แผน/รายงาน

แผนการท่องเที่ยวเทศบาลเมืองอุทัยธานี (พ.ศ.2566-2570)

วันที่เผยแพร่
15 มี.ค. 2567
ชนิดไฟล์
PDF
ขนาดไฟล์
2.6 MB
จำนวนการเปิดอ่าน
10 ครั้ง

ไฟล์เอกสาร

แผนการท่องเที่ยวเทศบาลเมืองอุทัยธานี (พ.ศ.2566-2570)

PDF · 2.6 MB · 1710486873389_281768720_center.pdf

เปิดหรือดาวน์โหลดไฟล์ เปิดในแท็บใหม่
ข้อความในเอกสาร (สกัดโดยระบบ)

ข้อความต่อไปนี้ระบบดึงจากไฟล์โดยอัตโนมัติ เพื่อช่วยในการเข้าถึงและค้นหา — โปรดอ้างอิงเอกสารฉบับทางการจากไฟล์แนบด้านบน

แผนส่งเสริมการท่องเที่ยว  
(พ.ศ. 2566 – 2570) 
 
เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
อำเภอเมืองอุทัยธานี  จังหวัดอุทัยธานี  
 
 
 
 
 
 
 

คำนำ 
 
 
เทศบาลเมืองอุทัยธานี ในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีความใกล้ชิดกับประชาชน             
มีส่วนสำคัญในการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม รวมไปถึงการค้า การลงทุนและการสร้างรายได้          
ให้ประชาชนในชุมชนและแนวทางหนึ่งในการเพิ่มรายได้ของประชาชน คือ การส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่                 
เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ เป็นการรักษาขนมธรรมเนียมประเพณีของคนในท้องถิ่นให้อยู่คู่กับ
จังหวัดอุทัยธานี โดยถือเป็นภารกิจของเทศบาลตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 แก้ไขเพิ่มเติมถึง                
(ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2562 ตามมาตรา 50 (8) บำรุงศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดี             
ของท้องถิ่น และมาตรา 56 (8) การส่งเสริมกิจการท่องเที่ยว เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable 
Development Goals : SDGs) 17 เป้าหมาย ที่สังคมโลกต้องบรรลุร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน 
โดยคำนึงถึงมิติด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม อย่างบูรณาการและครอบคลุม เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
ได้รับการเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 - 13                     
และกำหนดอยู่ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 65 ที่กำหนดให้ยุทธศาสตร์ชาติ 
ต้องมีการบรรจุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทาง 
 
 
 เทศบาลเมืองอุทัยธานี จึงได้จัดทำแผนส่งเสริมการท่องเที่ยว (พ.ศ. 2566 – 2570) ขึ้น             
เพื่อเป็นหนึ่งในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นกรอบแนวทางการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว                     
ของเทศบาลเมืองอุทัยธานี ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ให้บรรลุวัตถุประสงค์ต่อไป  
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

สารบัญ 
หน้า 
 
ส่วนที่ 1  สภาพทั่วไปและข้อมูลพื้นฐาน                                                                     1 
 
ส่วนที่ 2 ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและแผนส่งเสริมการท่องเที่ยว                                         15 
           
ส่วนที่ 3  แผนส่งเสริมการท่องเที่ยว (พ.ศ.2566–2570) เทศบาลเมืองอุทัยธานี                   30 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

  เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
1 
สภาพทั่วไปของเทศบาลเมืองอุทัยธานี (ข้อมูลพื้นฐาน) 
      
 
1. ด้านกายภาพ 
 
              1.1 ที่ตั้งของตำบล 
 
 
         เทศบาลเมืองอุทัยธานี ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลอุทัยใหม่ อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัด
อุทัยธานี มีพื้นที่จำนวน 8.2 ตารางกิโลเมตร อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครไปทางทิศเหนือ ตามถนนสายเอเซีย 
เป็นระยะทาง 206 กิโลเมตร และแยกเข้ามาตามทางหลวงหมายเลข 333 ที่บ้านท่าน้ำอ้อย ระยะทางประมาณ 
16 กิโลเมตร ถึงจังหวัดอุทัยธานี รวมเป็นระยะทาง 222 กิโลเมตร พิกัดทางภูมิศาสตร์ ที่ตั้งเทศบาลเมือง
อุทัยธานี 15° 22' 37.12" น. 100° 02' 03.34" ตะวันออก  
                              อาณาเขต 
                              ทิศเหนือ         ติดต่อกับตำบลสะแกกรัง อำเภอเมืองอุทัยธานี 
                                   ทิศใต้               ติดต่อกับตำบลน้ำซึมอำเภอเมืองอุทัยธานีบริเวณบ้านปากกะบาด 
                              ทิศตะวันออก     ติดต่อกับตำบลสะแกกรัง อำเภอเมืองอุทัยธานี ห่างจากแม่น้ำสะแกกรัง 40 เมตร 
                              ทิศตะวันตก     ติดต่อกับตำบลน้ำซึมและตำบลดอนขวาง อำเภอเมืองอุทัยธานี 
 
         1.2 ลักษณะภูมิประเทศ 
 
 
    สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม  มีแม่น้ำสะแกกรังไหลผ่านตัวเมือง 
 
         1.3 ลักษณะภูมิอากาศ 
 
 
    สภาพอากาศทั่วไป แบ่งออกเป็น 3 ฤดู 
ฤดูร้อน 
เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ จนถึงกลางเดือนพฤษภาคม 
ฤดูฝน 
เริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม จนถึงเดือนตุลาคม โดยฝนจะตกด้านทิศตะวันตก  
มากกว่าด้านทิศตะวันออก เนื่องจากอยู่ในเขตอิทธิพลของมรสุมและดีเปรสชั่น 
ฤดูหนาว 
เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน จนถึงเดือนมกราคม 
 
 
    อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี ประมาณ 24 – 32 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุดประมาณ              
11.5 – 16.8  องศาเซลเซียส อากาศจะร้อนจัดช่วงเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนพฤษภาคม ส่วนอากาศหนาว           
จะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์  โดยในเดือนธันวาคมจะมีอากาศที่หนาวเย็นมาก 
 
 
    ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย ช่วงเดือนมิถุนายน – สิงหาคม มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยประมาณ                
100 – 200  มิลลิเมตร ช่วงปลายฤดูฝนเดือนกันยายน – ตุลาคม มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยประมาณ 400 – 1,300 
มิลลิเมตร โดยฝนจะตกชุกมากในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคม 
 
 
    ทิศทางลมในแต่ละฤดู จังหวัดอุทัยธานีมีภูมิอากาศในลักษณะร้อนชื้น โดยได้รับอิทธิพล            
จากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในฤดูฝน และได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือในฤดูหนาว 
 
         1.4 ลักษณะของดิน 
 
 
    ภายในเขตเทศบาลเมืองอุทัยธานีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มและมีลักษณะของดินเป็นดินร่วน
ปนทราย  
 

  เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
2 
2. ด้านการเมือง / การปกครอง 
 
              2.1 เขตการปกครอง 
 
 
         เทศบาลเมืองอุทัยธานีมีเขตการปกครอง 1 เขต ได้แก่ ตำบลอุทัยใหม่ 
 
 
    2.2 การเลือกตั้ง 
 
 
         เทศบาลเมืองอุทัยธานีมีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี จำนวน 1 คน                
และมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเมืองอุทัยธานี จำนวน 18 คน โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี 
 
 
3. ประชากร 
 
              ข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนประชากร 
              จำนวนประชากรในเขตเทศบาลเมืองอุทัยธานี รวมทั้งสิ้น 14,122 คน  
              แยกเป็นชาย จำนวน 6,485 คน  
              หญิง จำนวน 7,637 คน  
              ความหนาแน่นของประชากร 1,722 คน/ตารางกิโลเมตร 
 
      
4. สภาพทางสังคม 
 
              4.1 การศึกษา 
 
 
        1) ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดเทศบาลเมืองอุทัยธานี จำนวน 1 แห่ง 
 
 
        2) โรงเรียนสังกัดเทศบาลเมืองอุทัยธานี สังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น  
จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ 
                                 2.1 โรงเรียนเทศบาลวัดหลวงราชาวาส (ก่อนประถมศึกษา, ประถมศึกษา, มัธยมศึกษาตอนต้น) 
 
                      2.2 โรงเรียนเทศบาลวัดธรรมโศภิต (ก่อนประถมศึกษา, ประถมศึกษา) 
 
 
            2.3 โรงเรียนชุมชนเทศบาลวัดมณีสถิตกปิฎฐาราม (ก่อนประถมศึกษา, ประถมศึกษา, 
มัธยมศึกษาตอนต้น) 
 
 
            2.4 โรงเรียนเทศบาลวัดอมฤตวารี (ก่อนประถมศึกษา, ประถมศึกษา) 
 
 
            2.5 โรงเรียนเทศบาลบ้านปากกะบาด (ก่อนประถมศึกษา) 
 
 
        3) โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2 แห่ง 
 
                      3.1 โรงเรียนอนุบาลเมืองอุทัยธานี (ก่อนประถมศึกษา, ประถมศึกษา) 
 
 
            3.2 โรงเรียนพุทธมงคลวิทยา (มัธยมศึกษาตอนต้น – ตอนปลาย)       
      
 
        4) โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน 2 แห่ง     
 
 
            4.1 โรงเรียนพิทักษ์ศิษย์วิทยา (ก่อนประถมศึกษา, ประถมศึกษา) 
 
 
            4.2 โรงเรียนอนุศิษย์วิทยา (ก่อนประถมศึกษา, ประถมศึกษา) 
 
 
        5) โรงเรียนสังกัดกรมอาชีวศึกษา จำนวน 1 แห่ง  
 
 
            5.1 วิทยาลัยเทคนิคอุทัยธานี (ปวช.,ปวส.) 
 
 
 
 

  เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
3 
   4.2 สาธารณสุข 
 
                  1) โรงพยาบาลอุทัยธานี        จำนวน   1  แห่ง   
                            2) ศูนย์บริการสาธารณสุขฯ     จำนวน   1  แห่ง   
                            3) คลีนิคเอกชน                จำนวน 24 แห่ง 
       4) ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพชุมชนเมือง (สังกัดโรงพยาบาลอุทัยธานี) 
 
 
  4.3 การสังคมสงเคราะห์ 
 
       เทศบาลเมืองอุทัยธานีจัดให้มีการสังคมสงเคราะห์ต่างๆ ภายในเขตเทศบาล เช่น                
จ่ายเบี้ยยังชีพให้แก่ผู้ป่วยเอดส์ จ่ายเบี้ยความพิการให้แก่คนพิการหรือผู้ทุพพลภาพ จ่ายเบี้ยยังชีพให้แก่ผู้สูงอายุ 
การซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้แก่ผู้ยากไร้ เป็นต้น   
 
 
5. ระบบบริการพื้นฐาน 
 
 
    5.1 การคมนาคมขนส่ง 
         ขนส่งจังหวัดอุทัยธานีได้ถ่ายโอนสถานีขนส่งจังหวัดอุทัยธานีให้แก่เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
ซึ่งสถานีขนส่งดังกล่าวเป็นศูนย์กลางในการคมนาคมและขนส่งโดยมีรถตู้ประจำทางปรับอากาศ                      
วิ่งระหว่างอุทัยธานี – กรุงเทพ ส่วนการคมนาคมระหว่างอำเภอ มีรถบัสประจำทางและรถสองแถวประจำทาง               
วิ่งรับ – ส่งผู้โดยสาร สำหรับการคมนาคมภายในเขตเทศบาลฯ จะมีรถสองแถววิ่งรับส่งผู้โดยสารเป็นประจำ             
ทุกวัน  
    5.2 การไฟฟ้า 
 
 
         จำนวนครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าภายในเขตเทศบาลเมืองอุทัยธานี จำนวน 7,800 ครัวเรือน             
พื้นที่ที่ได้รับบริการไฟฟ้ามีร้อยละ 100 % ของพื้นที่ทั้งหมดในเขตเทศบาลฯ      
              5.3 การประปา 
 
 
         จำนวนหลังคาเรือนที่ใช้น้ำประปา  จำนวน 9,743 หลังคาเรือน น้ำประปาที่ผลิตได้
จำนวน 11,000 ลบ.ม./วัน น้ำประปาที่ใช้เฉลี่ย จำนวน 5,875 ลบ.ม./วัน (ข้อมูล : การประปาเทศบาลเมือง
อุทัยธานี ณ วันที่ 4 ตุลาคม 2564) 
 
 
    5.4 โทรศัพท์ 
 
 
          จำนวนโทรศัพท์ส่วนบุคคลในเขตเทศบาล          จำนวน   980  เลขหมาย 
                               จำนวนชุมสายโทรศัพท์ในเขตเทศบาล           จำนวน     1   แห่ง    
                               จำนวนเลขหมายที่สามารถให้บริการได้สูงสุด          จำนวน 2,400  เลขหมาย  
 
 
    5.5 ไปรษณีย์หรือการสื่อสารหรือการขนส่งและวัสดุ ครุภัณฑ์ 
 
 
         ไปรษณีย์อุทัยธานี จำนวน 1 แห่ง บริษัท กสท.โทรคมนาคมจำกัด (มหาชน)                 
สาขาอุทัยธานี  จำนวน 1 แห่ง และศูนย์บริการลูกค้าทีโอทีสาขาอุทัยธานี จำนวน 1 แห่ง 
 
 
 
 
 
 

  เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
4 
 
 6. ระบบเศรษฐกิจ 
 
 
   6.1 การเกษตร 
 
 
        พื้นที่เขตเทศบาลเมืองอุทัยธานีประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้ทำการเกษตร มีเพียงบางส่วน     
ทำการเกษตรเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน 
   6.2 การประมง 
 
 
         ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเรือนแพบางส่วนจะประกอบอาชีพทำการประมงน้ำจืด โดยเฉพาะ
การเลี้ยงปลาที่สร้างเศรษฐกิจและชื่อเสียงให้แก่จังหวัดอุทัยธานี ได้แก่ ปลาแรด เป็นต้น 
 
 
   6.3 การปศุสัตว์ 
 
 
         พื้นที่เขตเทศบาลเมืองอุทัยธานีประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้ประกอบอาชีพทางการปศุสัตว์   
   6.4 การบริการ 
 
 
         สถานประกอบการด้านบริการ 
                    1) โรงแรม จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ โรงแรมห้วยขาแข้งเชษฐศิลป์, โรงแรมพิบูลย์สุข,                 
โรงแรมอมรสุข, อุทัยธาราฮิลล์ รีสอร์ท, บ้านสะแกกรังรีสอร์ท, กลางเมืองวิลล่า 
                    2) ธนาคาร จำนวน 6 แห่ง    
                              3) สถานที่จำหน่ายอาหารตาม พ.ร.บ.สาธารณสุข จำนวน 480 แห่ง  
 
 
        4) ร้านค้าทั่วไป จำนวน 117 แห่ง 
 
    6.5 การท่องเที่ยว 
               การท่องเที่ยวของจังหวัดอุทัยมีแหล่งท่องเที่ยวทั้งโบราณวัตถุ ศาสนสถาน  มีวัฒนธรรมและ
ประเพณีต่างๆ มากมาย รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ ได้แก่ ภูเขา ป่าไม้ ถ้ำ ลำธาร น้ำตก ฯลฯ   
โดยเฉพาะเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง(องค์การสหประชาชาติได้ขึ้นทะเบียนไว้เป็นมรดกทางธรรมชาติ            
ของโลกเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2534) สำหรับแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญภายในเขตเทศบาลเมืองอุทัยธานีมีดังนี้ 
                              ก. โบราณสถานและโบราณวัตถุ 
                                  1) วิหารเก่าวัดพิชัยปุรณาราม (วิหารวัดกร่าง) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสะแกกรัง                     
ในเขตเทศบาลเป็นวิหารเก่าของวัดกร่าง ต่อมาได้รับการบูรณะใหม่ในวิหารมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ปางมารวิชัย     
สมัยอยุธยา 
                                  2) มณฑปพระพุทธบาทจำลองบนยอดเขาสะแกกรัง เป็นมณฑปที่สร้างขึ้นใหม่             
แทนมณฑปเดิมที่ถูกไฟไหม้ซึ่งสร้างเสร็จใน พ.ศ. 2511 ในอดีตเคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาท
จำลองของวัดใหม่จันทราราม 
                                  3) พลับพลาอนุสาวรีย์สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกนาถ ตั้งอยู่บนยอดเขาสะแกกรัง              
มีลักษณะเป็นพลับพลาจตุรมุข ภายในประดิษฐานพระบรมรูปสมเด็จพระบรมมหาชนกซึ่งเป็น             
รูปหล่อขนาดสองเท่าขององค์จริงประทับนั่งบนแท่น 
                                    4) พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์วัดสังกัสรัตนคีรี เป็นพระเนื้อสัมฤทธิ์ ปางมารวิชัย                  
หน้าตักกว้าง 3 ศอก สร้างในสมัยพระเจ้าลิไท ส่วนเศียรกับส่วนองค์พระเป็นคนละองค์ แต่มีขนาดเดียวกัน                 
เจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานีได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้เบื้องพระเศียรพร้อมกับถวายพระนามว่า “พระพุทธมงคล
ศักดิ์สิทธิ์” ได้อัญเชิญประดิษฐานในวิหาร เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2520 ชาวจังหวัดอุทัยธานีถือเป็นพระพุทธรูป
สำคัญคู่บ้านคู่เมืองและมีความศักดิ์สิทธิ์ 

  เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
5 
                              5) วัดมณีสถิตกปิฎฐาราม เป็นวัดที่สร้างสมัยกรุงรัตนโกสินทร์โดยหลวงพ่อแย้ม               
มีพระปรางค์ใหญ่ ขนาดฐานกว้าง 8 เมตร สูง 16 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.2452 มีสระน้ำขนาดใหญ่ น้ำใน
สระเคยใช้เป็นน้ำสรงพุทธาภิเษกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของรัชกาลที่ 6 และ รัชกาลที่ 7 
         6) วัดอุโปสถาราม เดิมชื่อวัดโบสถ์มโนรมย์ ตั้งอยู่บนฝั่งเกาะเทโพหรือฝั่งตะวันออก
ของแม่น้ำสะแกกรัง มีรูปแบบศิลปกรรมในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีโบราณวัตถุได้แก่ พระพุทธรูปหล่อเงิน
ชาวเมืองสร้างถวายรัชกาลที่ 5 เมื่อคราวเสด็จประพาสอุทัยธานีแต่พระองค์ทรงพระราชทานกลับคืนให้แก่วัด 
นอกจากนี้ยังมีย่ามพระราชทานที่เป็นของฝากเมื่อคราวเสด็จเยือนยุโรป ตะเกียงทองเหลือง บาตรฝาประดับมุข 
หม้อน้ำมนต์ทองเหลือง ภายในวัดยังมีสิ่งของที่น่าชมอีกมาก เช่น เสมาหินสีแดงหน้าโบสถ์ แพโบสถ์น้ำที่สร้างเพื่อ
รับเสด็จรัชกาลที่ 5 และหอประชุมอุทัยพุทธสภาที่เป็นอาคารไม้สักทั้งหลัง 
                             7) โบสถ์และวิหารวัดธรรมโฆษก (วัดโรงโค) เป็นวัดที่สร้างในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
ตอนต้น มีภาพจิตรกรรมฝาผนังงดงามมาก พระประธานในโบสถ์มีความศักดิ์สิทธิ์เคยใช้เป็นสถานที่                      
ถือน้ำพิพัฒน์สัตยาของข้าราชการเมืองอุทัยธานี และเคยใช้เป็นลานประหารนักโทษอีกด้วย 
                         ข. สถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ 
                            1) เขาสะแกกรัง เป็นที่ตั้งมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง เป็นสถานที่ตั้งระฆัง
สัมฤทธิ์ใบใหญ่สมัยราชกาลที่ 5 เป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปของสมเด็จพระปฐมบรมชนกนาถ                   
แห่งรัชกาลที่ 1 บนยอดเขาเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและสามารถมองเห็นสภาพภูมิทัศน์ของตัวเมืองอุทัยธานี
ได้อย่างสวยงาม 
                            2) แม่น้ำสะแกกรัง เป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านตัวเมือง ในแม่น้ำจะมีเรือนแพจอดเรียงราย            
อยู่ทั้งสองฝั่งและนิยมทำกระชังเลี้ยงปลา เช่น ปลาแรด ปลานิล ปลาสวาย โดยเฉพาะปลาแรด                     
เป็นปลาที่ทำชื่อเสียงให้แก่จังหวัดอุทัยธานี นอกจากนี้ ทั้งสองฝั่งของแม่น้ำยังมีสวนผลไม้และป่าไผ่                    
ขึ้นอยู่ตามธรรมชาตินับเป็นทัศนียภาพที่สวยงามและน่าท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง     
 
 
 6.6 อุตสาหกรรม 
      ลักษณะการประกอบอุตสาหกรรมภายในเขตเทศบาลไม่มีโรงงานอุตสาหกรรม             
ขนาดใหญ่ เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ไม่นิยมลงทุนโดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องใช้เงินทุนค่อนข้างสูงการประกอบ
อุตสาหกรรม จึงมักนิยมทำอุตสาหกรรมขนาดเล็กหรืออุตสาหกรรมครัวเรือน เช่น โรงงานเคาะพ่นสีรถยนต์ 
อู่ซ่อมรถยนต์ ซ่อมช่วงล่างรถยนต์และตั้งศูนย์ถ่วงล้อ ทำประตู วงกบหน้าต่างเหล็กดัด โรงงานน้ำดื่ม ทำ
เครื่องเรือนจากไม้ ทำผลิตภัณฑ์คอนกรีต โรงงานกลึงเชื่อมโลหะผลิตและซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องจักรเพื่อใช้
ในการกสิกรรม ทำมีด กรรไกร หัวเข็มขัด ทำท่อไอเสียซ่อมบำรุงเครื่องใช้ในสำนักงาน   
 
 
6.7 การพาณิชย์และกลุ่มอาชีพ 
 
 
     สถานประกอบการด้านพาณิชยกรรม 
               1) สถานีบริการน้ำมัน     จำนวน 4 แห่ง 
               2) ห้างสรรพสินค้า     จำนวน 1 แห่ง 
               3) ตลาดสดเทศบาล     จำนวน 2 แห่ง        
 
     4) ตลาดเอกชน 
    จำนวน 1 แห่ง     
 
                

  เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
6 
                           สถานประกอบการเทศพาณิชย์ 
                           1) สถานธนานุบาลเทศบาลเมืองอุทัยธานี      จำนวน 1 แห่ง 
 
 
      2) การประปาเทศบาลเมืองอุทัยธานี            จำนวน 1 แห่ง 
  6.8 แรงงาน 
 
 
       ปัจจุบันมีโรงงานที่ตั้งอยู่ภายในเขตอำเภอเมืองอุทัยธานี จำนวน 35 โรงงาน                   
(ซึ่งเป็นโรงงานขนาดเล็ก (S) ทั้งหมด) มีแรงงานทั้งชายและหญิง รวมทั้งสิ้นจำนวน 260 คน 
 
         7. ศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม 
 
 
   7.1 การนับถือศาสนา 
 
 
        จำนวนประชากรในเขตเทศบาลส่วนใหญ่ร้อยละ 99 นับถือศาสนาพุทธ นอกนั้นนับถือ
ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ และมีวัด จำนวน 9 แห่ง มัสยิด จำนวน 1 แห่ง โบสถ์คริสต์ จำนวน 1 แห่ง 
 
 
   7.2 ประเพณีและงานประจำปี 
 
 
        1) ประเพณีงานวันขึ้นปีใหม่ เดือนมกราคม กิจกรรมสังเขปทำบุญตักบาตรเช้า ณ บริเวณ
ห้าแยกวิทยุ 
                              2) ประเพณีงานวันสงกรานต์ เดือนเมษายน กิจกรรมสังเขป ทำบุญตักบาตรเช้า                   
จัดขบวนแห่สงกรานต์ รดน้ำดำหัวและขอพรจากผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ พิธีเจริญพระพุทธมนต์เย็น  
 
    
         3) ประเพณีงานวันวิสาขบูชา เดือนพฤษภาคม กิจกรรมสังเขป ทำบุญตักบาตรเช้า               
เวียนเทียนรอบพระอุโบสถช่วงเย็น 
             
         4) ประเพณีงานวันเข้าพรรษา เดือนกรกฎาคม กิจกรรมสังเขป จัดขบวนแห่เทียนพรรษา 
ของโรงเรียนและหน่วยงานราชการ นำเทียนพรรษาถวายตามวัดต่าง ๆ 
                
         5) ประเพณีงานตักบาตรเทโว เดือนตุลาคม กิจกรรมสังเขป ขบวนแห่พุทธประวัติ                 
การจัดโต๊ะหมู่บูชาประดับงาช้าง การแสดงแสง สี เสียง การแสดงบนเวทีของนักเรียนนักศึกษาการแสดงมหรสพ 
ภาพยนตร์ ดนตรี การแสดงผลิตภัณฑ์ของดีเมืองอุทัย การโชว์ศิลปะการทำมีด การทอผ้า งานกินเลี้ยงสำรับคาว
หวาน ชมตำนานพุทธประวัติ พิธีตักบาตรเทโว ณ วัดสังกัสรัตนคีรี การจำหน่ายสินค้า ราคาถูก ฯลฯ 
        6) ประเพณีงานวันลอยกระทง เดือนพฤศจิกายน กิจกรรมสังเขป ประกวดขบวนแห่ 
ประกวดนางนพมาศ และลอยกระทงที่บริเวณลานสะแกกรัง 
 
 
   7.3 ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภาษาถิ่น 
 
 
        การเลี้ยงปลากระชังในแม่น้ำสะแกกรังซึ่งมีชื่อเสียงของจังหวัดอุทัยธานีสำหรับภาษาใช้
ภาษาไทยตามปกติ ไม่มีภาษาประจำท้องถิ่นแต่อย่างใด 
 
 
   7.4 สินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก 
 
 
        สินค้าพื้นเมืองที่มีชื่อเสียง ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มีด กรรไกร หัวเข็มขัด งาช้าง ยาหอม             
ซามิ้นท์ หน่อไม้เขาสะแกกรัง ยาหอมหมอวิรัช สินค้าแปรรูปจากปลา ปลาย่าง ขนมปังสังขยา ฯลฯ 
 
 
 
 
 

  เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
7 
                    8. ทรัพยากรธรรมชาติ 
 
 
   8.1 น้ำ 
                             ภายในเขตเทศบาลเมืองอุทัยธานีมีแหล่งน้ำตามธรรมชาติ  ได้แก่  แม่น้ำสะแกกรัง                     
คลองท่าโพ  คลองบางบัว  คลองเพนียดน้อย  หนองปรือ 
 
 
  8.2 ป่าไม้ 
 
 
       ภายในเขตเทศบาลเมืองอุทัยธานีไม่มีพื้นที่ป่าไม้ 
  8.3 ภูเขา 
 
 
      ภายในเขตเทศบาลเมืองอุทัยธานีมีภูเขาสะแกกรังซึ่งมีชื่อเสียงของจังหวัดอุทัยธานี         
โดยนักท่องเที่ยวนิยมขึ้นมาท่องเที่ยวเนื่องจากสามารถมองเห็นทัศนียภาพของตัวเมืองภายในเขตเทศบาล                 
เมืองอุทัยธานี 
 
 
 8.4 ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ 
 
 
      ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ ได้แก่ ภูเขาสะแกกรัง และแม่น้ำสะแกกรัง ซึ่งปัจจุบัน                
มีคุณภาพน้ำต่ำเนื่องจากปัญหาน้ำเสียจากอาคารบ้านเรือนของประชาชนที่ไหลลงสู่แม่น้ำสะแกกรัง ซึ่งขณะนี้อยู่
ระหว่างการดำเนินการแก้ไขของเทศบาลฯ 
         9. สภาพสังคม ชุมชนลุ่มแม่น้ำสะแกรัง  
   สภาพสังคมของชาวจังหวัดอุทัยธานีมีการเป็นอยู่ของสังคมที่หลากหลาย ในเขตอำเภอเมืองฯ 
และอำเภอหนองฉาง สวนใหญนั้นเปนชาวไทยเชื้อสายจีน มีวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ 
สมัยก่อนชาวจีนจากแผ่นดินใหญ่มาตั้งถิ่นฐานบริเวณตลาดเก่าเมืองอุทัยธานี ซึ่งสมัยนั้นบริเวณนี้จะเป็นท่าเรือ
ขนส่งสินค้า โดยใช้แม่น้ำสะแกกรังเป็นเส้นทางการเดินเรือ จึงทำให้เกิดชุมชนขึ้นบริเวณริมฝั่งแม่น้ำสะแกกรัง ชาว
จีนในบริเวณตลาดเก่าเมืองอุทัยและที่อำเมืองหนองฉางนั้นจะวัฒนธรรมประเพณีสืบทอดต่อกันมา ไม่ว่าจะเป็น
การแห่เจ้า การไหว้บรรพบุรุษ และอื่นๆ ที่อำเภอบ้านไร่ จะมีกลุ่มชนชาวเขาเผ่ากระเหรี่ยง ชาวลาวเวียง ลาวครั่ง 
อาศัยอยู่ในพื้นที่ราบลุ่มเชิงเขาในเขตอำเภอบ้านไร่ ชาวเขาเผ่ากระเหรี่ยงนั้นแต่เดิมอาศัยอยู่ภายในหมู่บ้านเพียง
ไม่กี่หลังคาเรือน ได้ถูกรวบรวมให้อยู่รวมกันเป็นกลุ่มก้อนบริเวณที่ราบเชิงเขาต่างๆ และพัฒนาขึ้นเป็นชุมชนขนาด
ใหญ่ ซึ่งมีขนบธรรมเนียมประเพณี รวมถึงระบบการปกครองตนเองอิงอยู่กับกับหลักคําสอนของพระพุทธศาสนา 
เนื่องจากชาวกะเหรี่ยงจะเป็นพุทธศาสนิกชนที่เคร่งครัดในการปฏิบัติธรรมโดยจะสะทอนออกมาในรูปแบบของการ
ดําเนินชีวิต ซึ่งทําใหเกิดจารีตและวิถีปฏิบัติที่แตกต่าง ออกไป นอกจากนี้ที่บ้านร่องตาที อำเภอลานสัก จะมีกลุ่ม
ชนชาวอีสานอพยพเข้ามาอยู่ในพื้นที่ มีการตั้งชุมชนขึ้นมาเป็นหมู่บ้าน และได้นำเอาวัฒนธรรมประเพณีของชาว
อีสานมาแพร่หลายในเขตพื้นที่นี้ด้วย 
ชีวิตความเปนอยูของชาวอุทัยธานีจะเชื่อมต่อกันไป ตั้งแตวัยเด็กจนถึงวัยสูงอายุ และมี
หลักธรรมเชื่อมคนในสังคมได้เป็นอย่างดี คือ ความกตัญูกตเวที ต่างรู้หน้าที่ และถือปฏิบัติกันเป็นอย่างดีทุกคน 
คือ วัยเด็กเชื่อฟังผู้ใหญ่และศึกษาหาความรู้ วัยหนุ่มสาวทำงานเลี้ยงดูผู้ที่เคยเลี้ยงมา วัยสูงอายุทำตัวให้น่าเลื่อมใส
เป็นที่ปรึกษาและน่าเคารพของลูกหลาน ชาวอุทัยธานีมีวิถีชีวิตความเป็นอยู่อย่างง่ายๆ อยู่กับธรรมชาติ ชอบ
ทำบุญ พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันภายในชุมชน มีอะไรก็แบ่งปันกัน เมื่อมีงานก็ช่วยเหลือกัน มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่
แบบเครือญาติ 
 
 

  เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
8 
 
           วัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำสะแกกรัง  
 แม่น้ำสะแกกรังเป็นสายน้ำหลักที่หล่อเลี้ยงชาวอุทัยธานี  มีต้นกำเนิดจากยอดเขาโมโกจู                
ทางตอนใต้ของเทือกเขาถนนธงชัยในเขตจังหวัดกำแพงเพชร ไหลผ่านนครสวรรค์เข้าสู่อุทัยธานี มีความยาวตลอด
ลำน้ำ 180 กิโลเมตร ลำน้ำสายนี้มีชื่อเรียกขานต่างกันไปในแต่ละช่วงที่สายน้ำไหลผ่าน ทั้งคลองแม่เล่ย์-แม่วงก์ 
แม่น้ำวังม้า แม่น้ำแควตากแดด และช่วงที่ไหลผ่านตัวเมืองอุทัยธานีจนไปบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยามีความยาว
ราว 24 กิโลเมตร เป็นที่รู้จักกันในชื่อ “แม่น้ำสะแกกรัง” หรือบ้างก็เรียกแม่น้ำสองสีตามลักษณะของสายน้ำ 
เรื่องเล่าของคนเฒ่าคนแก่บอกผ่านกันปากต่อปาก ว่าดินแดนแถบนี้เดิมทีมีต้นสะแกอยู่มากมาย                     
เมื่อพ่อค้าล่องเรือผ่านไปมาก็จะรู้ได้ว่ามาถึงบ้านสะแกกรังแล้ว โดยเฉพาะช่วงเดือนยี่ถึงเดือนสาม ยามที่ดอกสะแก
เล็ก ๆ ช่อยาวห้อยย้อยเรียงรายสองฝั่งน้ำ บ้างก็ว่ามีสะแกต้นใหญ่อยู่กลางหมู่บ้านจึงได้ชื่อว่าบ้านสะแกกลาง ต่อ
มาถึงได้เพี้ยนเป็นสะแกกรังตามสำเนียงพ่อค้าชาวจีน แต่บ้างก็ว่าแถบนี้มีฝูงช้างมากมาย เมื่อช้างพากันลงมากินน้ำ
ในแม่น้ำ ตอนกลับขึ้นฝั่งต้นสะแกจะติดเกรอะกรังตามตัว อันเป็นที่มาของคำเรียกขาน “สะแกกรัง” 
 ในอดีตลำน้ำสะแกกรังสายนี้เป็นเส้นทางสัญจรที่เชื่อมโยงผู้คนต่างชาติต่างถิ่นให้มาพบเจอและ
ดำเนินกิจกรรมการแลกเปลี่ยน ทั้งข้าวปลาอาหาร ผลผลิตต่าง ๆ รวมไปถึงวัฒนธรรมที่แตกต่าง โดยมี                     
บ้านสะแกกรังเป็นเมืองท่า ทำให้ชุมชนแห่งนี้กลายเป็นศูนย์กลางของความหลากหลายทางวัฒนธรรม ผู้คนและ           
วิถีชีวิต ที่ผูกพันกับธรรมชาติก่อกำเนิดเรื่องราวที่มีสีสันมากมาย 
 ปัจจุบันลำน้ำสะแกรังมักได้รับผลกระทบในช่วงฤดูแล้งจากปริมาณน้ำที่ลดลงอย่างมากทำให้
สภาพลำน้ำมีภาวะตื้นเขิน บางแห่งมีสภาพเน่าเสีย ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อยู่ริมฝั่งรวมทั้งชาวแพในแม่น้ำ
สะแกกรังด้วย 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

  เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
9 
                     วิสัยทัศน์เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
 
      “เมืองท่องเที่ยวทางธรรมชาติ สะอาด ปลอดภัย ประเพณีวัฒนธรรมล้ำค่า ชุมชนดำเนิน
ตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” 
 
 
      ยุทธศาสตร์ 
 
 
      1) ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 
 
 
      2) ยุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 
 
 
      3) ยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว 
 
 
      4) ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพชีวิตและทุนทางสังคม 
 
 
      5) ยุทธศาสตร์การพัฒนาการเมือง – การบริหาร 
      จุดยืนทางยุทธศาสตร์ (Positioning)  
 
 
      1) ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน 
 
 
      2) อนุรักษ์ บำบัดและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 
 
 
      3) ส่งเสริมเศรษฐกิจและพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยว 
 
 
      4) ส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตและทุนทางสังคม 
 
 
      5) ส่งเสริมและพัฒนาการเมือง การบริหาร 
 
 
     เป้าประสงค์ 
 
 
      1) ปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ได้มาตรฐาน 
 
 
      2) บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เกิดความสมดุลและยั่งยืน 
 
 
      3) ส่งเสริมเศรษฐกิจและพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ 
 
 
      4) ส่งเสริมและอนุรักษ์ขนบธรรมเนียม ประเพณี ศาสนา ศิลปวัฒนธรรมเอกลักษณ์           
และภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่อย่างยั่งยืน   
 
 
      5) ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเสมอภาค 
 
 
      6) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนให้เกิดความเข้มแข็ง 
 
 
     ตัวชี้วัด  
     1) ครัวเรือนที่ได้รับการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการที่มีมาตรฐานและทั่วถึง ไม่น้อยกว่า
ร้อยละ 90 
     2) ประชาชนที่รับและเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 
     3) ประชาชนที่ได้รับการช่วยเหลือด้านสวัสดิการ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 
     4) ประชาชนได้รับการศึกษาทั้งในและนอกระบบไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 
               5) ประชาชน/ชุมชนที่มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ศิลปะ ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรม   
ประเพณี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 
                         6) จำนวนช่องทางในการรับฟังความคิดเห็น/การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร/การร้องทุกข์
ร้องเรียนของประชาชนไม่น้อยกว่า 3 ช่องทาง 
    7) จำนวนโครงการจากการประชาคม/แผนชุมชนที่บรรจุในแผนพัฒนาท้องถิ่นและ               
นำไปดำเนินการจริงไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 
                         8) ปริมาณขยะและน้ำเสียลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 

  เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
10 
 
 
    9) มีพื้นที่ที่มีสภาพภูมิทัศน์ที่ดีเพิ่มขึ้นร้อยละ 40 
                         10) การพัฒนาเมืองสอดคล้องกับผังเมืองรวม/ผังเมืองเทศบาลเมืองอุทัยธานีไม่น้อยกว่า             
ร้อยละ 70 
 ค่าเป้าหมาย  
   1) เพื่อให้ระบบคมนาคมขนส่ง ระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการได้มาตรฐาน                 
และเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในท้องถิ่น 
   2) เพื่อให้ประชาชนมีอาชีพและรายได้ และสามารถพึ่งตนเองได้ทางเศรษฐกิจ 
 
 
   3) เพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นได้รับบริการด้านสาธารณสุขอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ 
 
 
   4) เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ได้รับสวัสดิการที่พึงได้อย่างทั่วถึง  
 
 
 
 
   5) เพื่อให้เด็ก เยาวชน และประชาชนในท้องถิ่นได้รับบริการทางการศึกษาที่ได้มาตรฐาน       
มีคุณภาพและทั่วถึง รวมทั้งมีคุณธรรม จริยธรรม และร่วมกันอนุรักษ์วัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น 
 
 
   6) เพื่อสร้างระบบการบริหารจัดการที่ดีตามหลักธรรมาภิบาล 
 
 
   7) เพื่อส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนตามหลักการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี 
 
 
   8) เพื่อให้บ้านเมืองมีความสงบ เป็นระเบียบเรียบร้อย ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิต              
และทรัพย์สิน 
 
 
   9) เพื่อให้การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน พัฒนาสิ่งแวดล้อมทาง
กายภาพของเมืองอุทัยธานี ให้เป็นระเบียบ สวยงาม และน่าอยู่ ประชาชนในท้องถิ่น มีจิตสำนึกและ                    
มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม 
 
             10) เพื่อให้การจัดทำระบบฐานข้อมูลผังเมือง การจัดการผังเมืองรวม การจัดระเบียบและ               
ใช้ประโยชน์ในที่ดินในเชิงพัฒนาและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและอุทกภัย 
 
 
   เป้าหมายการพัฒนา 
 
 
   “ศูนย์กลางสินค้าเกษตรปลอดภัยที่มีนวัตกรรม  การท่องเที่ยวธรรมชาติประวัติศาสตร์และ
วัฒนธรรมล้ำค่า ยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน” 
 
 
   ประเด็นการพัฒนา 
 
 
   1) พัฒนากระบวนการผลิต การแปรรูป การตลาดของสินค้าเกษตรปลอดภัยและอินทรีย์ด้วย
นวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน  
                        2) พัฒนาศักยภาพทางการท่องเที่ยว ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิตอล          
เพื่อคนทั้งมวล 
    ตำแหน่งการพัฒนา (Positioning)  
 
 
     1) การยกระดับคุณภาพและมาตรฐานสินค้าเกษตรปลอดภัย เพิ่มมูลค่าและนวัตกรรม    
เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค 
 
 
     2) การพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวธรรมชาติ ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ได้มาตรฐาน 
เป็นที่ยอมรับของนักท่องเที่ยวในระดับสากล 
 
 

  เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
11 
 
 
   แผนพัฒนาจังหวัดอุทัยธานี 
 
 
   เป้าหมายการพัฒนา 
 
 
   “เมืองท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เกษตรปลอดภัย สังคมอุทัยผาสุก” 
 
 
   ประเด็นการพัฒนาจังหวัดอุทัยธานี  
 
 
   ประเด็นการพัฒนาที่ 1 : สร้างคุณค่าด้านการท่องเที่ยว ควบคู่วิถีชีวิตเอกลักษณ์และ
วัฒนธรรมของจังหวัดสู่สากล   
 
 
   ประเด็นการพัฒนาที่ 2 : ยกระดับสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปให้มีคุณภาพและปลอดภัย   
มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น 
                        ประเด็นการพัฒนาที่ 3 : ยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 
เสริมสร้างความมั่นคงภายในและความสงบเรียบร้อย 
              
   ประเด็นการพัฒนาที่ 4 : การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล 
และเป็นระบบบนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน 
 
 
   ตำแหน่งการพัฒนา (Positioning)  
 
 
    1) ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เชิงธรรมชาติ และเชิงเกษตร 
 
 
    2) การเกษตร (ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง) ปศุสัตว์ (กระบือ) 
                        ความเชื่อมโยงของยุทธศาสตร์ในภาพรวม 
                            เทศบาลเมืองอุทัยธานี  จะนำแนวทางและหลักการของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนา
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 แผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 แผนพัฒนาจังหวัดอุทัยธานี 
และยุทธศาสตร์การพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัดอุทัยธานี มาใช้เป็นแนวทาง                 
ในการจัดทำและทบทวนแผนพัฒนาท้องถิ่นเพื่อให้สอดคล้องกันในทุกระดับ 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

  เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
12 
     การวิเคราะห์  SWOT Analysis 
     จากข้อมูลสภาพทั่วไปรวมทั้งข้อมูลเฉพาะแต่ละด้าน ตลอดจนแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่กำลัง
เผชิญอยู่ เทศบาลเมืองอุทัยธานี ได้มีการวิเคราะห์สภาวะแวดล้อมขององค์ประกอบภายในและองค์ประกอบ
ภายนอกและกำหนดเป็น จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และภัยคุกคาม ดังนี้ 
จุดแข็ง (Strength) 
จุดอ่อน (Weakness) 
1) เป็นแหล่งประวัติศาสตร์ มีโบราณสถาน โบราณวัตถุ 
ศิลปวัตถุ ที่มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการ
เสด็จประพาสต้นของรัชกาลที่ 5 ณ วัดอุโปสถาราม 
2) มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและเชิงอนุรักษ์ที่หลากหลายทั้ง
ทางบกและทางน้ำ เช่น วิถีชีวิตชาวแพลุ่มน้ำสะแกกรัง  
พระชนกจักรี เขาสะแกกรัง หมุดโลก ฯลฯ 
3) มีศิลปวัฒนธรรมและงานประเพณีที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกัน
อย่างแพร่หลาย เช่น งานประเพณีตักบาตรเทโว ฯลฯ 
4) ประชาชนมีวิถีชีวิตแบบอนุรักษ์นิยมที่สงบเรียบง่าย  
มีอัธยาศัยและน้ำใจไมตรีที่ดีและพร้อมที่จะมีส่วนร่วมในการ
เปลี่ยนแปลงพัฒนาท้องถิ่น   
5) มีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่หลากหลายสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ 
เช่น การจัดทำผลิตภัณฑ์มีดพก หัวเข็มขัด กรรไกรตัดแต่งกิ่ง
ไม้ ตำรับยาหอมโบราณ   ฯลฯ 
6) ค่าจ้างแรงงานถูก    
7) ที่ดินยังมีราคาถูกถ้าเปรียบเทียบกับจังหวัดอื่น ทำให้เพียง
พอที่จะรองรับการพัฒนาในอนาคต 
     
8) ปัญหาทางด้านสังคมมีน้อย 
9) ค่าครองชีพต่ำ 
10) เส้นทางคมนาคมส่วนใหญ่อยู่ในสภาพดี  สามารถ
เดินทางได้อย่างสะดวก 
11) ความขัดแย้งทางการเมืองภายในจังหวัดยังมีน้อย  
 
1) เป็นเมืองที่อยู่ห่างไกลจากเส้นทางคมนาคมหลัก 
2) ประชากรวัยทำงานมีแนวโน้มออกไปหางานทำ  
ที่จังหวัดอื่น 
3) ขาดแหล่งจ้างงานที่สำคัญ ทำให้การพัฒนาทาง
ภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม และภาค  
พาณิชยกรรมไม่เติบโตเท่าที่ควร 
4) ภาคเศรษฐกิจมีอัตราการขยายตัวไม่มาก 
5) ขาดแคลนแรงงานโดยเฉพาะแรงงานมีฝีมือ 
6) ระบบบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวยังไม่มี
ประสิทธิภาพขาดการบูรณาการด้านการท่องเที่ยว
ระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ 
ภาคเอกชน  การเชื่อมโยงข้อมูลด้านการท่องเที่ยว
รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ยังไม่เป็นระบบ  
ศูนย์บริการข้อมูลด้านการท่องเที่ยวขาดความพร้อม  
บุคลากรและธุรกิจด้านการท่องเที่ยวยังไม่ได้
มาตรฐานและมีอยู่น้อย อีกทั้งยังขาดสิ่งอำนวยความ
สะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว   
7) ขาดการพัฒนาเพื่อต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น   
8) ขาดการบริหารจัดการเชื่อมโยงให้เป็นจุดขาย  
อีกทั้งการสร้างงานในช่วงเทศกาลให้น่าท่องเที่ยว
น่าสนใจยังมีน้อยและมักไม่ต่อเนื่อง 
9) ผู้ประกอบการค้าด้านการบริการและการ
ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ทางด้าน
ภาษาต่างประเทศ  รวมทั้งขาดวิทยาการจัดการ
สมัยใหม่ 
 
 
 
 
 

  เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
13 
โอกาส ( Opportunity) 
อุปสรรค (Threat) 
1) รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการประชาสัมพันธ์และ
สนับสนุนงบประมาณด้านการท่องเที่ยว จึงทำให้เป็นที่รู้จัก
ของนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น     
2) แหล่งท่องเที่ยวในภาคอื่นประสบปัญหาต่าง ๆ  
ทั้งภัยจากธรรมชาติและภัยจากมนุษย์ด้วยกันเอง ทำให้
นักท่องเที่ยวเกิดความสนใจที่จะเข้ามาท่องเที่ยวในบริเวณ
ภูมิภาคนี้ 
3) มีศักยภาพเพียงพอที่จะพัฒนาสินค้า OTOP ให้เป็น  
ที่รู้จักแพร่หลายยิ่งขึ้น 
4) หากภาครัฐมีการบริหารจัดการที่ดีอย่างต่อเนื่อง  
จะสามารถพัฒนาให้เป็นเมืองน่าอยู่ได้อย่างยั่งยืน 
5) รัฐบาลมีนโยบายให้การสนับสนุนและช่วยเหลือ
ผู้ประกอบการ SME มากขึ้น 
6) หากภาคเอกชนมีการขยายตัวในเรื่องธุรกิจการ
ท่องเที่ยว   จะทำให้นักลงทุนมีโอกาสที่จะเข้ามาลงทุนใน
ธุรกิจการท่องเที่ยวสูงขึ้น 
7) นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ยังมีความ
นิยมชื่นชมบรรยากาศและวิถีชีวิตแบบอนุรักษ์ดั้งเดิม  
ทำให้การท่องเที่ยวมีโอกาสเติบโตสูง 
 
8) ประชาชนมีโอกาสเข้าถึงระบบข้อมูลสารสนเทศมากขึ้น 
9) โครงสร้างพื้นฐานของเมืองได้รับการพัฒนาและ
เชื่อมโยง   ทำให้เกิดความสะดวก  รวดเร็ว  และปลอดภัย
ยิ่งขึ้น 
1) จังหวัดใกล้เคียงที่เป็นคู่แข่งทางด้านการท่องเที่ยว  
ได้รับการสนับสนุนงบประมาณด้านการท่องเที่ยวจาก
ภาครัฐและภาคเอกชนมากกว่า 
2) ประชาชนยังขาดจิตสำนึกในการอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรวมทั้งทรัพยากร
ด้านการท่องเที่ยว 
3) นักลงทุนไม่นิยมการลงทุนขนาดใหญ่  จึงทำให้แหล่ง
สร้างงานมีน้อย    
4) จังหวัดอุทัยธานีไม่ได้อยู่ในลำดับความสำคัญของการ
พัฒนาเศรษฐกิจในระดับมหภาคของรัฐบาล 
5) ประชาชนยังขาดความสนใจและขาดความกระตือรือร้น 
ในการแสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ  
6) งบประมาณในการพัฒนาด้านต่าง ๆ ยังไม่ต่อเนื่อง
และค่อนข้างจำกัด 
7) สภาพของเมืองมักประสบอุทกภัยเป็นบริเวณกว้าง  
โดยที่ยังไม่สามารถป้องกันได้   จึงเป็นเหตุให้ระบบ
เศรษฐกิจเสียหายบ่อยครั้ง 
8) ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว  ประกอบกับภาวะวิกฤต
ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้น  ส่งผลต่อความเป็นอยู่
ของประชาชน 
9) กระแสการบริโภคนิยม  ทำให้เกิดการใช้จ่ายที่
ฟุ่มเฟือยและไม่จำเป็นก่อให้เกิดปัญหาทางสังคม 
10) การหลั่งไหลของกระแสวัฒนธรรมจากต่างประเทศ  
รวมทั้งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสมัยใหม่  ก่อให้เกิด
พฤติกรรมเลียนแบบและส่งผลกระทบต่อค่านิยม  
วัฒนธรรม  และประเพณีของท้องถิ่น 
11) การรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน (AC)  อาจส่งผล
กระทบและลดความสามารถในการแข่งขันของจังหวัด 
12) ขาดความมั่นคงทางเสถียรภาพทางการเมืองและ
เศรษฐกิจของประเทศทำให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน 
 
 
 

  เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
14 
 

  เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
15 
ส่วนที่ 2 ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและแผนส่งเสริมการท่องเที่ยว 
    2.1 สัญลักษณ์ของเมืองอุทัยธานี 
วงเวียนห้าแยกวิทยุ 
 
 
วงเวียนห้าแยกวิทยุเป็นวงเวียนที่มีทางแยกทั้งหมด 5 ทาง ได้แก่ ทางไปตลาดริมน้ำสะแกกรัง  ซึ่งอยู่ติดกับ 
PEA Shop สาขาอุทัยธานี ทางไปวัดจันทาราม (วัดท่าซุง) และศาลากลางจังหวัดอุทัยธานี  ทางไปที่ว่าการอำเภอ
เมืองอุทัยธานี ทางไปโรงเรียนอนุบาลเมืองอุทัยธานี และทางไปวงเวียนหอนาฬิกา วงเวียนแห่งนี้ประดับด้วย              
เครื่องวิทยุจำนวน 5 เครื่องตรงด้านบนของวงเวียนห้าแยกวิทยุ ซึ่งกระจายกันตามแยกต่าง ๆ นอกจากนี้                 
ในช่วงของเทศกาลต่างๆจะมีการประดับตกแต่งวงเวียนห้าแยกวิทยุตามเทศกาลนั้นๆเพื่อเป็นจุดถ่ายรูป                
สำหรับนักท่องเที่ยวได้อีกด้วย 
 
 
 
 
 
 

  เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
16 
2.2 สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ 
วิถีชีวิตชาวแพ  แม่น้ำสะแกกรัง 
      
 
       วิถีชีวิตชาวแพลุ่มแม่น้ำสะแกกรัง" เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นมาตั้งแต่ช้านานและสืบทอด                      
มาจนถึงปัจจุบันโดยมีเรื่องราวเล่า ต่อมาว่า เมื่อสมัยก่อนมีพ่อค้าล่องเรือมาจะรู้ว่าถึงแม่น้ำสะแกกรัง                      
แล้วสังเกตว่ามีแพเรียงรายอยู่ที่ตามชายฝั่งแม่น้ำ เรือนแพที่อยู่สอง ฝั่งแม่น้ำ เป็นเรือนแพไม้ค่อมบนแพ     
ลูกบวบไม้ไผ่ ชาวบ้านบอกว่า อยู่แพแล้วสบายหน้าร้อนลมเย็น หน้าหนาวตอนเช้าแดดอุ่น ชาวแพเหล่านี้ประกอบ
อาชีพทำการประมง ในช่วงเช้าหลังจากได้ปลา จะนำมาชำแหละเสียบเป็นแผงผึ่งให้แห้ง ย่างรมควันทำเป็นปลาแห้ง              
และนำไปขายในตลาด ตามเรือนแพเหล่านี้ยังมีกระชังเลี้ยงปลา ปลาสวาย ปลาแรดและปลาเทโพ แม่น้ำสะแกกรัง
ถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่คอยหล่อเลี้ยงชีวิตชาวแพและชาวอุทัยธานีมาตั้งแต่โบราณ ชุมชนชาวแพแห่งแม่น้ำสะแก
กรังมีวิถีชีวิตผูกพันสายน้ำ ที่เหลืออยู่ แห่งสุดท้ายในประเทศไทย กลุ่มของข้าพเจ้าจึงนำ เรื่องราวความเป็นมาของ
วิถีชีวิตชาวแพลุ่มน้ำสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานีมาเผยแพร่ในเว็บไซต์เพื่อเป็นการอนุรักษ์และสืบทอดภูมิปัญญา
ท้องถิ่นนี้ ให้อยู่คู่กับผืนแผ่นดินไทยสืบไป 
แม่น้ำสะแกกรังถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม สองฟากฝั่งน่ายลด้วยบรรยากาศวิธีเรือนแพ           
อันเป็นเอกลักษณ์ สงบงาม มีวัดอุโปสถารามอันเก่าขลังทรงเสน่ห์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ อีกทั้งยังมีป่าไผ่ 
ต้นไม้ใบหญ้าเขียวขจี ให้ชมกันไปตลอด 2 ฝั่งน้ำ โดยเฉพาะช่วงปลายฝนต้นหนาว ก็จะมีดอกไม้ป่าที่ผลิบาน                
มาให้ยลโฉมกันหลายชนิด ทั้งดอกบวบขม ดอกสร้อยไก่ ดอกหงอนไก่ 

  เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
17 
         
กิจกรรมท่องเที่ยวการล่องเรือสัมผัสแม่น้ำ สะแกกรังนั้น นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้ชมภาพชีวิต
ของชาวแพ ซึ่งได้สร้างบ้านคร่อมไว้บนแพลูกบวบไม้ไผ่ และตลอดลำน้ำยังจะได้เห็นการปลูกพืชผักลอยน้ำที่
สวยงาม โดยเฉพาะเตยแพ และพุทธรักษาที่ชาวบ้านปลูกไว้อย่างมากมาย รวมไปถึงการเลี้ยงปลาในกระชัง                     
ที่ทำกันทุกแพ และที่ถือว่าเป็นความโดดเด่นของแม่น้ำสายนี้ ได้แก่ ปลาแรดที่มีรสชาติดีกว่าแหล่งอื่นๆด้วยความ
อุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรจึงมีการทำประมงน้ำจืดจำนวนมาก และในบางฤดูจะมีกุ้งแม่น้ำขนาดใหญ่ ให้กับคน
ท้องถิ่นได้ตกขึ้นมาเป็นอาชีพเสริมมีรายได้ดี 
          
นอกจากนี้แล้ว นักท่องเที่ยวยังจะได้ดูนกที่สามารถดูได้ตลอดลำน้ำ ประกอบด้วย                      
นกที่หากินริมน้ำชนิดต่างๆ ทั้งนกกระเต็น นกยาง อีลุ้ม นกอีโก้ง เหยี่ยวขาวไหล่เทา และอีกมากมายให้ได้สุขใจ 
ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการล่องแม่น้ำ สะแกกรัง แนะนำให้เป็นช่วงเช้าตรู่จะเห็นภาพชีวิตต่างๆ ได้อย่างชัดเจนใช้
เวลาทั้งสิ้นประมาณ 1-2 ชม. และยังมีกิจกรรมมากมายที่นักท่องเที่ยวสามารถเลือกทำได้ อาทิ ล่องเรือ
รับประทานอาหาร สัมผัสธรรมชาติที่สดชื่นของแม่น้ำสะแกกรัง พร้อมทั้งสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนเรือนแพสองฝั่งลำน้ำ 
มีโฮมสเตย์เรือนแพบริการ ให้นักท่องเที่ยวลองมาใช้ชีวิตแบบชาวเรือนแพ 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

  เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
18 
เขาสะแกกรัง 
     
 
 
 
เขาสะแกกรัง เป็นภูเขาที่ตั้งกั้นเมืองอุทัยอยู่ทางทิศตะวันตก ยอดเขาสะแกกรังเป็นดินแดน              
ที่ชาวอุทัยธานี ยกให้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่ตั้งของวัดสังกัสรัตนคีรี เป็นวัดเก่าแก่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2443 
ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย  ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมือง
ของเมืองอุทัยมาตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ที่ชาวเมืองต่างให้ความเคารพศรัทธาเป็นจำนวนมาก 
 
 
เขาสะแกกรัง ตั้งอยู่ที่ ตำบลอุทัยใหม่ อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี เป็นภูเขา              
ที่กั้นเมืองอุทัยในด้านตะวันตก ยอดเขาสะแกกรังถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวอุทัยธานี และยังเป็น            
ที่ตั้งของ วัดสังกัสรัตนคีรี โดยวัดนี้จะประดิษฐานของ พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ ปางมารวิชัย อายุ 600 - 700 ปี 
ที่เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของอุทัยธานี มาตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น 
 
 
และบริเวณใกล้ๆ มณฑปที่บนยอดเขาสะแกกรังนั้น มีพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระปฐม            
บรมมหาชนกแห่งรัชกาลที่ 1 มีนามเดิมว่า นายทองดี เป็นรูปหล่อขนาดสองเท่าขององค์จริงประทับอยู่บนแท่น 
โดยในทุกปีนั้นจะมีพิธีถวายสักการะพระราชานุสาวรีย์ ในวันที่ 6 เมษายน ซึ่งตรงกับช่วง ดอกสุพรรณิการ์ หรือ 
ฝ้ายคำ ดอกไม้ประจำจังหวัด ที่จะบานสะพรั่งอยู่ทั่วบนเขาสะแกกรัง 
บนยอดเขาสะแกกรัง นั้น มีศาสนสถานที่สำคัญมากมายหลายแห่ง อาทิเช่น พระมณฑป           
ทรงไทย ที่มีนามว่า สิริมหามายากุฎาคาร ซึ่งเปรียบเสมือนว่าเป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปเทศนา              
และมีวิหารพระพุทธรูปสำคัญ วิหารพระบรมสารีริกธาตุ ศาลเจ้าจีน และภายในบริเวณรอบๆ สามารถมองเห็นวิว
ทิวทัศน์ของเมืองอุทัยธานีได้ พร้อมจุดนั่งพักผ่อนชมวิวหลายจุด 
 

  เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
19 
วัดสังกัสรัตนคีรี (วัดเขาสะแกกรัง) 
 
 
 
ตั้งอยู่เชิงเขาสะแกกรัง สุดถนนท่าช้าง ในเขตเทศบาลเมืองอุทัยธานี เป็นวัดที่มีชื่อเสียง          
และเป็นที่รู้จักของพุทธศาสนิกชนทั่วไป ในเรื่องประเพณีตักบาตรเทโว ที่จัดขึ้นในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11            
ของทุกปี ถือเป็นประเพณีสำคัญของจังหวัดอุทัยธานี ในวันดังกล่าวจะมีพระสงฆ์กว่า 500 รูป เดินลงมาจากบันได 
449 ขั้น จากมณฑปบนยอดเขาสะแกกรังสู่ลานวัดสังกัสรัตนคีรีเบื้องล่าง เพื่อมารับบิณฑบาต สอดคล้องกับ           
พุทธประวัติกล่าวว่าในวันที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ภายหลังประทับ              
จำพรรษา เพื่อเทศนาโปรดพระมารดาครั้งถึงวันออกพรรษาได้เสด็จลงจากเทวโลก ณ เมืองสังกัสนคร ภายใน
วัดสังกัสรัตนคีรี ยังประดิษฐานพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง "พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์" พระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัย 
ศิลปะสุโขทัยที่มีพุทธลักษณะงดงาม สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยพญาลิไท มีอายุประมาณ 600 - 700 ปี              
ที่ได้อัญเชิญมาจากสุโขทัย เดิมทีประดิษฐานอยู่เบื้องหน้าพระประธานในวิหารวัดขวิด ริมแม่น้ำสะแกกรัง                   
ฝั่งตะวันตก ครั้นเมื่อเจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) เดินทางมาตรวจเยี่ยมวัดและเห็นพระพุทธรูป               
จึงโปรดให้อัญเชิญหลวงพ่อพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ มาประดิษฐานที่วัดสังกัสรัตนคีรี และได้มีการบรรจุพระบรม
สารีริกธาตุภายในพระเศียรของหลวงพ่อในปัจจุบันพุทธศาสนิกชนจังหวัดอุทัยธานี จะร่วมกันจัดงานไหว้พระพุทธ
มงคลศักดิ์สิทธิ์เป็นประจำทุกปี ระหว่างวันขึ้น 3-4 ค่ำ เดือน 4 ใกล้กับมณฑปบนยอดเขาสะแกกรัง                     
ยังเป็นที่ตั้งของพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกนาถ แห่งรัชกาลที่ 1 และในวันที่ 6 เดือนเมษายน
ของทุกปี ได้จัดให้มีพิธีถวายสักการะพระราชานุสาวรีย์ 

  เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
20 
วัดอุโปสถาราม (วัดโบสถ์) 
      
 
 
วัดอุโปสถาราม เดิมชื่อ "วัดโบสถ์มโนรมย์" เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นเมื่อ ปีพุทธศักราช 2324 
ตั้งอยู่บนเกาะเทโพ ริมฝั่งแม่น้ำสะแกกรังภายในอุโบสถและวิหารมีภาพจิตรกรรมฝาผนังในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
ตอนต้น ด้านหลังอุโบสถและวิหาร มีเจดีย์ สามยุคสามสมัย ทั้งสมัยสุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร์ตั้งอยู่ 
นอกจากนั้นยังมีมณฑปแปดเหลี่ยมศิลปะผสมไทย จีน อันวิจิตรอ่อนช้อยงดงาม หน้าวัดมีแพโบสถ์น้ำ ครั้งหนึ่งเคย
ใช้เป็นแพรับเสด็จ รัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 เมื่อคราวเสด็จประพาสและเยี่ยมเยือนหัวเมืองฝ่ายเหนือ และใช้
เป็นศาสนสถานลอยน้ำสำหรับชาวเรือนแพใช้ในการปฏิบัติศาสนกิจและงานพิธีต่าง ๆ เช่น งานโกนจุก บวชนาค 
งานแต่งงาน เป็นต้น 
 
 
 
 
 
 
 

  เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
21 
วัดมณีสถิตกปิฏฐาราม พระอารามหลวง (วัดทุ่งแก้ว) 
    
วัดมณีสถิตกปิฎฐาราม เดิมชื่อ วัดมณีธุดงค์สงฆ์มูลิกาวาส เริ่มก่อสร้างราวพุทธศักราช 2431 
ตั้งอยู่ถนนมณีสถิตย์ ตำบลอุทัยใหม่ อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี ที่ดินโฉนดเลขที่ 4102 และ 4344                    
มีเนื้อที่รวม 50 ไร่ 1 งาน 42.2 ตารางวา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้พระราชทาน
วิสุงคามสีมา เมื่อพุทธศักราช 2434 สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรสสกลมหาสังฆปรินายก
สมเด็จพระสังฆราช เสด็จตรวจการณ์คณะสงฆ์ในมณฑลฝ่ายเหนือได้เสด็จมาที่เมืองอุทัยธานี เมื่อวันที่                     
13 ธันวาคม พ.ศ.2456 เสด็จมาทอดพระเนตรวัดมณีธุดงค์สงฆ์มูลิกาวาสทรงเปลี่ยนชื่อเป็น “ วัดทุ่งแก้ว ” 
ตามที่ประชาชนนิยมเรียกกัน (ที่ตั้งวัดเป็นป่าไผ่ ด้านตะวันออกของป่าไผ่มีทุ่งใหญ่ ประชาชนเรียกบริเวณนี้ว่า    
“ทุ่งแก้ว” ชื่อนี้จึงติดปากนำไปเรียกชื่อวัดด้วย) 
วันที่ 18 มีนาคม พ.ศ.2478 เกิดเพลิงไหม้ตลาดสะแกกรังครั้งใหญ่ เพลิงไหม้ตลาด บ้านเรือน 
บริเวณทิศใต้และทิศตะวันตกของวัดขวิด ส่วนสิ่งก่อสร้างของวัดขวิดไม่ได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้ในครั้งนี้ 
แต่ทางราชการมีความจำเป็นต้องจัดผังเมืองใหม่เพื่อสร้างตลาดและบ้านเรือนที่อยู่อาศัยมีการตัดถนนผ่านที่ดินของ
วัดขวิดถึง ๓ ด้าน คือ ถนนศรีอุทัย ถนนมหาราช และถนนสะแกกรัง จึงให้รวมวัดขวิดเข้ากับวัดทุ่งแก้ว และสมเด็จ
พระวันรัต (เฮง เขมจารี) เจ้าคณะมณฑลนครสวรรค์ ได้เปลี่ยนนามวัดทุ่งแก้วเป็น “วัดมณีสถิตกปิฎฐาราม”                 
เมื่อ พ.ศ.2481 (มณี แปลว่า แก้ว หมายถึงทุ่งแก้ว กปิฎ แปลว่า มะขวิด หมายถึง วัดขวิด) 

  เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
22 
สมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) ได้เล่าไว้ในหนังสือประวัติของท่านว่า “ วัดนี้เดิมชื่อวัดทุ่งแก้ว 
เป็นวัดสร้างใหม่ ในระหว่างป่ากับบ้านนี้ มีทุ่งใหญ่เขาเรียกว่าทุ่งแก้ว พระธุดงค์มักมาพักในป่านี้มีพระธุดงค์            
รูปหนึ่งชื่อ พระอาจารย์แย้มอยู่วัดโมลีโลก (วัดท้ายตลาด) กรุงเทพฯ เป็นผู้มั่นคงในทางภาวนา พอใจในการธุดงค์
จำเพาะองค์เดียว บางครั้งมีคนแก่เป็นศิษย์ไปด้วยคนหนึ่ง ท่านจาริกมาพักในป่านี้ชาวสะแกกรังนิยมนับถือ               
เรียนภาวนาต่อท่านเป็นอันมาก นายพุ่ม นางพิณ พงษ์นุ่มกุล ได้สร้างศาลาขนาดเล็ก พื้นไม้กระดาน หลังคามุงกระ
เบื้องหลังหนึ่ง สำหรับเป็นที่พักผ่อนแห่งท่านจากนั้นท่านจาริกมาพักที่ศาลานี้เสมอ 
วัดที่สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ มีความน่าสนใจจากพระปรางค์ใหญ่องค์หนึ่งที่ประดิษฐานอยู่
ภายในบริเวณวัด สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2452 โดยมีฐานกว้าง 8 เมตร สูง 16 เมตร ลักษณะเป็นปรางค์ห้ายอด 
ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และเป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อหลวงพ่อแย้มผู้สร้างวัดนี้  
นอกจากนี้บริเวณวัดยังมีสระน้ำก่ออิฐเป็นสระน้ำมนต์ขนาดใหญ่ กลางสระมีแผ่นศิลาลงอักขระ
ยันต์ของหลวงพ่อแย้ม กล่าวกันว่า เคยมีการใช้น้ำในสระแห่งนี้ เป็นน้ำสรงพุทธาภิเษกในพระราชพิธีบรม
ราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 7 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

  เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
23 
ตลาดริมน้ำสะแกกรัง 
 
 
 
ตลาดริมน้ำลานสะแกกรัง เป็นตลาดที่สะท้อนชีวิตของชาวเมืองอุทัยธานีที่เริ่มต้นกันตั้งแต่             
ฟ้ายังไม่สาง แถมด้วยเสียงเรียกเชิญชวนให้เราเลือกชิมเลือกชมและซื้อหาผักปลาที่วางขายกันแบบพื้นเมือง              
สินค้าส่วนใหญ่เป็นของในท้องถิ่นขึ้นชื่ออย่าง ปลาแรด ปลาเทโพ และสารพัดปลาแม่น้ำตัวโตๆ ทั้งแบบสดและ
แบบปรุงเสร็จพร้อมกิน พืชผักท้องถิ่นก็มีให้เลือกมากมายที่แปลกตาและพบเห็นได้ยาก เช่น ลูกจัน ดอกแคแดง     
ผำ ลูกมะเดื่อสดที่มากันเป็นพวงๆ ทำให้คนเมืองเห็นแล้วรู้สึกแปลกตาแปลกใจ ตลาดแห่งนี้จึงได้รับความนิยม
สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินมายังจังหวัดอุทัยธานี   
 
 
 
 
 
 
 

  เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
24 
ถนนคนเดินตรอกโรงยา 
       
 
ถนนคนเดินตรอกโรงยาเป็นอีกหนึ่งสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่สามารถสะท้อนเรื่องราวและบรรยากาศ
ของความเป็นเมืองอุทัยธานีได้เป็นอย่างดี  เดิมเคยเป็นชุมชนที่อยู่อาศัยของชาวจีนอาศัยจำนวนมาก อีกทั้งเป็น
แหล่งสูบฝิ่นซึ่งเปิดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย บรรยากาศของที่นี่จึงเต็มไปด้วยผู้คนที่มาซื้อขายและสูบฝิ่น                
กันอย่างเสรี ทำให้ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงเรียกตรอกนี้จนติดปากว่า “ตรอกโรงยา” ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2500                     
เมื่อรัฐบาลประกาศให้ฝิ่นเป็นสิ่งเสพติดผิดกฎหมาย ตรอกโรงยา จึงซบเซาลงไปโดยปริยาย จนกระทั่งได้ถูกปลุก  
ให้ฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาใหม่อีกครั้งให้กลายเป็นถนนคนเดินกลางเมืองอุทัยธานี  ที่ยังคงทิ้งร่องรอย                     
ของความเจริญรุ่งเรืองในอดีตผ่านบ้านไม้เก่าแก่ที่ได้ถูกปรับปรุงกลายเป็นร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ รวมถึง
ร้านขายของที่ระลึกจนทำให้ตรอกโรงยากลับมาคึกคักอีกครั้งถนนคนเดินตรอกโรงยาเปิดทุกวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา             
16.00 น. – 20.00 น. ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอุทัยธานี ไม่ไกลจากตลาดสดริมน้ำสะแกกรัง  
 
 
 
 
 

  เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
25 
บ้านจงรัก 
 
 
 
 
บ้านจงรัก เป็นบ้านไม้ตกแต่งแบบโบราณ โดยนำของสะสมตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายในสมัยรัชกาลที่ 5             
จนถึงปัจจุบัน มาใช้ตกแต่งทำให้มีเอกลักษณ์ แบ่งเป็น 2 ชั้น ได้แก่ 
ชั้น 1 ร้านกาแฟจำลองบรรยากาศแบบโรงเตี๊ยม ที่ตกแต่งด้วยของเล่นและตุ๊กตาโบราณ และมีส่วนขาย
ของที่ระลึกของจังหวัดอุทัยธานี 
ชั้น 2  พิพิธภัณฑ์บ้านคุณตาหลวงเพชรสงคราม  จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวของอาจารย์ศิลป์ชัย เทศนา 
ศึกษานิเทศก์ สังกัดสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐานอุทัยธานี และภรรยาคุณจงรัก โดยได้รวบรวมสิ่งของ เครื่องใช้ที่
มีค่าของคุณตาทวด หลวงเพชรสงคราม(เผือก รัตนวราหะ)  ตำแหน่งยกกระบัตรในสมัยรัชกาลที่ 5 มาจัดแสดงใน
รูปแบบห้องต่างๆ อาทิ ห้องนั่งเล่น  ห้องครัว และห้องนอน เป็นต้น 
ที่อยู่ เลขที่ 221/3 ถนนศรีอุทัย ตำบลอุทัยใหม่ อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี  
 
 
 
 

  เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
26 
พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่นจังหวัดอุทัยธานี 
 
 
 
  
พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่นจังหวัดอุทัยธานี ได้จัดตั้งขึ้นเป็นทางการ เมื่อวันที่                   
13 สิงหาคม 2525 โดยใช้ตัวอาคารเดิมของโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ซึ่งเป็นอาคารไม้สองชั้น มีอายุกว่า 80 ปี 
เป็นที่จัดแสดงสิ่งต่างๆ ระหว่างวิชาการสิ่งแวดล้อม และศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ตลอดจนชีวิตความเป็นอยู่ของชาว
อุทัยธานีในอดีตและปัจจุบัน 
 
 
 
 
 
 
 

  เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
27 
ฮกแซตึ๊ง 
 
 
 
 
 
ฮกแซตึ๊ง เป็นบ้านไม้สักแบบจีน แต่เดิมเคยเป็นร้านขายยาและเป็นศูนย์กลางในการจัดงานต่าง ๆ 
เป็นร้านขายยาเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืออุทัยธานีแห่งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงชุมชนชาวจีนแห่งลุ่มน้ำสะแกกรัง               
ที่เข้ามาอาศัยอยู่ในอุทัยฯ กันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง นอกจากจะเป็นร้านขายยาและเป็นที่รักษาผู้ป่วยแล้ว ฮกแซตึ๊ง    
ยังใช้เป็นที่นั่งสังสรรค์ ตามประสาวัฒนธรรมจีนที่เมื่อพักจากการงานก็จะมานั่งสนทนาจิบน้ำชาร่วมกัน ปัจจุบัน
ร้านฮกแซตึ๊งปิดกิจการไปแล้ว แต่ก็ได้รับการปรับเปลี่ยนให้ที่แห่งนี้ เป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์ เก็บงำอดีตของอุทัยธานี
ที่น่าชื่นชม โดยภายในเรือนไม้สองชั้นแห่งนี้ คุณจะพบกับความคลาสสิก ที่ฉายผ่านตู้เก็บยาเก่าแก่ ห้องพักผู้ป่วย           
ที่ยังคงรักษาสภาพเดิม ๆ เอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชม  
 
 
 
 
 

  เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
28 
2.3 ประเพณีและงานประจำปี 
ประเพณีตักบาตรเทโว 
 
 
 
 
ประเพณีตักบาตรเทโวที่วัดสังกัสรัตนคีรี จังหวัดอุทัยธานี เป็นงานประเพณี ที่เป็นเอกลักษณ์สำคัญ           
ของจังหวัดอุทัยธานี และจัดได้สอดคล้องกับตำนาน โดยสมมติ ให้มณฑปที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง             
ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาสะแกกรัง เป็น “สิริมหามายากุฎาคาร” มีบันไดทอดยาวจากมณฑปลงสู่บริเวณลานวัดสังกัสฯ              
ซึ่งอยู่เชิงเขาสะแกกรัง เปรียบเสมือนบันไดทิพย์ที่ทอดยาวจากสวรรค์ดาวดึงส์ สู่เมืองสังกัสนคร เปรียบเสมือนบันได
ทิพย์ที่ทอดยาวจากสวรรค์ดาวดึงส์ สู่เมืองสังกัสนคร เริ่มตั้งแต่วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ก่อนออกพรรษา และจะตีระฆัง
ที่หน้ามณฑป บนยอดเขาสะแกกรัง เสียงระฆังจะดังกังวานไปไกลเป็น สัญญาณว่า เทศกาลงานตักบาตรเทโวเริ่มขึ้น   
และพระสงฆ์ 9 รูป จะเจริญพระพุทธมนต์บนยอดเขา มีการแสดงปาฐกถาธรรม จุดพลุ ตะไล ไฟพะเนียง สวยงาม 
วันรุ่งขึ้น (แรม 1 ค่ำ เดือน 11) ตอนสาย ๆ จะอัญเชิญพระพุทธรูปปางเปิดโลกขึ้นเสลี่ยงคานหาม โดยมีผู้แต่งชุด              
นุ่งขาวห่มขาวสมมติเป็นเทวดาหามเสลี่ยง ลงมาจากยอดเขา ตามด้วยขบวนพระภิกษุสงฆ์ทุกรูป ที่จำพรรษาในเขต
อำเภอเมือง อุ้มบาตรลงมาจากยอดเขา เดินลงมาตามบันได สู่บริเวณเชิงเขาด้านล่าง 
 
 

  เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
29 
ตักบาตรทางน้ำ 
 
 
 
 
ตักบาตรทางน้ำ บรรยากาศยามเช้าท่ามกลางสายหมอกจาง ๆ อากาศเย็น ๆ ริมแม่น้ำสะแกกรัง จ. อุทัยธานี 
ลำน้ำสำคัญที่ไหลผ่านตัวเมืองอุทัยธานี เราจะเห็นชาวบ้าน และนักท่องเที่ยวที่ตื่นกันแต่เช้ามาทำบุญ ใส่บาตรกัน เป็น 
’วิถีริมน้ำ’ ที่เราเห็นกันคุ้นตา เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนในจ.อุทัยธานี ทุกเช้า เจ้าอาวาสวัดอุโบสถาราม  ลงเรือจากวัด
ฝั่งตรงข้าม พายเรือข้ามมาบิณฑบาตฝั่งตลาดเช้า ซึ่งจะมีทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยว มานั่งรออยู่บนแพไม้  เตรียม
อาหารมารอใส่บาตร เพื่อเริ่มต้นสิ่งดีดีในเช้าวันใหม่  
 
 
 
 
 
 

  เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
30 
 ส่วนที่ 3 แผนส่งเสริมการท่องเที่ยว (พ.ศ.2566–2570) เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

  เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
31 
 

  เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
32 
 

  เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
33 
 

  เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
34 
 

  เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
35 
 

  เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
36 
 

  เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
37 
 

  เทศบาลเมืองอุทัยธานี 
 
38