชการเดิมมาเป็นของส่วน
ราชการใหม่รวมทั้งตัดส่วนราชการเดิมที่มีการยุบเลิกแล้วซึ่งเป็นการแก้ไขให้ตรงตามพระราชบัญญัติ
และพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว  จึงจําเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ 
 
พระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖๑๒๓ 
 
มาตรา ๔๖  บรรดาสมาชิกสภาเทศบาล คณะเทศมนตรี นายกเทศมนตรี รอง
นายกเทศมนตรี ซึ่งดํารงตําแหน่งอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ดํารงตําแหน่งต่อไปจนกว่า
จะครบวาระหรือมีการยุบสภาเทศบาล ในกรณีเช่นว่านี้ ให้บทบัญญัติในส่วนที่ ๒ บทที่ ๑ สภา
เทศบาลและบทที่ ๒ คณะเทศมนตรี ในส่วนที่ ๔ เทศบัญญัติ และในส่วนที่ ๖ การควบคุมเทศบาล 
แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ยังคงใช้บังคับ
ต่อไปได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ 
 
มาตรา ๔๗  ในวาระเริ่มแรกเป็นเวลาสี่ปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มิให้
นําบทบัญญัติในมาตรา ๔๘ เบญจ (๒) แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม
โดยพระราชบัญญัตินี้ มาใช้บังคับกับการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี 
 
                                                 
๑๒๒ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๙/ตอนที่ ๑๐๒ ก/หน้า ๖๖/๘ ตุลาคม ๒๕๔๕ 
๑๒๓ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๐/ตอนที่ ๑๒๔ ก/หน้า ๑/๒๒ ธันวาคม ๒๕๔๖ 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
- ๓๔ -
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
มาตรา ๔๘  บรรดาบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ระเบียบและข้อบังคับที่กําหนดการ
จ่ายเงินเดือน เงินประจําตําแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของนายกเทศมนตรี เทศมนตรี 
รองนายกเทศมนตรี ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี เลขานุการนายกเทศมนตรี การจ่ายเงินค่าป่วยการแก่
ประธานสภาเทศบาล รองประธานสภาเทศบาล สมาชิกสภาเทศบาล และการจ่ายเงินค่าเบี้ยประชุม
ให้แก่กรรมการที่สภาเทศบาลแต่งตั้งขึ้น ที่ใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ใช้ต่อไป
จนกว่าจะได้มีการออกระเบียบตามมาตรา ๔๘ จตุวีสติ และมาตรา ๖๘ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล 
พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ 
 
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติเทศบาล 
พ.ศ. ๒๔๙๖ กําหนดรูปแบบการบริหารเทศบาลเป็นสองรูปแบบ คือ รูปแบบคณะเทศมนตรีและ
รูปแบบนายกเทศมนตรี เพื่อให้การบริหารเทศบาลเป็นไปในรูปแบบเดียวกัน โดยให้นายกเทศมนตรี
มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน และเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง
สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ประกอบกับมีบทบัญญัติบางมาตรายังไม่เหมาะสมกับการ
บริหารงานของเทศบาล เพื่อให้การบริหารงานของเทศบาลเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมี
ประสิทธิภาพ  จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ 
 
พระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๕๒๑๒๔ 
 
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติเทศบาล มี
บทบัญญัติบางประการไม่เหมาะสมกับสภาวะในปัจจุบันเป็นการจํากัดสิทธิของประชาชน ทั้งสิทธิของ
ผู้สมัครรับเลือกตั้งและสิทธิของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สมควรเปิดกว้างให้เป็นดุลพินิจของ
ประชาชนโดยเสรี  จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ 
 
 
 
 
 
วศิน/แก้ไข 
๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ 
 
ชาญ/ตรวจ 
๕ กันยายน ๒๕๕๔ 
 
 
 
 
 
 
 
                                                 
๑๒๔ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๖/ตอนที่ ๘๕ ก/หน้า ๗/๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
- ๓๕ -
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
- ๓๖ -
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา