อื่น ๆ

พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542

วันที่เผยแพร่
19 พ.ย. 2561
ชนิดไฟล์
PDF
ขนาดไฟล์
200.9 KB
จำนวนการเปิดอ่าน
9 ครั้ง

ไฟล์เอกสาร

พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542

PDF · 200.9 KB · 27033314_center.pdf

เปิดหรือดาวน์โหลดไฟล์ เปิดในแท็บใหม่
ข้อความในเอกสาร (สกัดโดยระบบ)

ข้อความต่อไปนี้ระบบดึงจากไฟล์โดยอัตโนมัติ เพื่อช่วยในการเข้าถึงและค้นหา — โปรดอ้างอิงเอกสารฉบับทางการจากไฟล์แนบด้านบน

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
พระราชบัญญัติ 
ระเบียบบริหารงานบุคคลสวนทองถิ่น 
พ.ศ. ๒๕๔๒ 
 
 
 
 
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. 
ใหไว ณ วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๒ 
เปนปที่ ๕๔ ในรัชกาลปจจุบัน 
 
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรด
เกลาฯ ใหประกาศวา 
 
โดยที่เปนการสมควรมีกฎหมายวาดวยระเบียบบริหารงานบุคคลสวนทองถิ่น 
 
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหตราพระราชบัญญัติขึ้นไวโดยคําแนะนําและ
ยินยอมของรัฐสภา ดังตอไปนี้ 
 
มาตรา ๑  พระราชบัญญัตินี้เรียกวา “พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคล
สวนทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒” 
 
มาตรา ๒๑  พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับตั้งแตวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา
นุเบกษาเปนตนไป 
 
มาตรา ๓  ในพระราชบัญญัตินี้ 
“องคกรปกครองสวนทองถิ่น” หมายความวา องคการบริหารสวนจังหวัด
เทศบาล องคการบริหารสวนตําบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองคกรปกครองสวน
ทองถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง 
“พนักงานสวนทองถิ่น” หมายความวา ขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัด
พนักงานเทศบาล พนักงานสวนตําบล ขาราชการกรุงเทพมหานคร พนักงานเมืองพัทยา และ
ขาราชการหรือพนักงานขององคกรปกครองสวนทองถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง ซึ่งไดรับการบรรจุ
และแตงตั้งใหปฏิบัติราชการโดยไดรับเงินเดือนจากงบประมาณหมวดเงินเดือนขององคกร
ปกครองสวนทองถิ่น หรือจากเงินงบประมาณหมวดเงินอุดหนุนของรัฐบาลที่ใหแกองคกร
ปกครองสวนทองถิ่น และองคกรปกครองสวนทองถิ่นนํามาจัดเปนเงินเดือนของขาราชการหรือ
พนักงานสวนทองถิ่น 
 
มาตรา ๔  ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ 
 
หมวด ๑ 
                                                 
๑ ราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๑๖/ตอนที่ ๑๒๐ ก/หนา ๑/๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๒ 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
- ๒ - 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
การบริหารงานบุคคลในองคการบริหารสวนจังหวัด 
 
 
 
 
มาตรา ๕  ในองคการบริหารสวนจังหวัดแตละแหง ใหมีคณะกรรมการขาราชการ
องคการบริหารสวนจังหวัดคณะหนึ่ง ประกอบดวย 
(๑) ผูวาราชการจังหวัดเปนประธาน 
(๒) หัวหนาสวนราชการประจําจังหวัดจํานวนสามคนจากสวนราชการในจังหวัด
นั้น ซึ่งผูวาราชการจังหวัดประกาศกําหนดวาเปนสวนราชการที่เกี่ยวของ  ทั้งนี้ ในกรณีจําเปนเพื่อ
ประโยชนในการบริหารงานบุคคล ผูวาราชการจังหวัดจะประกาศเปลี่ยนแปลงการกําหนดสวน
ราชการที่เกี่ยวของเมื่อใดก็ได 
(๓) ผูแทนองคการบริหารสวนจังหวัดจํานวนสี่คน ประกอบดวย นายกองคการ
บริหารสวนจังหวัด สมาชิกสภาองคการบริหารสวนจังหวัดซึ่งสภาองคการบริหารสวนจังหวัด
คัดเลือกจํานวนหนึ่งคน ปลัดองคการบริหารสวนจังหวัด และผูแทนขาราชการองคการบริหารสวน
จังหวัดซึ่งคัดเลือกกันเองจํานวนหนึ่งคน 
(๔) ผูทรงคุณวุฒิจํานวนสี่คน ซึ่งคัดเลือกจากบุคคลซึ่งมีความรูความเชี่ยวชาญ
ในดานการบริหารงานทองถิ่น ดานการบริหารงานบุคคล ดานระบบราชการ ดานการบริหารและ
การจัดการหรือดานอื่นที่จะเปนประโยชนแกการบริหารงานบุคคลขององคการบริหารสวนจังหวัด 
การคัดเลือกกรรมการผูทรงคุณวุฒิตาม (๔) ใหกรรมการตาม (๑) และ (๒)
เสนอรายชื่อบุคคลจํานวนหกคน และกรรมการตาม (๓) เสนอรายชื่อบุคคลจํานวนหกคนและให
บุคคลทั้งสิบสองคนดังกลาวประชุมเพื่อคัดเลือกกันเองใหเหลือสี่คน 
วิธีการคัดเลือกผูแทนขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัดและผูทรงคุณวุฒิ ให
เปนไปตามหลักเกณฑและเงื่อนไขที่คณะกรรมการกลางขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัด
กําหนด 
ใหผูวาราชการจังหวัดมีหนาที่ดําเนินการจัดใหมีการคัดเลือกผูแทนขาราชการ
องคการบริหารสวนจังหวัด 
ใหปลัดองคการบริหารสวนจังหวัดเปนเลขานุการคณะกรรมการขาราชการ
องคการบริหารสวนจังหวัด 
 
มาตรา ๖  กรรมการผูทรงคุณวุฒิตองมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหาม 
ดังตอไปนี้ 
(๑) มีสัญชาติไทย 
(๒) มีอายุไมต่ํากวาสี่สิบปบริบูรณ 
(๓) ไมเปนขาราชการซึ่งมีตําแหนงหรือเงินเดือนประจํา 
(๔) ไมเปนพนักงานหรือลูกจางของหนวยราชการ หนวยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ 
หรือองคกรปกครองสวนทองถิ่น 
(๕) ไมเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมือง 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
- ๓ - 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
(๖) ไมเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น 
(๗) ไมเปนเจาหนาที่หรือผูมีตําแหนงใด ๆ ในพรรคการเมือง 
บุคคลซึ่งไดรับการคัดเลือกเปนกรรมการผูทรงคุณวุฒิตองเปนผูมีชื่ออยูใน
ทะเบียนบาน ในเขตจังหวัดนั้นเปนเวลาติดตอกันไมนอยกวาหนึ่งปนับถึงวันที่ไดรับการเสนอชื่อ 
 
มาตรา ๗  กรรมการซึ่งเปนผูแทนขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัดและ
กรรมการผูทรงคุณวุฒิมีวาระอยูในตําแหนงคราวละสี่ป และอาจไดรับคัดเลือกอีกได 
ถากรรมการซึ่งเปนผูแทนขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัดหรือกรรมการ
ผูทรงคุณวุฒิวางลงใหดําเนินการคัดเลือกกรรมการแทนตําแหนงที่วางโดยเร็ว ตามหลักเกณฑและ
เงื่อนไขในมาตรา ๕ และใหกรรมการซึ่งไดรับการคัดเลือกมีวาระอยูในตําแหนงเทากับระยะเวลาที่
เหลืออยูของผูซึ่งตนแทน 
ในระหวางที่ยังมิไดคัดเลือกกรรมการแทนตําแหนงที่วางตามวรรคสองและยังมี
กรรมการเหลืออยูเกินกึ่งหนึ่ง ใหกรรมการที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไปได 
 
มาตรา ๘  กรรมการซึ่งเปนผูแทนขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัดพนจาก
ตําแหนงกอนวาระเมื่อลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกตอประธานกรรมการ หรือพนจากการเปน
ขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัดขององคการบริหารสวนจังหวัดนั้น 
 
มาตรา ๙  นอกจากการพนจากตําแหนงตามวาระ กรรมการผูทรงคุณวุฒิพนจาก
ตําแหนงเมื่อ 
(๑) ตาย 
(๒) ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกตอประธานกรรมการ 
(๓) เปนบุคคลลมละลาย 
(๔) เปนคนไรความสามารถหรือเสมือนไรความสามารถ 
(๕) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๖ 
(๖) ไดรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดใหจําคุก 
 
มาตรา ๑๐  การประชุมของคณะกรรมการขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัด
ตองมีกรรมการมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเปนองคประชุม 
ในการประชุม ถาประธานไมอยูในที่ประชุมหรือไมสามารถปฏิบัติหนาที่ไดใหที่
ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทําหนาที่เปนประธานในที่ประชุม 
ในการประชุม ถามีการพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับกรรมการผูใดโดยเฉพาะ กรรมการ
ผูนั้นไมมีสิทธิเขาประชุม 
การวินิจฉัยชี้ขาดใหถือเสียงขางมาก กรรมการคนหนึ่งใหมีเสียงหนึ่งในการ
ลงคะแนน ถาคะแนนเสียงเทากัน ใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้
ขาด 
 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
- ๔ - 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
มาตรา ๑๑  คณะกรรมการขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัดอาจแตงตั้ง
คณะอนุกรรมการเพื่อดําเนินการใด ๆ ตามที่คณะกรรมการขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัด
มอบหมายได 
 
มาตรา ๑๒  คาตอบแทนของคณะกรรมการขาราชการองคการบริหารสวน
จังหวัดและคณะอนุกรรมการ ใหเปนไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกลางขาราชการองคการ
บริหารสวนจังหวัดกําหนด 
การกําหนดคาตอบแทนตามวรรคหนึ่ง ตองคํานึงถึงปริมาณงาน รายไดและ
รายจายขององคการบริหารสวนจังหวัดแตละแหง และสามารถปรับลดหรือเพิ่มขึ้นไดตามความ
เหมาะสมของปริมาณงานและสภาพทางการเงินขององคการบริหารสวนจังหวัดดวย 
 
มาตรา ๑๓  คณะกรรมการขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัดมีอํานาจหนาที่
กําหนดหลักเกณฑและดําเนินการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลในองคการบริหารสวนจังหวัดนั้น 
ในเรื่อง ดังตอไปนี้ 
(๑) กําหนดคุณสมบัติและลักษณะตองหามที่มีความจําเปนเฉพาะสําหรับ
ขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัดนั้น 
(๒) กําหนดจํานวนและอัตราตําแหนง อัตราเงินเดือนและวิธีการจายเงินเดือน 
และประโยชนตอบแทนอื่น สําหรับขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัด 
(๓) กําหนดหลักเกณฑและเงื่อนไขในการคัดเลือก การบรรจุและแตงตั้ง การ
ยาย การโอน การรับโอน การเลื่อนระดับ การเลื่อนขั้นเงินเดือน การสอบสวน การลงโทษทางวินัย 
การใหออกจากราชการ การอุทธรณ และการรองทุกข 
(๔) กําหนดระเบียบเกี่ยวกับการบริหารและการปฏิบัติงานของขาราชการ
องคการบริหารสวนจังหวัด 
(๕) กํากับ ดูแล ตรวจสอบ แนะนําและชี้แจง สงเสริมและพัฒนาความรูแก
ขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัด 
การดําเนินการตาม (๑) ถึง (๕) ตองไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ
กลางขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัด 
 
มาตรา ๑๔  การกําหนดหลักเกณฑและการดําเนินการเกี่ยวกับการบริหารงาน
บุคคลตามมาตรา ๑๓ ใหคณะกรรมการขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัดมีอํานาจกําหนดให
สอดคลองกับความตองการและความเหมาะสมขององคการบริหารสวนจังหวัดแหงนั้น แตตองอยู
ภายใตกรอบมาตรฐานทั่วไปที่คณะกรรมการกลางขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัดกําหนด
ตามมาตรา ๑๗ 
หลักเกณฑเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลที่คณะกรรมการขาราชการองคการ
บริหารสวนจังหวัดกําหนดตามมาตรา ๑๓ ใหประกาศโดยเปดเผย ณ ที่ทําการองคการบริหารสวน
จังหวัดนั้น และจัดสงสําเนาใหคณะกรรมการกลางขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัดทราบ 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
- ๕ - 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
 
มาตรา ๑๕  การออกคําสั่งเกี่ยวกับการบรรจุและแตงตั้ง การยาย การโอน การ
รับโอน การเลื่อนระดับ การเลื่อนขั้นเงินเดือน การสอบสวน การลงโทษทางวินัย การใหออกจาก
ราชการ การอุทธรณ และการรองทุกข หรือการอื่นใดที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล ใหเปน
อํานาจของนายกองคการบริหารสวนจังหวัด  ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑที่คณะกรรมการขาราชการ
องคการบริหารสวนจังหวัดกําหนด แตสําหรับการออกคําสั่งแตงตั้ง และการใหขาราชการองคการ
บริหารสวนจังหวัดพนจากตําแหนง ตองไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการขาราชการองคการ
บริหารสวนจังหวัดกอน 
อํานาจในการดําเนินการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลตามวรรคหนึ่ง นายก
องคการบริหารสวนจังหวัดอาจมอบหมายใหผูบังคับบัญชาขาราชการในตําแหนงใดขององคการ
บริหารสวนจังหวัดแหงนั้นเปนผูใชอํานาจแทนนายกองคการบริหารสวนจังหวัดได  ทั้งนี้ ตาม
หลักเกณฑที่คณะกรรมการขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัดกําหนด 
 
มาตรา ๑๖  เพื่อใหการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลขององคการ
บริหารสวนจังหวัดแตละแหงเปนไปโดยมีมาตรฐานที่สอดคลองกัน ใหมีคณะกรรมการกลาง
ขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัดคณะหนึ่ง ประกอบดวย 
(๑) รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย หรือรัฐมนตรีชวยวาการ
กระทรวงมหาดไทยซึ่งไดรับมอบหมาย เปนประธาน 
(๒) ปลัดกระทรวงมหาดไทย เลขาธิการคณะกรรมการขาราชการพลเรือน 
ผูอํานวยการสํานักงบประมาณ อธิบดีกรมบัญชีกลาง และอธิบดีกรมสงเสริมการปกครองทองถิ่น* 
(๓) ผูแทนองคการบริหารสวนจังหวัดจํานวนหกคน ซึ่งคัดเลือกจากนายก
องคการบริหารสวนจังหวัดจํานวนสามคน และปลัดองคการบริหารสวนจังหวัดจํานวนสามคน 
(๔) ผูทรงคุณวุฒิจํานวนหกคน ซึ่งคัดเลือกจากบุคคลซึ่งมีความรูความเชี่ยวชาญ
ในดานการบริหารงานทองถิ่น ดานการบริหารงานบุคคล ดานระบบราชการ ดานการบริหารและ
การจัดการหรือดานอื่นที่จะเปนประโยชนแกการบริหารงานบุคคลขององคการบริหารสวนจังหวัด 
การคัดเลือกกรรมการผูทรงคุณวุฒิตาม (๔) ใหกรรมการตาม (๑) และ (๒) 
เสนอรายชื่อบุคคลจํานวนเกาคน และกรรมการตาม (๓) เสนอรายชื่อบุคคลจํานวนเกาคนและให
บุคคลทั้งสิบแปดคนดังกลาวประชุมเพื่อคัดเลือกกันเองใหเหลือหกคน 
วิธีการคัดเลือกผูแทนองคการบริหารสวนจังหวัดและผูทรงคุณวุฒิ ใหเปนไปตาม
หลักเกณฑและเงื่อนไขที่คณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลสวนทองถิ่นกําหนด 
ใหปลัดกระทรวงมหาดไทยมีหนาที่ดําเนินการจัดใหมีการคัดเลือกนายกองคการ
บริหารสวนจังหวัดหรือปลัดองคการบริหารสวนจังหวัด แลวแตกรณี เปนผูแทนองคการบริหาร
สวนจังหวัด 
ใหอธิบดีกรมสงเสริมการปกครองทองถิ่น*แตงตั้งขาราชการในกรมสงเสริมการ
ปกครองทองถิ่นคนหนึ่งซึ่งดํารงตําแหนงไมต่ํากวารองอธิบดีเปนเลขานุการคณะกรรมการกลาง
ขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัด 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
- ๖ - 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
กรรมการผูแทนองคการบริหารสวนจังหวัดซึ่งคัดเลือกจากปลัดองคการบริหาร
สวนจังหวัดและกรรมการผูทรงคุณวุฒิมีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ป และอาจไดรับคัดเลือก
อีกได และใหนําความในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๗ และมาตรา ๙ มาใชบังคับโดยอนุโลม 
ในการปฏิบัติหนาที่ของคณะกรรมการกลางขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัด 
ใหนําความในมาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ มาใชบังคับโดยอนุโลม 
 
มาตรา ๑๗  คณะกรรมการกลางขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัดมีอํานาจ
หนาที่ ดังตอไปนี้ 
(๑) กําหนดหลักเกณฑและเงื่อนไขการคัดเลือกผูแทนขาราชการองคการบริหาร
สวนจังหวัดและผูทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๕ วรรคสาม 
(๒) กําหนดมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะตองหามเบื้องตน
สําหรับขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัด 
(๓) กําหนดมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับอัตราตําแหนงและมาตรฐานของตําแหนง  
(๔) กําหนดมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับอัตราเงินเดือนและวิธีการจายเงินเดือนและ
ประโยชนตอบแทนอื่น 
(๕) กําหนดมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับหลักเกณฑและเงื่อนไขการคัดเลือก การ
บรรจุและแตงตั้ง การยาย การโอน การรับโอน การเลื่อนระดับ และการเลื่อนขั้นเงินเดือน 
(๖) กําหนดมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัย และการดําเนินการ
ทางวินัย 
(๗) กําหนดมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการใหออกจากราชการ 
(๘) กําหนดมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับสิทธิการอุทธรณ การพิจารณาอุทธรณและ
การรองทุกข 
(๙) กําหนดมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับโครงสรางการแบงสวนราชการ วิธีการ
บริหาร และการปฏิบัติงานของขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัด และกิจการอันเกี่ยวกับการ
บริหารงานบุคคลในองคการบริหารสวนจังหวัด 
(๑๐) ใหขอคิดเห็นหรือใหคําปรึกษาในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ
ขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัด 
(๑๑) กํากับดูแล แนะนําและชี้แจง สงเสริมและพัฒนาความรูแกขาราชการ
องคการบริหารสวนจังหวัด 
(๑๒) ปฏิบัติการอื่นตามที่พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติใหเปน
อํานาจหนาที่ของคณะกรรมการกลางขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัด 
เพื่อประโยชนในการพัฒนาขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัดใหเกิด
ประสิทธิภาพในการบริหารงานขององคการบริหารสวนจังหวัดเปนสวนรวม การกําหนดมาตรฐาน
ทั่วไปเกี่ยวกับการโอนหรือการรับโอนตามวรรคหนึ่ง (๕) คณะกรรมการกลางขาราชการองคการ

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
- ๗ - 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
บริหารสวนจังหวัดตองกําหนดหลักเกณฑใหขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัดแตละแหงมี
โอกาสโอนไปปฏิบัติหนาที่ในระหวางองคการบริหารสวนจังหวัดดวยกันได 
 
มาตรา ๑๘  การกําหนดมาตรฐานทั่วไปตามมาตรา ๑๗ ใหคณะกรรมการกลาง
ขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัดกําหนดใหเหมาะสมกับลักษณะการบริหารและอํานาจหนาที่
ขององคการบริหารสวนจังหวัด แตจะตองอยูภายใตมาตรฐานกลางเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล
ที่คณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลสวนทองถิ่นกําหนดตามมาตรา ๓๓ (๑) 
 
มาตรา ๑๙  เมื่อคณะกรรมการกลางขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัดได
กําหนดมาตรฐานทั่วไปแลว ใหใชเปนหลักเกณฑกลางสําหรับคณะกรรมการขาราชการองคการ
บริหารสวนจังหวัดแตละแหงนําไปกําหนดหลักเกณฑการบริหารงานบุคคลตามมาตรา ๑๓ 
ในกรณีที่คณะกรรมการขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัดแหงใดกําหนด
หลักเกณฑการบริหารงานบุคคลหรือมีมติใด ๆ ขัดแยงกับมาตรฐานทั่วไป ใหคณะกรรมการกลาง
ขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัดแจงใหคณะกรรมการขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัด
แหงนั้นดําเนินการแกไขใหถูกตอง ถาคณะกรรมการขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัดไม
ดําเนินการแกไขภายในเวลาอันสมควรหรือการดําเนินการของคณะกรรมการขาราชการองคการ
บริหารสวนจังหวัดจะเกิดความเสียหายอยางรายแรง ใหคณะกรรมการกลางขาราชการองคการ
บริหารสวนจังหวัดมีอํานาจสั่งระงับการใชหลักเกณฑการบริหารงานบุคคลหรือเพิกถอนมตินั้นได 
 
มาตรา ๒๐  ใหคณะกรรมการกลางขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัดจัดทํา
บัญชีอัตราเงินเดือนและประโยชนตอบแทนอื่นของขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัดในแตละ
ระดับใหเปนมาตรฐานเดียวกัน 
 
มาตรา ๒๑  คาตอบแทนคณะกรรมการกลางขาราชการองคการบริหารสวน
จังหวัดและคณะอนุกรรมการ ใหเปนไปตามที่กําหนดในพระราชกฤษฎีกา 
 
มาตรา ๒๒  ใหนําบทบัญญัติในหมวดนี้มาใชบังคับกับการบริหารงานบุคคล
สําหรับลูกจางขององคการบริหารสวนจังหวัดดวยโดยอนุโลม  ทั้งนี้ โดยใหกําหนดมาตรฐานทั่วไป 
หลักเกณฑหรือวิธีปฏิบัติใหเหมาะสมกับลักษณะการปฏิบัติงานของลูกจางในองคการบริหารสวน
จังหวัด 
 
หมวด ๒ 
การบริหารงานบุคคลในเทศบาล 
 
 
 
 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
- ๘ - 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
มาตรา ๒๓  เทศบาลที่อยูในเขตจังหวัดหนึ่ง ใหมีคณะกรรมการพนักงาน
เทศบาลรวมกันคณะหนึ่งทําหนาที่บริหารงานบุคคลสําหรับเทศบาลทุกแหงที่อยูในเขตจังหวัดนั้น 
ประกอบดวย 
(๑) ผูวาราชการจังหวัดเปนประธาน 
(๒) หัวหนาสวนราชการประจําจังหวัดจํานวนหาคนจากสวนราชการในจังหวัด 
นั้น ซึ่งผูวาราชการจังหวัดประกาศกําหนดวาเปนสวนราชการที่เกี่ยวของ  ทั้งนี้ ในกรณีจําเปนเพื่อ
ประโยชนในการบริหารงานบุคคล ผูวาราชการจังหวัดจะประกาศเปลี่ยนแปลงการกําหนดสวน
ราชการที่เกี่ยวของเมื่อใดก็ได 
(๓) ผูแทนเทศบาลจํานวนหกคน ดังนี้ 
(ก) ประธานสภาเทศบาล ซึ่งประธานสภาเทศบาลในเขตจังหวัดนั้นคัดเลือก
กันเองจํานวนสองคน 
(ข) นายกเทศมนตรี ซึ่งนายกเทศมนตรีในเขตจังหวัดนั้นคัดเลือกกันเอง
จํานวนสองคน 
(ค) ผูแทนพนักงานเทศบาล ซึ่งปลัดเทศบาลในเขตจังหวัดนั้นคัดเลือก
กันเองจํานวนสองคน 
(๔) ผูทรงคุณวุฒิจํานวนหกคน ซึ่งคัดเลือกจากบุคคลซึ่งมีความรูความเชี่ยวชาญ
ในดานการบริหารงานทองถิ่น ดานการบริหารงานบุคคล ดานระบบราชการ ดานการบริหาร และ
การจัดการหรือดานอื่นที่จะเปนประโยชนแกการบริหารงานบุคคลของเทศบาล 
ในการคัดเลือกประธานสภาเทศบาล นายกเทศมนตรี และผูแทนพนักงาน
เทศบาล ใหผูวาราชการจังหวัดมีหนาที่ดําเนินการจัดใหมีการคัดเลือก ตามหลักเกณฑและเงื่อนไข
ที่คณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาลกําหนด 
การคัดเลือกกรรมการผูทรงคุณวุฒิตาม (๔) ใหกรรมการตาม (๑) และ (๒) 
เสนอรายชื่อบุคคลจํานวนเกาคน และกรรมการตาม (๓) เสนอรายชื่อบุคคลจํานวนเกาคนและให
บุคคลทั้งสิบแปดคนดังกลาวประชุมเพื่อคัดเลือกกันเองใหเหลือหกคน ตามหลักเกณฑและ
เงื่อนไขที่คณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาลกําหนด 
ใหผูวาราชการจังหวัดแตงตั้งขาราชการหรือพนักงานเทศบาลคนหนึ่งในจังหวัด
เปนเลขานุการคณะกรรมการพนักงานเทศบาล 
กรรมการซึ่งเปนผูแทนพนักงานเทศบาลและกรรมการผูทรงคุณวุฒิมีวาระอยูใน
ตําแหนงคราวละสี่ป และอาจไดรับคัดเลือกอีกได และใหนําความในมาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา 
๘ และมาตรา ๙ มาใชบังคับโดยอนุโลม 
ใหนําความในมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ และ
มาตรา ๑๕ มาใชบังคับกับการปฏิบัติหนาที่ของคณะกรรมการพนักงานเทศบาลดวยโดยอนุโลม  
ทั้งนี้ โดยใหการใชอํานาจหนาที่ตามบทบัญญัติดังกลาวเปนอํานาจหนาที่ของคณะกรรมการกลาง
พนักงานเทศบาล คณะกรรมการพนักงานเทศบาล หรือนายกเทศมนตรี แลวแตกรณี 
 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
- ๙ - 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
มาตรา ๒๔  เพื่อใหการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของเทศบาลแต
ละแหงเปนไปโดยมีมาตรฐานที่สอดคลองกัน ใหมีคณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาลคณะหนึ่ง 
ประกอบดวย 
(๑) รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย หรือรัฐมนตรีชวยวาการ
กระทรวงมหาดไทยซึ่งไดรับมอบหมาย เปนประธาน 
(๒) ปลัดกระทรวงมหาดไทย เลขาธิการคณะกรรมการขาราชการพลเรือน
ผูอํานวยการสํานักงบประมาณ อธิบดีกรมบัญชีกลาง และอธิบดีกรมสงเสริมการปกครองทองถิ่น* 
(๓) ผูแทนเทศบาลจํานวนหกคน ซึ่งคัดเลือกจากนายกเทศมนตรีจํานวนสามคน
และปลัดเทศบาลจํานวนสามคน 
(๔) ผูทรงคุณวุฒิจํานวนหกคน ซึ่งคัดเลือกจากบุคคลซึ่งมีความรูความเชี่ยวชาญ
ในดานการบริหารงานทองถิ่น ดานการบริหารงานบุคคล ดานการบริหารและการจัดการ หรือดาน
อื่นที่จะเปนประโยชนแกการบริหารงานบุคคลของเทศบาล 
การคัดเลือกกรรมการผูทรงคุณวุฒิตาม (๔) ใหกรรมการตาม (๑) และ (๒) 
เสนอรายชื่อบุคคลจํานวนเกาคน และกรรมการตาม (๓) เสนอรายชื่อบุคคลจํานวนเกาคนและให
บุคคลทั้งสิบแปดคนดังกลาวประชุมเพื่อคัดเลือกกันเองใหเหลือหกคน 
วิธีการคัดเลือกผูแทนเทศบาลและผูทรงคุณวุฒิ ใหเปนไปตามหลักเกณฑและ
เงื่อนไขที่คณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลสวนทองถิ่นกําหนด 
ใหปลัดกระทรวงมหาดไทยมีหนาที่ดําเนินการจัดใหมีการคัดเลือก
นายกเทศมนตรีหรือปลัดเทศบาล แลวแตกรณี เปนผูแทนเทศบาล 
ใหอธิบดีกรมสงเสริมการปกครองทองถิ่น*แตงตั้งขาราชการในกรมสงเสริมการ
ปกครองทองถิ่นคนหนึ่งซึ่งดํารงตําแหนงไมต่ํากวารองอธิบดีเปนเลขานุการคณะกรรมการกลาง
พนักงานเทศบาล 
กรรมการผูแทนเทศบาลซึ่งคัดเลือกจากปลัดเทศบาลและกรรมการผูทรงคุณวุฒิ 
มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ป และอาจไดรับคัดเลือกอีกได และใหนําความในมาตรา ๖ 
วรรคหนึ่ง มาตรา ๗ และมาตรา ๙ มาใชบังคับโดยอนุโลม 
ใหนําความในมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๗ มาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ มาตรา 
๒๐ มาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๒ มาใชบังคับกับการปฏิบัติหนาที่ของคณะกรรมการกลางพนักงาน
เทศบาลดวยโดยอนุโลม  ทั้งนี้ โดยใหการใชอํานาจหนาที่ตามบทบัญญัติดังกลาว เปนอํานาจ
หนาที่ของคณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล หรือคณะกรรมการพนักงานเทศบาล แลวแต
กรณี 
 
หมวด ๓ 
การบริหารงานบุคคลในองคการบริหารสวนตําบล 
 
 
 
 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
- ๑๐ - 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
มาตรา ๒๕  องคการบริหารสวนตําบลที่อยูในเขตจังหวัดหนึ่ง ใหมี
คณะกรรมการพนักงานสวนตําบลรวมกันคณะหนึ่ง ทําหนาที่บริหารงานบุคคลสําหรับองคการ
บริหารสวนตําบลทุกแหงที่อยูในเขตจังหวัดนั้น ประกอบดวย 
(๑) ผูวาราชการจังหวัด หรือรองผูวาราชการจังหวัดซึ่งไดรับมอบหมายเปน
ประธาน 
(๒) นายอําเภอหรือหัวหนาสวนราชการประจําจังหวัดนั้น จํานวนแปดคนซึ่งผูวา
ราชการจังหวัดประกาศกําหนดวาเปนสวนราชการที่เกี่ยวของ  ทั้งนี้ ในกรณีจําเปนเพื่อประโยชน
ในการบริหารงานบุคคล ผูวาราชการจังหวัดจะประกาศเปลี่ยนแปลงการกําหนดสวนราชการที่
เกี่ยวของเมื่อใดก็ได 
(๓) ผูแทนองคการบริหารสวนตําบลจํานวนเกาคน ดังนี้ 
(ก) ประธานสภาองคการบริหารสวนตําบล ซึ่งประธานสภาองคการบริหาร
สวนตําบลในเขตจังหวัดนั้นคัดเลือกกันเองจํานวนสามคน 
(ข) ประธานกรรมการบริหารองคการบริหารสวนตําบล ซึ่งประธาน
กรรมการบริหารองคการบริหารสวนตําบลในเขตจังหวัดนั้นคัดเลือกกันเองจํานวนสามคน 
(ค) ผูแทนพนักงานสวนตําบลซึ่งปลัดองคการบริหารสวนตําบลในจังหวัด
นั้นคัดเลือกกันเองจํานวนสามคน 
(๔) ผูทรงคุณวุฒิจํานวนเกาคน ซึ่งคัดเลือกจากบุคคลซึ่งมีความรูความเชี่ยวชาญ
ในดานการบริหารงานทองถิ่น ดานการบริหารงานบุคคล ดานระบบราชการ ดานการบริหารและ
การจัดการหรือดานอื่นที่จะเปนประโยชนแกการบริหารงานบุคคลขององคการบริหารสวนตําบล 
การคัดเลือกกรรมการผูทรงคุณวุฒิตาม (๔) ใหกรรมการตาม (๑) และ (๒) 
เสนอรายชื่อบุคคลจํานวนสิบหาคน และกรรมการตาม (๓) เสนอรายชื่อบุคคลจํานวนสิบหาคน 
และใหบุคคลทั้งสามสิบคนดังกลาวประชุมเพื่อคัดเลือกกันเองใหเหลือเกาคน 
วิธีการคัดเลือกผูแทนองคการบริหารสวนตําบลและผูทรงคุณวุฒิ ใหเปนไปตาม
หลักเกณฑและเงื่อนไขที่คณะกรรมการกลางพนักงานสวนตําบลกําหนด 
ใหผูวาราชการจังหวัดมีหนาที่จัดใหมีการคัดเลือกประธานสภาองคการบริหาร
สวนตําบล ประธานกรรมการบริหารองคการบริหารสวนตําบลหรือปลัดองคการบริหารสวนตําบล 
แลวแตกรณี เปนผูแทนองคการบริหารสวนตําบล 
ใหผูวาราชการจังหวัดแตงตั้งขาราชการหรือพนักงานสวนตําบลคนหนึ่งในจังหวัด 
เปนเลขานุการคณะกรรมการพนักงานสวนตําบล 
กรรมการซึ่งเปนผูแทนพนักงานสวนตําบล และกรรมการผูทรงคุณวุฒิ มีวาระ
การดํารงตําแหนงคราวละสี่ป และอาจไดรับคัดเลือกอีกได และใหนําความในมาตรา ๖ มาตรา ๗ 
มาตรา ๘ และมาตรา ๙ มาใชบังคับโดยอนุโลม 
ใหนําความในมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ และ
มาตรา ๑๕ มาใชบังคับกับการปฏิบัติหนาที่ของคณะกรรมการพนักงานสวนตําบลดวยโดยอนุโลม  
ทั้งนี้ โดยใหการใชอํานาจหนาที่ตามบทบัญญัติดังกลาวเปนอํานาจหนาที่ของคณะกรรมการกลาง

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
- ๑๑ - 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
พนักงานสวนตําบล คณะกรรมการพนักงานสวนตําบล หรือประธานกรรมการบริหารองคการ
บริหารสวนตําบล แลวแตกรณี 
 
มาตรา ๒๖  เพื่อใหการปฏิบัติหนาที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลขององคการ
บริหารสวนตําบลแตละแหงเปนไปโดยมีมาตรฐานที่สอดคลองกัน ใหมีคณะกรรมการกลาง
พนักงานสวนตําบลคณะหนึ่ง ประกอบดวย 
(๑) รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย หรือรัฐมนตรีชวยวาการ
กระทรวงมหาดไทยซึ่งไดรับมอบหมาย เปนประธาน 
(๒) ปลัดกระทรวงมหาดไทย เลขาธิการคณะกรรมการขาราชการพลเรือน 
ผูอํานวยการสํานักงบประมาณ อธิบดีกรมบัญชีกลาง และอธิบดีกรมสงเสริมการปกครองทองถิ่น* 
(๓) ผูแทนองคการบริหารสวนตําบลจํานวนหกคน ซึ่งคัดเลือกจากประธาน
กรรมการบริหารองคการบริหารสวนตําบลจํานวนสามคน และปลัดองคการบริหารสวนตําบล
จํานวนสามคน 
(๔) ผูทรงคุณวุฒิจํานวนหกคน ซึ่งคัดเลือกจากบุคคลซึ่งมีความรูความเชี่ยวชาญ
ในดานการบริหารงานทองถิ่น ดานการบริหารงานบุคคล ดานระบบราชการ ดานการบริหารและ
การจัดการหรือดานอื่นที่จะเปนประโยชนแกการบริหารงานบุคคลขององคการบริหารสวนตําบล 
การคัดเลือกกรรมการผูทรงคุณวุฒิตาม (๔) ใหกรรมการตาม (๑) และ (๒) 
เสนอรายชื่อบุคคลจํานวนเกาคน และกรรมการตาม (๓) เสนอรายชื่อบุคคลจํานวนเกาคน และ
ใหบุคคลทั้งสิบแปดคนดังกลาวประชุมเพื่อคัดเลือกกันเองใหเหลือหกคน 
วิธีการคัดเลือกผูแทนองคการบริหารสวนตําบลและผูทรงคุณวุฒิ ใหเปนไปตาม
หลักเกณฑและเงื่อนไขที่คณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลสวนทองถิ่นกําหนด 
ใหปลัดกระทรวงมหาดไทยมีหนาที่ดําเนินการจัดใหมีการคัดเลือกประธาน
กรรมการบริหารองคการบริหารสวนตําบลหรือปลัดองคการบริหารสวนตําบล แลวแตกรณี เปน
ผูแทนองคการบริหารสวนตําบล 
ใหอธิบดีกรมสงเสริมการปกครองทองถิ่น*แตงตั้งขาราชการในกรมสงเสริมการ
ปกครองทองถิ่นคนหนึ่งซึ่งดํารงตําแหนงไมต่ํากวารองอธิบดีเปนเลขานุการคณะกรรมการกลาง
พนักงานสวนตําบล 
กรรมการผูแทนองคการบริหารสวนตําบลซึ่งคัดเลือกจากปลัดองคการบริหาร
สวนตําบลและกรรมการผูทรงคุณวุฒิมีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ป และอาจไดรับคัดเลือก
อีกได และใหนําความในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๗ และมาตรา ๙ มาใชบังคับโดยอนุโลม 
ใหนําความในมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๗ มาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ มาตรา 
๒๐ มาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๒ มาใชบังคับกับการปฏิบัติหนาที่ของคณะกรรมการกลางพนักงาน
สวนตําบลดวยโดยอนุโลม  ทั้งนี้ โดยใหการใชอํานาจหนาที่ตามบทบัญญัติดังกลาว เปนอํานาจ
หนาที่ของคณะกรรมการกลางพนักงานสวนตําบล หรือคณะกรรมการพนักงานสวนตําบล แลวแต
กรณี 
 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
- ๑๒ - 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
หมวด ๔ 
การบริหารงานบุคคลในกรุงเทพมหานคร 
 
 
 
 
มาตรา ๒๗  การบริหารงานบุคคลของกรุงเทพมหานคร ใหเปนไปตามกฎหมาย
วาดวยระเบียบขาราชการกรุงเทพมหานคร 
 
หมวด ๕ 
การบริหารงานบุคคลในเมืองพัทยา 
 
 
 
 
มาตรา ๒๘  เมืองพัทยาใหมีคณะกรรมการพนักงานเมืองพัทยาคณะหนึ่ง ทํา
หนาที่กําหนดหลักเกณฑและดําเนินการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของพนักงานเมืองพัทยา 
ประกอบดวย 
(๑) ผูวาราชการจังหวัดชลบุรีเปนประธาน 
(๒) นายอําเภอหรือหัวหนาสวนราชการในจังหวัดชลบุรีจํานวนสามคน ซึ่งผูวา
ราชการจังหวัดชลบุรีประกาศกําหนดวาเปนสวนราชการที่เกี่ยวของ  ทั้งนี้ ในกรณีจําเปนเพื่อ
ประโยชนในการบริหารงานบุคคล ผูวาราชการจังหวัดชลบุรีจะประกาศเปลี่ยนแปลงการกําหนด
สวนราชการที่เกี่ยวของเมื่อใดก็ได 
(๓) ผูแทนเมืองพัทยาจํานวนสี่คน ประกอบดวย นายกเมืองพัทยา สมาชิกสภา
เมืองพัทยา ซึ่งสภาเมืองพัทยาคัดเลือกจํานวนหนึ่งคน ปลัดเมืองพัทยา และผูแทนพนักงานเมือง
พัทยาซึ่งคัดเลือกกันเองจํานวนหนึ่งคน 
(๔) ผูทรงคุณวุฒิจํานวนสี่คน ซึ่งคัดเลือกจากบุคคลซึ่งมีความรูความเชี่ยวชาญ
ในดานการบริหารงานทองถิ่น ดานการบริหารงานบุคคล ดานระบบราชการ ดานการบริหารและ
การจัดการหรือดานอื่นที่จะเปนประโยชนแกการบริหารงานบุคคลของเมืองพัทยา 
การคัดเลือกกรรมการผูทรงคุณวุฒิตาม (๔) ใหกรรมการตาม (๑) และ (๒) 
เสนอรายชื่อบุคคลจํานวนหกคน และกรรมการตาม (๓) เสนอรายชื่อบุคคลจํานวนหกคน และให
บุคคลทั้งสิบสองคนดังกลาวประชุมเพื่อคัดเลือกกันเองใหเหลือสี่คน 
วิธีการคัดเลือกผูแทนพนักงานเมืองพัทยาและผูทรงคุณวุฒิ ใหนําหลักเกณฑและ
เงื่อนไขที่คณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาลกําหนด มาใชบังคับโดยอนุโลม 
ใหผูวาราชการจังหวัดชลบุรีมีหนาที่ดําเนินการจัดใหมีการคัดเลือกพนักงานเมือง
พัทยา เปนผูแทนพนักงานเมืองพัทยา 
ใหปลัดเมืองพัทยาเปนเลขานุการคณะกรรมการพนักงานเมืองพัทยา 
กรรมการซึ่งเปนผูแทนพนักงานเมืองพัทยาและกรรมการผูทรงคุณวุฒิมีวาระการ
ดํารงตําแหนงคราวละสี่ป และอาจไดรับคัดเลือกอีกได และใหนําความในมาตรา ๖ มาตรา ๗ 
มาตรา ๘ และมาตรา ๙ มาใชบังคับโดยอนุโลม 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
- ๑๓ - 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
ใหนําความในมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ มาตรา 
๑๕ มาตรา ๒๐ และมาตรา ๒๒ มาใชบังคับกับการปฏิบัติหนาที่ของคณะกรรมการพนักงานเมือง
พัทยาดวยโดยอนุโลม  ทั้งนี้ โดยใหการใชอํานาจหนาที่ตามบทบัญญัติดังกลาว เปนอํานาจหนาที่
ของคณะกรรมการพนักงานเมืองพัทยา หรือนายกเมืองพัทยา แลวแตกรณี 
การกําหนดหลักเกณฑเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของคณะกรรมการพนักงาน
เมืองพัทยา ใหมีอํานาจกําหนดใหสอดคลองกับความตองการและความเหมาะสมของเมืองพัทยา 
แตจะตองอยูภายใตมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลที่คณะกรรมการกลางพนักงาน
เทศบาลกําหนด 
 
หมวด ๖ 
การบริหารงานบุคคลในองคกรปกครองสวนทองถิ่นอื่น 
 
 
 
 
มาตรา ๒๙  การบริหารงานบุคคลขององคกรปกครองสวนทองถิ่นอื่นใหเปนไป
ตามกฎหมายวาดวยการนั้น 
 
หมวด ๗ 
คณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลสวนทองถิ่น 
 
 
 
 
มาตรา ๓๐  เพื่อประโยชนในการกํากับดูแลการบริหารงานบุคคลของพนักงาน
ในองคกรปกครองสวนทองถิ่นทุกรูปแบบใหมีประสิทธิภาพเพื่อประโยชนแกประชาชนในทองถิ่น 
และประโยชนของประเทศเปนสวนรวมและสามารถรองรับการกระจายอํานาจใหแกทองถิ่นได ให
มีคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลสวนทองถิ่นเรียกโดยยอวา “ก.ถ.” ประกอบดวย 
(๑) บุคคลซึ่งไดรับการคัดเลือกตามมาตรา ๓๑ เปนประธาน 
(๒) กรรมการโดยตําแหนงจํานวนหกคน ไดแก เลขาธิการคณะกรรมการ
ขาราชการพลเรือน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ผูอํานวยการ
สํานักงบประมาณ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมสงเสริมการ
ปกครองทองถิ่น* 
(๓) กรรมการผูทรงคุณวุฒิจํานวนหาคน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแตงตั้งจากผูซึ่งมี
ความรูความเชี่ยวชาญในดานการบริหารงานทองถิ่น ดานการบริหารงานบุคคล ดานระบบราชการ 
ดานบริหารและการจัดการหรือดานกฎหมาย ซึ่งมีผลงานทางวิชาการ หรือมีความรูเปนที่ยอมรับ 
(๔) ผูแทนคณะกรรมการกลางขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัดจํานวนหนึ่ง
คน ผูแทนคณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาลจํานวนหนึ่งคน ผูแทนคณะกรรมการกลาง
พนักงานสวนตําบลจํานวนหนึ่งคน ผูแทนคณะกรรมการขาราชการกรุงเทพมหานครจํานวนหนึ่ง
คน ผูแทนคณะกรรมการพนักงานเมืองพัทยาจํานวนหนึ่งคน และในกรณีที่มีกฎหมายจัดตั้ง
องคกรปกครองสวนทองถิ่นอื่น ใหมีผูแทนคณะกรรมการพนักงานองคกรปกครองสวนทองถิ่นอื่น
ซึ่งองคกรปกครองสวนทองถิ่นอื่นนั้นคัดเลือกกันเองจํานวนหนึ่งคน 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
- ๑๔ - 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
การคัดเลือกกรรมการตาม (๔) ใหคัดเลือกจากกรรมการซึ่งเปนผูแทนองคกร
ปกครองสวนทองถิ่นของคณะกรรมการนั้น 
ใหหัวหนาสํานักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลสวนทองถิ่น
เปนเลขานุการคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลสวนทองถิ่น 
ใหนําความในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๗ และมาตรา ๙ มาใชบังคับกับการ
ดํารงตําแหนงของกรรมการผูทรงคุณวุฒิ และใหนําความในมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ และมาตรา 
๒๑ มาใชบังคับกับการปฏิบัติหนาที่ของคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลสวนทองถิ่น
ดวยโดยอนุโลม 
 
มาตรา ๓๑  ในการคัดเลือกประธานกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคล
สวนทองถิ่นใหกรรมการตามมาตรา ๓๐ (๒) (๓) และ (๔) เสนอรายชื่อบุคคลจํานวนฝายละ
สามคน และใหบุคคลทั้งเกาคนดังกลาวประชุมเพื่อคัดเลือกกันเอง โดยใหผูไดรับคะแนนสูงสุด
เปนผูไดรับการคัดเลือก 
บุคคลที่จะไดรับการเสนอชื่อตามวรรคหนึ่ง ตองเปนผูซึ่งมีความรูความเชี่ยวชาญ
ในดานการบริหารงานทองถิ่น ดานการบริหารงานบุคคล ดานระบบราชการ ดานการบริหารและ
การจัดการ หรือดานกฎหมาย ซึ่งมีผลงานทางวิชาการหรือมีความรูเปนที่ยอมรับ และไมไดเปน
กรรมการของคณะกรรมการกลางขาราชการหรือพนักงานสวนทองถิ่น หรือกรรมการของ
คณะกรรมการขาราชการหรือพนักงานสวนทองถิ่น และใหนําความในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง มาใช
บังคับดวย 
ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทยมีหนาที่ดําเนินการจัดใหมีการคัดเลือก
ประธานกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลสวนทองถิ่น ตามหลักเกณฑและเงื่อนไขที่
คณะรัฐมนตรีกําหนด 
ในกรณีที่ไดรายชื่อบุคคลซึ่งไดรับการคัดเลือกแลว ใหรัฐมนตรีวาการ
กระทรวงมหาดไทยประกาศแตงตั้งบุคคลดังกลาวเปนประธานกรรมการมาตรฐานการบริหารงาน
บุคคลสวนทองถิ่น 
 
มาตรา ๓๒  ใหประธานกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลสวนทองถิ่นมี
วาระอยูในตําแหนงคราวละหกปนับแตวันที่ไดรับการแตงตั้ง และใหดํารงตําแหนงไดเพียงวาระ
เดียว 
นอกจากการพนจากตําแหนงตามวาระ ประธานกรรมการมาตรฐานการ
บริหารงานบุคคลสวนทองถิ่นพนจากตําแหนงเมื่อ 
(๑) ตาย 
(๒) ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกตอรัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย 
(๓) รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทยสั่งใหออก โดยความเห็นชอบของ
คณะรัฐมนตรีเนื่องจากมีความประพฤติเสื่อมเสีย บกพรอง หรือไมสุจริตตอหนาที่ 
(๔) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๓๑ วรรคสอง 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
- ๑๕ - 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
(๕) เปนบุคคลลมละลาย 
(๖) เปนคนไรความสามารถหรือเสมือนไรความสามารถ 
(๗) ไดรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดใหจําคุก 
 
มาตรา ๓๓  ใหคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลสวนทองถิ่นมี
อํานาจหนาที่ ดังตอไปนี้ 
(๑) กําหนดมาตรฐานกลางและแนวทางในการรักษาระบบคุณธรรมเกี่ยวกับการ
บริหารงานบุคคลโดยเฉพาะในเรื่องการแตงตั้งและการใหพนจากตําแหนงของพนักงานสวน
ทองถิ่น รวมตลอดถึงการกําหนดโครงสรางอัตราเงินเดือนและประโยชนตอบแทนอื่นใหมีสัดสวน
ที่เหมาะสมแกรายไดและการพัฒนาทองถิ่นตามอํานาจหนาที่ขององคกรปกครองสวนทองถิ่น  
ทั้งนี้ การกําหนดมาตรฐานกลางและแนวทางจะตองไมมีลักษณะเปนการกําหนดหลักเกณฑการ
บริหารงานบุคคลโดยเฉพาะเจาะจงที่ทําใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นไมสามารถบริหารงาน
บุคคลตามความตองการและความเหมาะสมของแตละองคกรปกครองสวนทองถิ่นได 
(๒) กําหนดแนวทางการพัฒนาการบริหารงานบุคคลสวนทองถิ่นเพื่อรองรับการ
กระจายอํานาจการปกครองสวนทองถิ่น 
(๓) กําหนดหลักเกณฑและเงื่อนไขการคัดเลือกตามมาตรา ๑๖ วรรคสาม 
มาตรา ๒๔ วรรคสาม และมาตรา ๒๖ วรรคสาม 
(๔) สงเสริมใหมีการศึกษา วิเคราะห หรือวิจัยเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลสวน
ทองถิ่น 
(๕) ใหคําปรึกษา คําแนะนํา และพิจารณาปญหาเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล
สวนทองถิ่นแกองคกรปกครองสวนทองถิ่น 
(๖) ประสานงานกับคณะรัฐมนตรี หนวยงานของรัฐ องคกรปกครองสวนทองถิ่น 
คณะกรรมการขาราชการตามกฎหมายวาดวยระเบียบขาราชการประเภทตาง ๆ คณะกรรมการ
กลางขาราชการหรือพนักงานสวนทองถิ่น และคณะกรรมการขาราชการหรือพนักงานสวนทองถิ่น 
เพื่อสงเสริมใหการบริหารงานบุคคลสวนทองถิ่นมีประสิทธิภาพ 
(๗) ปฏิบัติการอื่นตามที่กําหนดไวในพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่น 
การกําหนดมาตรฐานกลางตามวรรคหนึ่ง (๑) ใหใชเปนแนวทางในการ
บริหารงานบุคคลของกรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองคกรปกครองสวนทองถิ่นอื่นที่มี
กฎหมายจัดตั้งขึ้นตามมาตรา ๒๙ ดวย 
 
มาตรา ๓๔  ในกรณีที่คณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลสวนทองถิ่น
เห็นวาการกําหนดมาตรฐานทั่วไปของคณะกรรมการกลางขาราชการหรือพนักงานสวนทองถิ่น
ขัดแยงกับมาตรฐานกลางหรือแนวทางตามมาตรา ๓๓ หรือมีปญหาขอโตแยงในการกําหนด
หลักเกณฑการบริหารงานบุคคลระหวางคณะกรรมการขาราชการหรือพนักงานสวนทองถิ่นกับ
คณะกรรมการกลางขาราชการหรือพนักงานสวนทองถิ่น ใหคณะกรรมการมาตรฐานการ
บริหารงานบุคคลสวนทองถิ่นแจงใหคณะกรรมการกลางขาราชการหรือพนักงานสวนทองถิ่น หรือ

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
- ๑๖ - 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
คณะกรรมการขาราชการหรือพนักงานสวนทองถิ่น แลวแตกรณี ดําเนินการแกไขใหถูกตองตาม
มาตรฐานกลางและถามิไดมีการดําเนินการในเวลาอันสมควรหรือการดําเนินการของ
คณะกรรมการกลางขาราชการหรือพนักงานสวนทองถิ่น หรือคณะกรรมการขาราชการ หรือ
พนักงานสวนทองถิ่นจะเกิดความเสียหายอยางรายแรงตอการบริหารเปนสวนรวมหรือไมเปน
ธรรมแกขาราชการหรือพนักงานสวนทองถิ่น ใหคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคล
สวนทองถิ่นมีอํานาจสั่งระงับการใชหลักเกณฑการบริหารงานบุคคลนั้นได 
 
มาตรา ๓๕  ในการจายเงินเดือน ประโยชนตอบแทนอื่น และเงินคาจางของ
ขาราชการ หรือพนักงานสวนทองถิ่น และลูกจาง ที่นํามาจากเงินรายไดที่ไมรวมเงินอุดหนุนและ
เงินกูหรือเงินอื่นใดนั้น องคกรปกครองสวนทองถิ่นแตละแหงจะกําหนดสูงกวารอยละสี่สิบของเงิน
งบประมาณรายจายประจําปขององคกรปกครองสวนทองถิ่นนั้นไมได 
 
มาตรา ๓๖  ใหจัดตั้งสํานักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคล
สวนทองถิ่นขึ้นในสํานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงมหาดไทย มีหนาที่รับผิดชอบงานในราชการ
ของคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลสวนทองถิ่น และมีอํานาจหนาที่ ดังตอไปนี้ 
(๑) รับผิดชอบในงานธุรการของคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคล
สวนทองถิ่น 
(๒) ศึกษา วิเคราะห และรวบรวมขอมูลตาง ๆ เกี่ยวกับงานของคณะกรรมการ
มาตรฐานการบริหารงานบุคคลสวนทองถิ่น 
(๓) ประสานงาน ติดตาม และประเมินผลการบริหารงานบุคคลขององคกร
ปกครองสวนทองถิ่น 
(๔) ชวยเหลือ และใหคําปรึกษาและแนะนําเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลสวน
ทองถิ่น 
(๕) จัดประชุม สัมมนา ฝกอบรม รวมทั้งการประชาสัมพันธและเผยแพรความรู
เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลสวนทองถิ่น 
(๖) จัดทํารายงานประจําปเกี่ยวกับวัตถุประสงค ผลงาน และอุปสรรคในการ
ปฏิบัติหนาที่และในการดําเนินงานของคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลสวนทองถิ่น 
และสํานักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลสวนทองถิ่น 
(๗) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลสวน
ทองถิ่นมอบหมาย 
 
บทเฉพาะกาล 
 
 
 
 
มาตรา ๓๗  ผูใดเปนขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัด พนักงานเทศบาล 
พนักงานสวนตําบล หรือพนักงานเมืองพัทยา อยูกอนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ ใหผูนั้นเปน

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
- ๑๗ -
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
ขาราชการหรือพนักงานสวนทองถิ่นตามพระราชบัญญัตินี้ตอไป โดยไดรับเงินเดือนหรือคาจาง 
และสิทธิและประโยชนเชนเดิม 
 
มาตรา ๓๘  ผูใดเปนลูกจางประจําขององคการบริหารสวนจังหวัด เทศบาล
องคการบริหารสวนตําบล หรือเมืองพัทยา อยูกอนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ ใหผูนั้นเปน
ลูกจางตามพระราชบัญญัตินี้ตอไป โดยไดรับคาจาง และสิทธิและประโยชนเชนเดิม 
 
มาตรา ๓๙  ใหดําเนินการจัดใหมีคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคล
สวนทองถิ่น คณะกรรมการกลางขาราชการหรือพนักงานสวนทองถิ่น และคณะกรรมการ
ขาราชการหรือพนักงานสวนทองถิ่น และสํานักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคล
สวนทองถิ่นตามพระราชบัญญัตินี้ภายในหนึ่งปนับแตวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ 
ในระหวางที่ยังไมมีคณะกรรมการขาราชการหรือพนักงานสวนทองถิ่นตาม
พระราชบัญญัตินี้ ใหการบริหารงานบุคคลในองคกรปกครองสวนทองถิ่นนั้นเปนไปตามที่กําหนด
ไวในกฎหมายวาดวยการจัดตั้งองคกรปกครองสวนทองถิ่นนั้นจนกวาจะมีคณะกรรมการ
ขาราชการหรือพนักงานสวนทองถิ่นตามพระราชบัญญัตินี้ 
ในระหวางที่ยังไมมีการกําหนดมาตรฐานกลาง มาตรฐานทั่วไป หลักเกณฑและ
วิธีการปฏิบัติเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของขาราชการหรือพนักงานสวนทองถิ่นตาม
พระราชบัญญัตินี้ ใหพระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา กฎ ระเบียบ ขอบังคับ ประกาศ หรือคําสั่ง
ที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัด พนักงานเทศบาล 
พนักงานสวนตําบล และพนักงานเมืองพัทยา ที่ใชบังคับอยูในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ 
ยังคงใชบังคับไดตอไปเทาที่ไมขัดหรือแยงกับพระราชบัญญัตินี้ 
 
มาตรา ๔๐  ในวาระเริ่มแรกกอนที่จะมีกรรมการตามมาตรา ๓๐ (๔) ให
คณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลสวนทองถิ่น ประกอบดวยกรรมการตามมาตรา ๓๐ 
(๒) และ (๓) เพื่อทําหนาที่เทาที่จําเปน 
ใหกรรมการตามวรรคหนึ่ง ดําเนินการกําหนดหลักเกณฑและเงื่อนไขการ
คัดเลือกกรรมการตามมาตรา ๓๓ (๓) ภายในกําหนดเวลาไมเกินเกาสิบวัน นับแตวันที่
คณะรัฐมนตรีแตงตั้งกรรมการตามมาตรา ๓๐ (๓) 
ใหกรรมการตามวรรคหนึ่ง เลือกกรรมการผูหนึ่งเปนประธานกรรมการ เพื่อทํา
หนาที่ไปพลางกอนจนกวาจะมีกรรมการตามมาตรา ๓๐ (๔) 
 
มาตรา ๔๑  บรรดากิจการที่กําหนดเปนอํานาจหนาที่ของคณะกรรมการ
ขาราชการหรือพนักงานสวนทองถิ่นตามพระราชบัญญัตินี้ ถาไดมีการดําเนินการไปแลวหรือกําลัง
ดําเนินการอยูกอนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ ถาการนั้นไดกระทําโดยชอบดวยกฎหมายที่ใช
บังคับอยูกอนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ ใหถือวาการนั้นไดดําเนินการไปแลวหรือกําลัง
ดําเนินการอยูตามพระราชบัญญัตินี้ 
 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
- ๑๘ - 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
มาตรา ๔๒  องคกรปกครองสวนทองถิ่นใดที่จายเงินเดือน ประโยชนตอบแทน
อื่น และคาจางของขาราชการหรือพนักงานสวนทองถิ่น และลูกจาง ไมเปนไปตามที่กําหนดใน
มาตรา ๓๕ ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ ตองดําเนินการใหเปนไปตามมาตรา ๓๕ ภายในหา
ปนับแตวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ 
 
มาตรา ๔๓  ในระหวางที่ยังมิไดจัดตั้งสํานักงานคณะกรรมการมาตรฐานการ
บริหารงานบุคคลสวนทองถิ่น ใหกรมการปกครองรับผิดชอบปฏิบัติหนาที่เทาที่จําเปนไปพลาง
กอน 
 
 
ผูรับสนองพระบรมราชโองการ 
ชวน  หลีกภัย 
นายกรัฐมนตรี 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
- ๑๙ - 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากรัฐธรรมนูญแหง
ราชอาณาจักรไทยกําหนดใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นมีความเปนอิสระในการบริหารงานบุคคล
ตามความตองการและความเหมาะสมของทองถิ่น สมควรกําหนดใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นมี
คณะกรรมการพนักงานสวนทองถิ่นของตนเองเพื่อทําหนาที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลสําหรับ
พนักงานสวนทองถิ่นของตนไดโดยตรง และเพื่อใหมีการกําหนดมาตรฐานการบริหารงานบุคคล
ของพนักงานสวนทองถิ่นทุกรูปแบบใหมีทิศทางที่เหมาะสมและเปนธรรม สมควรใหมีองคกรซึ่ง
ทําหนาที่กําหนดมาตรฐานกลางและแนวทางการบริหารงานบุคคลสวนทองถิ่นไวดวย  จึง
จําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้ 
 
*พระราชกฤษฎีกาแกไขบทบัญญัติใหสอดคลองกับการโอนอํานาจหนาที่ของสวนราชการให
เปนไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๕๒ 
 
มาตรา ๙๐  ในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลสวนทองถิ่น พ.ศ. 
๒๕๔๒ ใหแกไขคําวา “อธิบดีกรมการปกครอง” เปน “อธิบดีกรมสงเสริมการปกครองทองถิ่น” 
 
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติปรับปรุง
กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ ไดบัญญัติใหจัดตั้งสวนราชการขึ้นใหมโดยมีภารกิจใหม ซึ่งได
มีการตราพระราชกฤษฎีกาโอนกิจการบริหารและอํานาจหนาที่ของสวนราชการใหเปนไปตาม
พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม นั้นแลว และเนื่องจากพระราชบัญญัติดังกลาวได
บัญญัติใหโอนอํานาจหนาที่ของสวนราชการ รัฐมนตรีผูดํารงตําแหนงหรือผูซึ่งปฏิบัติหนาที่ในสวน
ราชการเดิมมาเปนของสวนราชการใหม โดยใหมีการแกไขบทบัญญัติตาง ๆ ใหสอดคลองกับ
อํานาจหนาที่ที่โอนไปดวย  ฉะนั้น เพื่ออนุวัติใหเปนไปตามหลักการที่ปรากฏในพระราชบัญญัติ
และพระราชกฤษฎีกาดังกลาว  จึงสมควรแกไขบทบัญญัติของกฎหมายใหสอดคลองกับการโอน
สวนราชการ เพื่อใหผูเกี่ยวของมีความชัดเจนในการใชกฎหมายโดยไมตองไปคนหาในกฎหมาย
โอนอํานาจหนาที่วาตามกฎหมายใดไดมีการโอนภารกิจของสวนราชการหรือผูรับผิดชอบตาม
กฎหมายนั้นไปเปนของหนวยงานใดหรือผูใดแลว โดยแกไขบทบัญญัติของกฎหมายใหมีการ
เปลี่ยนชื่อสวนราชการ รัฐมนตรี ผูดํารงตําแหนงหรือผูซึ่งปฏิบัติหนาที่ของสวนราชการใหตรงกับ
การโอนอํานาจหนาที่ และเพิ่มผูแทนสวนราชการในคณะกรรมการใหตรงตามภารกิจที่มีการตัด
โอนจากสวนราชการเดิมมาเปนของสวนราชการใหม รวมทั้งตัดสวนราชการเดิมที่มีการยุบเลิก
แลว ซึ่งเปนการแกไขใหตรงตามพระราชบัญญัติและพระราชกฤษฎีกาดังกลาว  จึงจําเปนตองตรา
พระราชกฤษฎีกานี้ 
 
พระราชกฤษฎีกาแกไขบทบัญญัติใหสอดคลองกับการโอนอํานาจหนาที่ของสวนราชการใหเปนไป
ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐๓ 
                                                 
๒ ราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๑๙/ตอนที่ ๑๐๒ ก/หนา ๖๖/๘ ตุลาคม ๒๕๔๕ 
๓ ราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๒๔/ตอนที่ ๒๗ ก/หนา ๑๗/๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๐ 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
- ๒๐ - 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
          สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
 
 
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๘๕ และมาตรา 
๘๖ แหงพระราชกฤษฎีกาแกไขบทบัญญัติใหสอดคลองกับการโอนอํานาจหนาที่ของสวนราชการ
ใหเปนไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๕ บัญญัติให
แกไขคําวา “รัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ” เปน “นายกรัฐมนตรี” ในพระราชบัญญัติ
มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ และพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง
กรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ อันเปนการคลาดเคลื่อนและกอใหเกิดปญหาในการปฏิบัติอยาง
มาก สมควรแกไขใหถูกตอง  จึงจําเปนตองตราพระราชกฤษฎีกานี้ 
 
พระราชกฤษฎีกาแกไขบทบัญญัติใหสอดคลองกับการโอนอํานาจหนาที่ของสวนราชการใหเปนไป
ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๑๔ 
 
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๔ และมาตรา 
๑๔๐ แหงพระราชกฤษฎีกาโอนกิจการบริหารและอํานาจหนาที่ของสวนราชการใหเปนไปตาม
พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๕ บัญญัติใหโอนกิจการ
บริหารและอํานาจหนาที่ของสํานักรัฐวิสาหกิจและหลักทรัพยของรัฐ กรมบัญชีกลาง 
กระทรวงการคลัง ไปเปนของสํานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลัง และ
โอนกิจการบริหารและอํานาจหนาที่ของกองอาชีวอนามัย กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ไป
เปนของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แตเนื่องจากพระราชกฤษฎีกาแกไขบทบัญญัติให
สอดคลองกับการโอนอํานาจหนาที่ของสวนราชการใหเปนไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุง
กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๕ มิไดแกไขบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวของให
สอดคลองกับการโอนอํานาจหนาที่ของสวนราชการดังกลาว จึงสมควรแกไขเพิ่มเติม มาตรา ๔๙ 
และมาตรา ๙๔ แหงพระราชกฤษฎีกาแกไขบทบัญญัติใหสอดคลองกับการโอนอํานาจหนาที่ของ
สวนราชการใหเปนไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. 
๒๕๔๕ เพื่อใหสอดคลองกัน  จึงจําเปนตองตราพระราชกฤษฎีกานี้ 
 
 
 
 
 
 
 
 
วศิน/แกไข 
๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ 
 
 
                                                 
๔ ราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๒๕/ตอนที่ ๑๓๗ ก/หนา ๒๒/๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๑