ข่าวประชาสัมพันธ์
ขั้นตอนการเสียภาษีเทศบาลเมืองอุทัยธานี
ใช้เวลาอ่านประมาณ 1 นาทีอ่าน 9 ครั้ง
กฎกระทรวงภาษีป้าย
ไฟล์แนบ
เอกสารประกอบข่าว
- เอกสารแนบที่ 1: ขั้นตอนการเสียภาษีเทศบาลเมืองอุทัยธานีPDF65.9 KB เปิดในแท็บใหม่
ข้อความในเอกสาร (สกัดโดยระบบ)
ข้อความต่อไปนี้ระบบดึงจากไฟล์โดยอัตโนมัติ เพื่อช่วยในการเข้าถึงและค้นหา — โปรดอ้างอิงเอกสารฉบับทางการจากไฟล์แนบด้านบน
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กฎกระทรวง ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๓๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. ๒๕๑๐๑ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. ๒๕๑๐ ซึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีป้าย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้ ให้กำหนดอัตราภาษีป้ายดังต่อไปนี้ (๑) ป้ายที่มีอักษรไทยล้วน ให้คิดอัตรา ๓ บาท ต่อห้าร้อยตารางเซนติเมตร (๒) ป้ายที่มีอักษรไทยปนกับ อักษรต่างประเทศ และหรือปนกับภาพ และหรือเครื่องหมายอื่น ให้คิดอัตรา ๒๐ บาท ต่อห้าร้อยตารางเซนติเมตร (๓) ป้ายดังต่อไปนี้ ให้คิดอัตรา ๔๐ บาท ต่อห้าร้อยตารางเซนติเมตร (ก) ป้ายที่ไม่มีอักษรไทย ไม่ว่าจะมีภาพหรือ เครื่องหมายใด ๆ หรือไม่ (ข) ป้ายที่มีอักษรไทยบางส่วน หรือทั้งหมดอยู่ใต้หรือต่ำกว่า อักษรต่างประเทศ (๔) ป้ายที่เปลี่ยนแปลงแก้ไขตามมาตรา ๑๔ (๓) ให้คิดอัตราตาม (๑) (๒) หรือ (๓) แล้วแต่กรณี และให้เสียเฉพาะจำนวนเงินภาษีที่เพิ่มขึ้น (๕) ป้ายตาม (๑) (๒) หรือ (๓) เมื่อคำนวณพื้นที่ของป้ายแล้ว ถ้ามีอัตราที่ต้องเสีย ภาษีต่ำกว่าป้ายละ ๒๐๐ บาท ให้เสียภาษีป้ายละ ๒๐๐ บาท ให้ไว้ ณ วันที่ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ๑ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๙/ตอนที่ ๑๐๘/หน้า ๒๙/๑๖ ตุลาคม ๒๕๓๕ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๒ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรกำหนดอัตราภาษี ป้ายตามพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. ๒๕๑๐ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๓ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ศิริยา/เพิ่มเติม ๖ มกราคม ๒๕๔๙ พรรณพร/ปรับปรุง ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๒ - เอกสารแนบที่ 2: ขั้นตอนการเสียภาษีเทศบาลเมืองอุทัยธานีPDF107.8 KB เปิดในแท็บใหม่
ข้อความในเอกสาร (สกัดโดยระบบ)
ข้อความต่อไปนี้ระบบดึงจากไฟล์โดยอัตโนมัติ เพื่อช่วยในการเข้าถึงและค้นหา — โปรดอ้างอิงเอกสารฉบับทางการจากไฟล์แนบด้านบน
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พระราชบัญญัติ ภาษีปาย พ.ศ. ๒๕๑๐ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให*ไว* ณ วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๐ เป0นป1ที่ ๒๒ ในรัชกาลป2จจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล*าฯ ให*ประกาศว6า โดยที่เป0นการสมควรแยกกฎหมายเกี่ยวกับภาษีปายออกจากประมวลรัษฎากร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล*าฯ ให*ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว*โดยคําแนะนําและยินยอม ของสภาร6างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา ดังต6อไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว6า “พระราชบัญญัติภาษีปาย พ.ศ. ๒๕๑๐” มาตรา ๒๑ พระราชบัญญัตินี้ให*ใช*บังคับตั้งแต6วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๑ เป0นต*นไป มาตรา ๓ ให*ยกเลิกหมวด ๕ ภาษีปายในลักษณะ ๒ แห6งประมวลรัษฎากร บรรดาบทกฎหมาย กฎ และข*อบังคับอื่นในส6วนที่มีบัญญัติไว*แล*วในพระราชบัญญัติ นี้หรือซึ่งขัดหรือแย*งกับบทแห6งพระราชบัญญัตินี้ ให*ใช*พระราชบัญญัตินี้แทน มาตรา ๔ เมื่อได*มีพระราชกฤษฎีกาให*เทศบาลใดอยู6ในความควบคุมดูแลของ กระทรวงมหาดไทยตามกฎหมายว6าด*วยเทศบาล บรรดาอํานาจหน*าที่ของผู*ว6าราชการจังหวัดตาม พระราชบัญญัตินี้ ให*เป0นอํานาจหน*าที่ของรัฐมนตรีหรือผู*ซึ่งรัฐมนตรีมอบหมาย มาตรา ๕๒ ให*รัฐมนตรีว6าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ กับให*มีอํานาจออกกฎกระทรวงกําหนดอัตราภาษีปายไม6เกินอัตราที่กําหนดไว*ในบัญชีอัตราภาษีปาย ท*ายพระราชบัญญัตินี้ และกําหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได*ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล*ว ให*ใช*บังคับได* ๑ ราชกิจจานุเบกษา เล6ม ๘๔/ตอนที่ ๑๑๔/ฉบับพิเศษ หน*า ๖/๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๑๐ ๒ มาตรา ๕ แก*ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีปาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๒- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมวด ๑ บททั่วไป มาตรา ๖ ในพระราชบัญญัตินี้ “ปาย” หมายความว6า ปายแสดงชื่อ ยี่ห*อหรือเครื่องหมายที่ใช*ในการประกอบ การค*าหรือประกอบกิจการอื่นเพื่อหารายได*หรือโฆษณาการค*าหรือกิจการอื่นเพื่อหารายได* ไม6ว6าจะ ได*แสดงหรือโฆษณาไว*ที่วัตถุใด ๆ ด*วยอักษร ภาพ หรือเครื่องหมายที่เขียน แกะสลัก จารึกหรือทําให* ปรากฏด*วยวิธีอื่น “ราชการส6วนท*องถิ่น”๓ หมายความว6า เทศบาล สุขาภิบาล องคOการบริหารส6วน จังหวัด กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองคOการปกครองท*องถิ่นอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดให* เป0นราชการส6วนท*องถิ่นตามพระราชบัญญัตินี้ “เขตราชการส6วนท*องถิ่น”๔ หมายความว6า (๑) เขตเทศบาล (๒) เขตสุขาภิบาล (๓) เขตองคOการบริหารส6วนจังหวัด (๔) เขตกรุงเทพมหานคร (๕) เขตเมืองพัทยา (๖) เขตองคOการปกครองท*องถิ่นอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดให*เป0นราชการส6วนท*องถิ่น “ผู*บริหารท*องถิ่น”๕ หมายความว6า (๑) นายกเทศมนตรี สําหรับในเขตเทศบาล (๒) ประธานกรรมการสุขาภิบาล สําหรับในเขตสุขาภิบาล (๓) ผู*ว6าราชการจังหวัด สําหรับในเขตองคOการบริหารส6วนจังหวัด (๔) ผู*ว6าราชการกรุงเทพมหานคร สําหรับในเขตกรุงเทพมหานคร (๕) ปลัดเมืองพัทยา สําหรับในเขตเมืองพัทยา (๖) หัวหน*าผู*บริหารท*องถิ่นขององคOการปกครองท*องถิ่นอื่นที่รัฐมนตรีประกาศ กําหนดให*เป0นราชการส6วนท*องถิ่น สําหรับในเขตราชการส6วนท*องถิ่นนั้น “ป1” หมายความว6า ป1ปฏิทิน “รัฐมนตรี” หมายความว6า รัฐมนตรีผู*รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๗๖ ให*เจ*าของปายมีหน*าที่เสียภาษีปายโดยเสียเป0นรายป1 ยกเว*นปายที่เริ่ม ติดตั้งหรือแสดงในป1แรกให*เสียภาษีปายตั้งแต6วันเริ่มติดตั้งหรือแสดงจนถึงวันสิ้นป1และให*คิดภาษีปาย ๓ มาตรา ๖ นิยามคําว6า “ราชการส6วนท*องถิ่น” เพิ่มโดยพระราชบัญญัติภาษีปาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ ๔ มาตรา ๖ นิยามคําว6า “เขตราชการส6วนท*องถิ่น” เพิ่มโดยพระราชบัญญัติภาษีปาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ ๕ มาตรา ๖ นิยามคําว6า “ผู*บริหารท*องถิ่น” เพิ่มโดยพระราชบัญญัติภาษีปาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ ๖ มาตรา ๗ แก*ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีปาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๓- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป0นรายงวด งวดละสามเดือนของป1 โดยเริ่มเสียภาษีปายตั้งแต6งวดที่ติดตั้งปายจนถึงงวดสุดท*ายของป1 ทั้งนี้ ตามอัตราที่กําหนดในกฎกระทรวงซึ่งต*องไม6เกินอัตราที่กําหนดในบัญชีอัตราภาษีปายท*าย พระราชบัญญัตินี้ การคํานวณพื้นที่ภาษีปาย ให*คํานวณตามบัญชีอัตราภาษีปาย (๖) และ (๗) ท*าย พระราชบัญญัตินี้ ปายที่ติดตั้งบนอสังหาริมทรัพยOของบุคคลอื่นและมีพื้นที่เกินสองตารางเมตรต*องมี ชื่อและที่อยู6ของเจ*าของปายเป0นตัวอักษรไทยที่ชัดเจนที่มุมขวาด*านล6างของปายและให*ข*อความ ดังกล6าวได*รับยกเว*นภาษีปายตามหลักเกณฑOที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๘ เจ*าของปายไม6ต*องเสียภาษีปายสําหรับปาย ดังต6อไปนี้ (๑) ปายที่แสดงไว* ณ โรงมหรสพและบริเวณของโรงมหรสพนั้น เพื่อโฆษณามหรสพ (๒) ปายที่แสดงไว*ที่สินค*าหรือที่สิ่งหุ*มห6อหรือบรรจุสินค*า (๓) ปายที่แสดงไว*ในบริเวณงานที่จัดขึ้นเป0นครั้งคราว (๔)๗ ปายที่แสดงไว*ที่คน หรือสัตวO (๕)๘ ปายที่แสดงไว*ภายในอาคารที่ใช*ประกอบการค*าหรือประกอบกิจการอื่นหรือ ภายในอาคารซึ่งเป0นที่รโหฐาน ทั้งนี้ เพื่อหารายได* และแต6ละปายมีพื้นที่ไม6เกินที่กําหนดใน กฎกระทรวง แต6ไม6รวมถึงปายตามกฎหมายว6าด*วยทะเบียนพาณิชยO (๖) ปายของราชการส6วนกลาง ราชการส6วนภูมิภาค หรือราชการส6วนท*องถิ่นตาม กฎหมายว6าด*วยระเบียบบริหารราชการแผ6นดิน (๗) ปายขององคOการที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว6าด*วยการจัดตั้งองคOการของรัฐบาล หรือตามกฎหมายว6าด*วยการนั้น ๆ และหน6วยงานที่นํารายได*ส6งรัฐ (๘) ปายของธนาคารแห6งประเทศไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะหO ธนาคารเพื่อการสหกรณO และบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห6งประเทศไทย (๙)๙ ปายของโรงเรียนเอกชนตามกฎหมายว6าด*วยโรงเรียนเอกชน หรือ สถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว6าด*วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ที่แสดงไว* ณ อาคารหรือ บริเวณของโรงเรียนเอกชนหรือสถาบันอุดมศึกษาเอกชนนั้น (๑๐) ปายของผู*ประกอบการเกษตรซึ่งค*าผลผลิตอันเกิดจากการเกษตรของตน (๑๑) ปายของวัด หรือผู*ดําเนินกิจการเพื่อประโยชนOแก6การศาสนาหรือการกุศล สาธารณะโดยเฉพาะ (๑๒) ปายของสมาคมหรือมูลนิธิ (๑๓) ปายตามที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๙๑๐ ภาษีปายที่เก็บในเขตราชการส6วนท*องถิ่นใด ให*เป0นรายได*ของราชการ ส6วนท*องถิ่นนั้น ๗ มาตรา ๘ (๔) แก*ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีปาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ ๘ มาตรา ๘ (๕) แก*ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีปาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ ๙ มาตรา ๘ (๙) แก*ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีปาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ ๑๐ มาตรา ๙ แก*ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีปาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๔- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๐๑๑ ให*ผู*บริหารท*องถิ่นมีอํานาจแต6งตั้งพนักงานเจ*าหน*าที่เพื่อปฏิบัติการ ตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๑๑ การส6งคําสั่งเป0นหนังสือ หนังสือแจ*งการประเมิน หรือหนังสืออื่นให*แก6 บุคคลใด ให*ปฏิบัติดังต6อไปนี้ (๑) ให*ส6งในเวลากลางวันระหว6างพระอาทิตยOขึ้นและพระอาทิตยOตก หรือในเวลาทํา การของผู*รับ (๒) ให*ส6ง ณ สถานการค*า สถานประกอบกิจการ หรือที่อยู6อาศัยของผู*รับ โดยจะส6ง ทางไปรษณียOลงทะเบียนก็ได* ถ*าไม6พบผู*รับ ณ สถานการค*า สถานประกอบกิจการ หรือที่อยู6อาศัยของผู*รับ ให*ส6ง แก6ผู*บรรลุนิติภาวะแล*ว ซึ่งอยู6หรือทํางาน ณ สถานการค*า สถานประกอบกิจการ หรือที่อยู6อาศัยของผู*นั้น ถ*าไม6สามารถจะส6งตามวิธีดังกล6าวได* ให*ปSดหนังสือนั้นไว*ในที่เห็นได*ง6าย ณ สถาน การค*า สถานประกอบกิจการ หรือที่อยู6อาศัยของผู*นั้น หรือลงประกาศแจ*งความในหนังสือพิมพO รายวันอย6างน*อยสองฉบับ เมื่อได*ปฏิบัติตามวิธีนี้แล*ว และเวลาได*ล6วงพ*นไปไม6น*อยกว6าเจ็ดวันนับแต6 วันที่ปฏิบัติการ ให*ถือว6าบุคคลนั้นได*รับหนังสือนั้นแล*ว หมวด ๒ การยื่นแบบแสดงรายการภาษีปาย มาตรา ๑๒ ให*เจ*าของปายซึ่งจะต*องเสียภาษีปาย ยื่นแบบแสดงรายการภาษีปาย ตามแบบและวิธีการที่กระทรวงมหาดไทยกําหนด ภายในเดือนมีนาคมของป1 ในกรณีที่เจ*าของปายอยู6นอกประเทศไทย ให*ตัวแทนหรือผู*แทนในประเทศไทยมี หน*าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีปายแทนเจ*าของปาย มาตรา ๑๓ ถ*าเจ*าของปายตาย เป0นผู*ไม6อยู6 เป0นคนสาบสูญ เป0นคนไร*ความสามารถ หรือเป0นคนเสมือนไร*ความสามารถ ให*ผู*จัดการมรดก ผู*ครอบครองทรัพยOมรดกไม6ว6าจะเป0นทายาท หรือผู*อื่น ผู*จัดการทรัพยOสิน ผู*อนุบาล หรือผู*พิทักษO แล*วแต6กรณี มีหน*าที่ปฏิบัติการตามมาตรา ๑๒ แทนเจ*าของปาย มาตรา ๑๔๑๒ เจ*าของปายผู*ใด (๑) ติดตั้งหรือแสดงปายอันต*องเสียภาษีภายหลังเดือนมีนาคม (๒) ติดตั้งหรือแสดงปายใหม6แทนปายเดิมและมีพื้นที่ ข*อความ ภาพ และเครื่องหมาย อย6างเดียวกับปายเดิมที่ได*เสียภาษีปายแล*ว ๑๑ มาตรา ๑๐ แก*ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีปาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ ๑๒ มาตรา ๑๔ แก*ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีปาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๕- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๓) เปลี่ยนแปลงแก*ไขพื้นที่ปาย ข*อความ ภาพ หรือเครื่องหมายบางส6วนในปายที่ได* เสียภาษีปายแล*ว อันเป0นเหตุให*ต*องเสียภาษีปายเพิ่มขึ้น ให*เจ*าของปายตาม (๑) (๒) หรือ (๓) ยื่นแบบแสดงรายการภาษีปายต6อพนักงาน เจ*าหน*าที่ภายในสิบห*าวันนับแต6วันที่ติดตั้งหรือแสดงปาย หรือนับแต6วันเปลี่ยนแปลง แก*ไขข*อความ ภาพ หรือเครื่องหมายในปายเดิม แล*วแต6กรณี มาตรา ๑๔ ทวิ๑๓ ปายตามมาตรา ๑๔ (๑) ให*เสียภาษีปายตามมาตรา ๗ ปายตามมาตรา ๑๔ (๒) ให*ได*รับยกเว*นภาษีเฉพาะป1ที่ติดตั้งหรือแสดงปาย ปายตามมาตรา ๑๔ (๓) ให*เสียภาษีตาม (๕) ของบัญชีอัตราภาษีปายท*าย พระราชบัญญัตินี้ ถ*าเป0นปายที่เปลี่ยนแปลงแก*ไขข*อความ ภาพ และเครื่องหมายทั้งหมดให*เสียภาษี ปายตามมาตรา ๗ มาตรา ๑๕๑๔ ให*เจ*าของปายหรือผู*ซึ่งเจ*าของปายมอบหมายยื่นแบบแสดงรายการ ภาษีปายต6อพนักงานเจ*าหน*าที่ ณ สถานที่ ดังต6อไปนี้ (๑) สํานักงานหรือที่ว6าการของราชการส6วนท*องถิ่นที่ปายนั้นติดตั้งหรือแสดงอยู6ใน เขตราชการส6วนท*องถิ่นนั้น (๒) สํานักงานหรือที่ว6าการของราชการส6วนท*องถิ่นซึ่งการจดทะเบียนยานพาหนะได* กระทําในเขตราชการส6วนท*องถิ่นนั้น (๓) สถานที่อื่นที่ผู*บริหารท*องถิ่นกําหนด โดยประกาศหรือโฆษณาให*ทราบเป0นเวลา ไม6น*อยกว6าสามสิบวันนับแต6วันประกาศหรือโฆษณา มาตรา ๑๖ ในกรณีที่มีการโอนปาย ให*ผู*รับโอนแจ*งการรับโอนเป0นหนังสือต6อ พนักงานเจ*าหน*าที่ ภายในสามสิบวันนับแต6วันรับโอน หมวด ๓ การประเมินภาษีปายและการชําระภาษีปาย มาตรา ๑๗๑๕ ให*พนักงานเจ*าหน*าที่ประเมินภาษีปายตามหลักเกณฑOการคํานวณ ภาษีปายที่กําหนดไว*ในบัญชีอัตราภาษีปาย (๖) และ (๗) ท*ายพระราชบัญญัตินี้และตามอัตราภาษี ปายที่กําหนดในกฎกระทรวง แล*วแจ*งการประเมินเป0นหนังสือไปยังเจ*าของปาย มาตรา ๑๘๑๖ ในกรณีที่ปรากฏแก6พนักงานเจ*าหน*าที่ว6าไม6มีผู*ยื่นแบบแสดงรายการ สําหรับภาษีปายใด เมื่อพนักงานเจ*าหน*าที่ไม6อาจหาตัวเจ*าของปายนั้นได* ให*ถือว6าผู*ครอบครองปายนั้น ๑๓ มาตรา ๑๔ ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติภาษีปาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ ๑๔ มาตรา ๑๕ แก*ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีปาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ ๑๕ มาตรา ๑๗ แก*ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีปาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ ๑๖ มาตรา ๑๘ แก*ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีปาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๖- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป0นผู*มีหน*าที่เสียภาษีปาย ถ*าไม6อาจหาตัวผู*ครอบครองปายนั้นได* ให*ถือว6าเจ*าของหรือผู*ครอบครอง อาคารหรือที่ดินที่ปายนั้นติดตั้งหรือแสดงอยู6 เป0นผู*มีหน*าที่เสียภาษีปายตามลําดับ และให*พนักงาน เจ*าหน*าที่แจ*งการประเมินภาษีปายเป0นหนังสือไปยังบุคคลดังกล6าว มาตรา ๑๙๑๗ ให*ผู*มีหน*าที่เสียภาษีปายชําระภาษีปายต6อพนักงานเจ*าหน*าที่ ณ สถานที่ที่ได*ยื่นแบบแสดงรายการภาษีปายไว* หรือ ณ สถานที่อื่นใดที่พนักงานเจ*าหน*าที่กําหนด ทั้งนี้ ภายในสิบห*าวันนับแต6วันที่ได*รับแจ*งการประเมิน และให*ถือว6าวันที่ชําระภาษีต6อพนักงานเจ*าหน*าที่ เป0นวันชําระภาษีปาย การชําระภาษีปายจะกระทําโดยวิธีการส6งธนาณัติหรือตั๋วแลกเงินของธนาคารที่สั่ง จ6ายเงินให*แก6ราชการส6วนท*องถิ่นที่เกี่ยวข*อง ไปยังสถานที่ตามวรรคหนึ่ง โดยส6งทางไปรษณียO ลงทะเบียนหรือส6งโดยวิธีอื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดแทนการชําระต6อพนักงานเจ*าหน*าที่ก็ได* และให*ถือว6าวันที่ได*ทําการส6งดังกล6าวเป0นวันชําระภาษีปาย มาตรา ๑๙ ทวิ๑๘ ถ*าภาษีปายที่ต*องชําระมีจํานวนตั้งแต6สามพันบาทขึ้นไป ผู*มี หน*าที่เสียภาษีปายจะขอผ6อนชําระเป0นสามงวด งวดละเท6า ๆ กันก็ได* โดยแจ*งความจํานงเป0นหนังสือ ให*พนักงานเจ*าหน*าที่ทราบก6อนครบกําหนดเวลาชําระภาษีตามมาตรา ๑๙ วรรคหนึ่ง การผ6อนชําระภาษีตามวรรคหนึ่ง ให*ชําระงวดที่หนึ่งก6อนครบกําหนดเวลาชําระภาษี ตามมาตรา ๑๙ วรรคหนึ่ง งวดที่สองภายในหนึ่งเดือนนับแต6วันสุดท*ายที่ต*องชําระงวดที่หนึ่ง และงวด ที่สามภายในหนึ่งเดือนนับแต6วันสุดท*ายที่ต*องชําระงวดที่สอง ถ*าผู*ขอผ6อนชําระภาษีไม6ชําระภาษีปายงวดหนึ่งงวดใดภายในกําหนดเวลาตามวรรคสอง ให*หมดสิทธิที่จะขอผ6อนชําระภาษี และให*นํามาตรา ๒๕ (๓) มาใช*บังคับสําหรับงวดที่ยังมิได*ชําระ มาตรา ๑๙ ตรี๑๙ ให*ผู*มีหน*าที่เสียภาษีปายแสดงหลักฐานการเสียภาษีปายไว* ณ ที่เปSดเผยในสถานที่ประกอบการค*าหรือประกอบกิจการ มาตรา ๒๐ ภาษีปายจํานวนใดที่พนักงานเจ*าหน*าที่ได*แจ*งการประเมินแล*ว ถ*ามิได* ชําระภายในเวลาที่กําหนด ให*ถือเป0นภาษีปายค*างชําระ มาตรา ๒๑๒๐ ให*ผู*บริหารท*องถิ่นมีอํานาจออกคําสั่งเป0นหนังสือให*ยึดหรืออายัดและ ขายทอดตลาดทรัพยOสินของผู*มีหน*าที่เสียภาษีปายที่ค*างชําระ เพื่อนําเงินมาชําระค6าภาษีปาย ค6าธรรมเนียมและค6าใช*จ6ายโดยมิต*องขอให*ศาลสั่งหรือออกหมายยึด ทั้งนี้ ตามระเบียบที่รัฐมนตรี กําหนด การยึดทรัพยOสินจะกระทําได*ต6อเมื่อได*ส6งคําเตือนเป0นหนังสือให*ผู*มีหน*าที่เสียภาษี ปายชําระภาษีปายที่ค*างชําระภายในกําหนดไม6น*อยกว6าเจ็ดวันนับแต6วันที่รับหนังสือนั้น ๑๗ มาตรา ๑๙ แก*ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีปาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ ๑๘ มาตรา ๑๙ ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติภาษีปาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ ๑๙ มาตรา ๑๙ ตรี เพิ่มโดยพระราชบัญญัติภาษีปาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ ๒๐ มาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง แก*ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีปาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๗- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การขายทอดตลาดทรัพยOสินจะกระทํามิได*ในระหว6างระยะเวลาอุทธรณOตามมาตรา ๓๐ มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ หรือมาตรา ๓๓ เว*นแต6ทรัพยOสินนั้นจะเป0นของเสียง6าย วิธีการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพยOสิน เพื่อให*ได*รับภาษีปายที่ค*างชําระ ให*นําวิธีการในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ6งมาใช*บังคับโดยอนุโลม มาตรา ๒๒ เงินที่ได*จากการขายทอดตลาดทรัพยOสิน ให*หักไว*เป0นค6าใช*จ6ายในการ ยึด อายัด หรือขายทอดตลาด เหลือเท6าใดให*ชําระเป0นค6าภาษีปาย ถ*ายังมีเงินเหลืออยู6อีกให*คืนแก6 เจ*าของทรัพยOสินนั้น มาตรา ๒๓๒๑ เมื่อได*มีการยึดหรืออายัดทรัพยOสินไว*ตามมาตรา ๒๑ วรรคหนึ่งแล*ว ถ*าได*มีการชําระภาษีปายที่ค*างชําระ ค6าธรรมเนียมและค6าใช*จ6ายในการยึดหรืออายัดทรัพยOสินโดย ครบถ*วนก6อนการขายทอดตลาด ให*ผู*บริหารท*องถิ่นหรือผู*ซึ่งผู*บริหารท*องถิ่นมอบหมายสั่งถอนการยึด หรืออายัดนั้น มาตรา ๒๔๒๒ ผู*ใดเสียภาษีปายโดยไม6มีหน*าที่ต*องเสียหรือเสียเกินกว6าที่ควรต*องเสีย ผู*นั้นมีสิทธิได*รับเงินคืน การขอรับเงินคืน ให*ยื่นคําร*องต6อผู*บริหารท*องถิ่นหรือผู*ซึ่งผู*บริหารท*องถิ่น มอบหมายภายในหนึ่งป1นับแต6วันที่เสียภาษีปาย ในการนี้ให*ผู*ยื่นคําร*องส6งเอกสาร หลักฐานหรือคํา ชี้แจงใด ๆ ประกอบคําร*องด*วย เมื่อผู*บริหารท*องถิ่นหรือผู*ซึ่งผู*บริหารท*องถิ่นมอบหมายเห็นว6าผู*ยื่นคําร*องมีสิทธิ ได*รับเงินคืน ให*สั่งคืนเงินให*โดยเร็ว และแจ*งให*ผู*ยื่นคําร*องทราบเพื่อมาขอรับเงินคืนภายในหนึ่งป1นับ แต6วันที่ได*รับแจ*ง การกระทําใด ๆ เพื่อให*เสียภาษีปายน*อยลงกว6าที่ได*เสียไปแล*ว ให*มีผลเมื่อเริ่มต*นป1 ภาษีปาย หมวด ๔ เงินเพิ่ม มาตรา ๒๕ ให*ผู*มีหน*าที่เสียภาษีปายเสียเงินเพิ่มนอกจากเงินที่ต*องเสียภาษีปายใน กรณีและอัตราดังต6อไปนี้ (๑) ไม6ยื่นแบบแสดงรายการภาษีปายภายในเวลาที่กําหนด ให*เสียเงินเพิ่มร*อยละสิบ ของจํานวนเงินที่ต*องเสียภาษีปาย เว*นแต6กรณีที่เจ*าของปายได*ยื่นแบบแสดงรายการภาษีปายก6อนที่ พนักงานเจ*าหน*าที่จะได*แจ*งให*ทราบถึงการละเว*นนั้นให*เสียเงินเพิ่มร*อยละห*าของจํานวนเงินที่ต*อง เสียภาษีปาย ๒๑ มาตรา ๒๓ แก*ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีปาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ ๒๒ มาตรา ๒๔ แก*ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีปาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๘- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) ยื่นแบบแสดงรายการภาษีปายโดยไม6ถูกต*อง ทําให*จํานวนเงินที่จะต*องเสียภาษี ปายลดน*อยลง ให*เสียเงินเพิ่มร*อยละสิบของภาษีปายที่ประเมินเพิ่มเติม เว*นแต6กรณีที่เจ*าของปาย ได*มาขอแก*ไขแบบแสดงรายการภาษีปายให*ถูกต*องก6อนที่พนักงานเจ*าหน*าที่แจ*งการประเมิน (๓)๒๓ ไม6ชําระภาษีปายภายในเวลาที่กําหนด ให*เสียเงินเพิ่มร*อยละสองต6อเดือนของ จํานวนเงินที่ต*องเสียภาษีปาย เศษของเดือนให*นับเป0นหนึ่งเดือน ทั้งนี้ ไม6ให*นําเงินเพิ่มตาม (๑) และ (๒) มาคํานวณเป0นเงินเพิ่มตามอนุมาตรานี้ด*วย มาตรา ๒๖ เงินเพิ่มตามมาตรา ๒๕ ให*ถือว6าเป0นภาษีปาย หมวด ๕ พนักงานเจ*าหน*าที่ มาตรา ๒๗ ในการปฏิบัติหน*าที่ ให*พนักงานเจ*าหน*าที่มีอํานาจดังต6อไปนี้ (๑) เข*าไปในสถานที่ประกอบการค*าหรือประกอบกิจการอื่นเพื่อหารายได*ของผู*มี หน*าที่เสียภาษีปาย หรือบริเวณที่ต6อเนื่องกับสถานที่ดังกล6าว หรือสถานที่ที่เกี่ยวข*องกับการจัดเก็บ ภาษีปายในระหว6างพระอาทิตยOขึ้นและพระอาทิตยOตก หรือในเวลาทําการ เพื่อตรวจสอบว6าผู*มีหน*าที่ เสียภาษีปายได*ปฏิบัติการถูกต*องตามพระราชบัญญัตินี้หรือไม6 (๒) ออกคําสั่งเป0นหนังสือเรียกผู*มีหน*าที่เสียภาษีปายมาให*ถ*อยคําหรือให*ส6งบัญชี หรือเอกสารเกี่ยวกับภาษีปายมาตรวจสอบภายในกําหนดเวลาอันสมควร มาตรา ๒๘ ในการปฏิบัติการตามหน*าที่ ให*พนักงานเจ*าหน*าที่แสดงบัตรประจําตัว เมื่อบุคคลซึ่งเกี่ยวข*องร*องขอ บัตรประจําตัวพนักงานเจ*าหน*าที่ ให*เป0นไปตามแบบที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๒๙ เมื่อปรากฏว6าเจ*าของปายมิได*ยื่นแบบแสดงรายการภาษีปาย หรือยื่น แบบแสดงรายการภาษีปายโดยไม6ถูกต*อง ให*พนักงานเจ*าหน*าที่มีอํานาจแจ*งการประเมินย*อนหลังได* ไม6เกินห*าป1นับแต6วันที่พนักงานเจ*าหน*าที่แจ*งการประเมิน หมวด ๖ การอุทธรณO มาตรา ๓๐๒๔ ผู*มีหน*าที่เสียภาษีปายที่ได*รับแจ*งการประเมินภาษีปายแล*วเห็นว6า การประเมินนั้นไม6ถูกต*อง มีสิทธิอุทธรณOการประเมินต6อผู*บริหารท*องถิ่นหรือผู*ซึ่งผู*บริหารท*องถิ่น มอบหมายได*ภายในสามสิบวันนับแต6วันที่ได*รับแจ*งการประเมิน ๒๓ มาตรา ๒๕ (๓) แก*ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีปาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๙- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การอุทธรณOตามวรรคหนึ่งให*ยื่นต6อพนักงานเจ*าหน*าที่ตามแบบที่กระทรวงมหาดไทย กําหนด การอุทธรณOไม6เป0นเหตุให*ทุเลาการชําระภาษีปาย เว*นแต6จะได*รับอนุมัติจากผู*บริหาร ท*องถิ่น มาตรา ๓๑๒๕ เพื่อประโยชนOในการพิจารณาอุทธรณO ผู*บริหารท*องถิ่นหรือผู*ซึ่ง ผู*บริหารท*องถิ่นมอบหมายอาจมีหนังสือเรียกผู*อุทธรณOมาให*ถ*อยคําเพิ่มเติมหรือให*ส6งเอกสารหรือ หลักฐานที่เกี่ยวข*องมาเพื่อประกอบการพิจารณาได* ถ*าผู*อุทธรณOไม6ยื่นอุทธรณOภายในสามสิบวันตามมาตรา ๓๐ วรรคหนึ่ง ไม6ปฏิบัติตาม หนังสือเรียก ไม6ยอมให*ถ*อยคํา หรือไม6ยอมส6งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข*องโดยไม6มีเหตุอันสมควร ให*ผู*บริหารท*องถิ่นหรือผู*ซึ่งผู*บริหารท*องถิ่นมอบหมายมีอํานาจยกอุทธรณOนั้นเสียได* มาตรา ๓๒๒๖ ให*ผู*บริหารท*องถิ่นหรือผู*ซึ่งผู*บริหารท*องถิ่นมอบหมายวินิจฉัย อุทธรณOให*เสร็จภายในหกสิบวันนับแต6วันที่ได*รับอุทธรณO และแจ*งคําวินิจฉัยพร*อมด*วยเหตุผลเป0น หนังสือไปยังผู*อุทธรณOและพนักงานเจ*าหน*าที่ซึ่งได*ทําการประเมินโดยเร็ว มาตรา ๓๓๒๗ ผู*อุทธรณOมีสิทธิอุทธรณOคําวินิจฉัยของผู*บริหารท*องถิ่นหรือผู*ซึ่ง ผู*บริหารท*องถิ่นมอบหมายโดยฟองเป0นคดีต6อศาลภายในสามสิบวันนับแต6วันที่ได*รับแจ*งคําวินิจฉัย อุทธรณOเว*นแต6ในกรณีที่เป0นการยกอุทธรณOตามมาตรา ๓๑ วรรคสอง การฟองคดีตามวรรคหนึ่งจะกระทําได*ต6อเมื่อได*ปฏิบัติตามขั้นตอนดังที่บัญญัติไว*ใน มาตรา ๓๐ แล*ว มาตรา ๓๓ ทวิ๒๘ ในกรณีที่มีคําวินิจฉัยอุทธรณOถึงที่สุดให*คืนเงินค6าภาษีปาย ให*แก6ผู*อุทธรณO ให*ผู*บริหารท*องถิ่นหรือผู*ซึ่งผู*บริหารท*องถิ่นมอบหมายแจ*งให*ผู*อุทธรณOทราบโดยเร็ว เพื่อมาขอรับเงินคืนภายในหนึ่งป1นับแต6วันที่ได*รับแจ*ง หมวด ๗ บทกําหนดโทษ มาตรา ๓๔๒๙ ผู*ใดโดยรู*อยู6แล*วหรือโดยจงใจแจ*งข*อความอันเป0นเท็จ ให*ถ*อยคําเท็จ ตอบคําถามด*วยถ*อยคําอันเป0นเท็จ หรือนําพยานหลักฐานเท็จมาแสดงเพื่อหลีกเลี่ยงหรือพยายาม ๒๔ มาตรา ๓๐ แก*ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีปาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ ๒๕ มาตรา ๓๑ แก*ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีปาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ ๒๖ มาตรา ๓๒ แก*ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีปาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ ๒๗ มาตรา ๓๓ แก*ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีปาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ ๒๘ มาตรา ๓๓ ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติภาษีปาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ ๒๙ มาตรา ๓๔ แก*ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีปาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๑๐- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หลีกเลี่ยงการเสียภาษีปาย ต*องระวางโทษจําคุกไม6เกินหนึ่งป1 หรือปรับตั้งแต6ห*าพันบาทถึงห*าหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ มาตรา ๓๕๓๐ ผู*ใดจงใจไม6ยื่นแบบแสดงรายการภาษีปาย ต*องระวางโทษปรับตั้งแต6 ห*าพันบาทถึงห*าหมื่นบาท มาตรา ๓๕ ทวิ๓๑ ผู*ใดไม6ปฏิบัติตามมาตรา ๗ วรรคสาม ต*องระวางโทษปรับวันละ หนึ่งร*อยบาทเรียงรายวันตลอดระยะเวลาที่กระทําความผิด มาตรา ๓๖๓๒ ผู*ใดไม6แจ*งการรับโอนปายตามมาตรา ๑๖ หรือไม6แสดงการเสียภาษีปาย ตามมาตรา ๑๙ ตรี ต*องระวางโทษปรับตั้งแต6หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท มาตรา ๓๗๓๓ ผู*ใดขัดขวางการปฏิบัติการของพนักงานเจ*าหน*าที่ตามมาตรา ๒๗ (๑) หรือไม6ปฏิบัติตามคําสั่งของพนักงานเจ*าหน*าที่ซึ่งสั่งตามมาตรา ๒๗ (๒) ต*องระวางโทษจําคุกไม6เกิน หกเดือน หรือปรับตั้งแต6หนึ่งพันบาทถึงสองหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ มาตรา ๓๘๓๔ ในกรณีมีผู*กระทําความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ถ*าผู*บริหารท*องถิ่น หรือผู*ซึ่งผู*บริหารท*องถิ่นมอบหมายเห็นว6าเป0นความผิดที่มีโทษปรับสถานเดียวหรือมีโทษจําคุกหรือ ปรับและโทษจําคุกไม6เกินหกเดือน ให*ผู*บริหารท*องถิ่นมีอํานาจเปรียบเทียบสถานเดียวได*ในกรณี ดังต6อไปนี้ (๑) ในเขตกรุงเทพมหานคร ให*ผู*ว6าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู*ซึ่งผู*ว6าราชการ กรุงเทพมหานครมอบหมาย เป0นผู*มีอํานาจเปรียบเทียบ (๒) ในเขตราชการส6วนท*องถิ่นอื่นยกเว*นเขตกรุงเทพมหานคร ให*ผู*บริหารท*องถิ่น หรือผู*ซึ่งผู*บริหารท*องถิ่นมอบหมายของแต6ละเขต เป0นผู*มีอํานาจเปรียบเทียบ เมื่อผู*ต*องหาได*ชําระเงินค6าปรับตามที่เปรียบเทียบภายในสามสิบวันนับแต6วันที่มีการ เปรียบเทียบ ให*ถือว6าคดีเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ถ*าผู*ต*องหาไม6ยินยอมตามที่เปรียบเทียบ หรือเมื่อยินยอมแล*วไม6ชําระเงินค6าปรับ ภายในกําหนดเวลาดังกล6าว ให*ดําเนินคดีต6อไป มาตรา ๓๙๓๕ เงินค6าปรับตามพระราชบัญญัตินี้ให*เป0นรายได*ของราชการส6วน ท*องถิ่นนั้น ๓๐ มาตรา ๓๕ แก*ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีปาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๑ มาตรา ๓๕ ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติภาษีปาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๒ มาตรา ๓๖ แก*ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีปาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๓ มาตรา ๓๗ แก*ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีปาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๔ มาตรา ๓๘ แก*ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีปาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๕ มาตรา ๓๙ แก*ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีปาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๑๑- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๓๙ ทวิ๓๖ ในกรณีที่ผู*กระทําความผิดเป0นนิติบุคคล ถ*าการกระทําความผิด ของนิติบุคคลนั้นเกิดจากการสั่งการหรือการกระทําของกรรมการ หรือผู*จัดการ หรือบุคคลใด ซึ่งรับผิดชอบในการดําเนินงานของนิติบุคคลนั้น หรือในกรณีที่บุคคลดังกล6าวมีหน*าที่ต*องสั่งการหรือ กระทําการและละเว*นไม6สั่งการหรือไม6กระทําการจนเป0นเหตุให*นิติบุคคลนั้นกระทําความผิด ผู*นั้นต*อง รับโทษตามที่บัญญัติไว*สําหรับความผิดนั้น ๆ ด*วย บทเฉพาะกาล มาตรา ๔๐ บทบัญญัติแห6งประมวลรัษฎากรที่ยกเลิกตามมาตรา ๓ ให*คงใช*บังคับ ได*ในการเก็บภาษีปายจํานวนป1ต6าง ๆ ก6อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช*บังคับ ผู*รับสนองพระบรมราชโองการ จอมพล ถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี ๓๖ มาตรา ๓๙ ทวิ แก*ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก*ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห6งกฎหมาย ที่เกี่ยวกับความรับผิดในทางอาญาของผู*แทนนิติบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๐ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๑๒- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บัญชีอัตราภาษีปาย๓๗ (๑) ปายที่มีอักษรไทยล*วน ให*คิดอัตรา ๑๐ บาท ต6อห*าร*อย ตารางเซนติเมตร (๒) ปายที่มีอักษรไทยปนกับอักษร ต6างประเทศและหรือปนกับภาพ และหรือเครื่องหมายอื่น ให*คิดอัตรา ๑๐๐ บาท ต6อห*าร*อย ตารางเซนติเมตร (๓) ปายดังต6อไปนี้ ให*คิดอัตรา ๒๐๐ บาท ต6อห*าร*อย ตารางเซนติเมตร (ก) ปายที่ไม6มีอักษรไทย ไม6ว6าจะมีภาพหรือ เครื่องหมายใด ๆ หรือไม6 (ข) ปายที่มีอักษรไทยบางส6วน หรือทั้งหมดอยู6ใต*หรือ ต่ํากว6าอักษรต6างประเทศ (๔) ปายตาม (๑) (๒) หรือ (๓) ซึ่งมีข*อความ เครื่องหมาย หรือภาพที่เคลื่อนที่ หรือเปลี่ยนเป0น ข*อความ เครื่องหมาย หรือภาพอื่นได* โดยเครื่องจักรกลหรือโดยวิธีใด ๆ ให*คิดอัตราภาษีตาม จํานวนข*อความ เครื่องหมาย หรือภาพ หรือตามระยะเวลาที่ข*อความ เครื่องหมาย หรือภาพ ปรากฏอยู6ในปาย ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑO และวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวง ถ*ายังไม6ได*ออก กฎกระทรวงให*คิดอัตราภาษีตามบัญชีอัตราภาษีปายนี้ (๕) ปายที่เปลี่ยนแปลงแก*ไขตามมาตรา ๑๔ (๓) ให*คิดอัตราตาม (๑) (๒) หรือ (๓) แล*วแต6กรณี และ ให*เสียเฉพาะจํานวนเงินภาษีที่เพิ่มขึ้น (๖) พื้นที่ของปายไม6ว6าจะมีรูปร6างหรือลักษณะอย6างไร ให*คํานวณ ดังนี้ (ก) ถ*าเป0นปายที่มีขอบเขตกําหนดได*ให*เอาส6วนกว*างที่สุดคูณด*วยส6วนยาวที่สุดของขอบเขตปาย เป0นตารางเซนติเมตร (ข) ถ*าเป0นปายที่ไม6มีขอบเขตกําหนดได* ให*ถือว6าตัวอักษร ภาพ หรือเครื่องหมายที่อยู6ริมสุดเป0น ขอบเขตสําหรับกําหนดส6วนกว*างที่สุดและยาวที่สุด แล*วคํานวณตาม (ก) (๗) ปายตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) เมื่อคํานวณพื้นที่ของปายแล*ว (ก) ถ*ามีเศษเกินกึ่งหนึ่งของห*าร*อยตารางเซนติเมตร ให*นับเป0นห*าร*อยตารางเซนติเมตร ถ*าไม6เกิน กึ่งหนึ่ง ให*ป2ดทิ้ง (ข) ถ*ามีอัตราที่ต*องเสียภาษีต่ํากว6าปายละ ๒๐๐ บาท ให*เสียภาษีปายละ ๒๐๐ บาท ๓๗ บัญชีอัตราภาษีปาย แก*ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีปาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๑๓- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช*พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากภาษีปายเป0นภาษีของ ราชการบริหารส6วนท*องถิ่น ควรแยกออกจากประมวลรัษฎากร และมอบให*ราชการบริหารส6วน ท*องถิ่น โดยกําหนดให*องคOการบริหารส6วนจังหวัด เทศบาลและสุขาภิบาล เป0นผู*จัดเก็บ จึงตรา กฎหมายว6าด*วยภาษีปายขึ้นโดยเฉพาะ พระราชบัญญัติภาษีปาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔๓๘ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให*ใช*บังคับตั้งแต6วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป0นต*นไป มาตรา ๒๐ บทบัญญัติแห6งพระราชบัญญัติภาษีปาย พ.ศ. ๒๕๑๐ ที่ถูกยกเลิกหรือ แก*ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให*ยังคงใช*บังคับต6อไปเฉพาะในการปฏิบัติจัดเก็บภาษีที่ค*างอยู6 หรือที่พึงชําระก6อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช*บังคับ มาตรา ๒๑ ความในมาตรา ๗ วรรคสาม ซึ่งแก*ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให*ใช*บังคับเมื่อพ*นหนึ่งร*อยแปดสิบวันนับแต6วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๒๒ ให*รัฐมนตรีว6าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการแทนพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช*พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติภาษีปาย พ.ศ. ๒๕๑๐ ได*ใช*บังคับมาเป0นเวลานานแล*ว สมควรปรับปรุงบทบัญญัติว6าด*วยการยกเว*นภาษี การกําหนด อัตราภาษี การยื่นแบบแสดงรายการภาษี การประเมินภาษี การชําระภาษี การบังคับชําระภาษีค*าง การคืนเงินค6าภาษีอัตราเงินเพิ่ม และการอุทธรณO ตลอดจนปรับปรุงบทกําหนดโทษให*สอดคล*องกับ สภาพการณOและสภาวะเศรษฐกิจป2จจุบันหรือให*เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจําเป0นต*องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติแก*ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห6งกฎหมายที่เกี่ยวกับความรับผิดในทางอาญาของ ผู*แทนนิติบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๐๓๙ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให*ใช*บังคับตั้งแต6วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป0นต*นไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช*พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ศาลรัฐธรรมนูญได*มีคําวินิจฉัยว6า พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๕๔ เฉพาะในส6วนที่สันนิษฐานให* กรรมการผู*จัดการ ผู*จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดําเนินงานของนิติบุคคลนั้น ต*องรับโทษ ทางอาญาร6วมกับการกระทําความผิดของนิติบุคคล โดยไม6ปรากฏว6ามีการกระทําหรือเจตนาประการใด อันเกี่ยวกับการกระทําความผิดของนิติบุคคลนั้น ขัดหรือแย*งต6อรัฐธรรมนูญแห6งราชอาณาจักรไทย ๓๘ ราชกิจจานุเบกษา เล6ม ๑๐๘/ตอนที่ ๒๔๐/ฉบับพิเศษ หน*า ๒๖/๒๙ ธันวาคม ๒๕๓๔ ๓๙ ราชกิจจานุเบกษา เล6ม ๑๓๔/ตอนที่ ๑๘ ก/หน*า ๑/๑๑ กุมภาพันธO ๒๕๖๐ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๑๔- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๓๙ วรรคสอง เป0นอันใช*บังคับไม6ได*ตามรัฐธรรมนูญแห6งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๖ และต6อมาศาลรัฐธรรมนูญได*มีคําวินิจฉัยในลักษณะดังกล6าวทํานอง เดียวกัน คือ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๗๔ พระราชบัญญัติการประกอบกิจการ โทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ มาตรา ๗๘ พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. ๒๕๐๙ มาตรา ๒๘/๔ และ พระราชบัญญัติปุXย พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๗๒/๕ ขัดหรือแย*งต6อรัฐธรรมนูญแห6งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๓๙ วรรคสอง เป0นอันใช*บังคับไม6ได*ตามรัฐธรรมนูญแห6งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๖ ดังนั้น เพื่อแก*ไขบทบัญญัติของกฎหมายดังกล6าวและกฎหมายอื่นที่มี บทบัญญัติในลักษณะเดียวกันมิให*ขัดหรือแย*งต6อรัฐธรรมนูญ จึงจําเป0นต*องตราพระราชบัญญัตินี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๑๕- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ชวัลพร/ปรับปรุง ๑๕ กุมภาพันธO ๒๕๖๐ นุสรา/ตรวจ ๑๖ กุมภาพันธO ๒๕๖๐ - เอกสารแนบที่ 3: ขั้นตอนการเสียภาษีเทศบาลเมืองอุทัยธานีPDF186.3 KB เปิดในแท็บใหม่
ข้อความในเอกสาร (สกัดโดยระบบ)
ข้อความต่อไปนี้ระบบดึงจากไฟล์โดยอัตโนมัติ เพื่อช่วยในการเข้าถึงและค้นหา — โปรดอ้างอิงเอกสารฉบับทางการจากไฟล์แนบด้านบน
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พระราชบัญญัติ ภาษีบํารุงท้องที่ พ.ศ. ๒๕๐๘ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๘ เป็นปีที่ ๒๐ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแยกกฎหมายเกี่ยวกับภาษีบํารุงท้องที่ออกจากประมวล รัษฎากร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคําแนะนําและ ยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา ดังต่อไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติภาษีบํารุงท้องที่ พ.ศ. ๒๕๐๘” มาตรา ๒๑ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๓ ให้ยกเลิกลักษณะ ๓ ภาษีบํารุงท้องที่แห่งประมวลรัษฎากร บรรดากฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่น ในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน มาตรา ๔๒ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอํานาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการ ตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้ ๑ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๒/ตอนที่ ๙๔/ฉบับพิเศษ หน้า ๖/๑ พฤศจิกายน ๒๕๐๘ ๒ มาตรา ๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติภาษีบํารุงท้องที่ พ.ศ. ๒๕๐๘ พ.ศ. ๒๕๒๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๒ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๕ เมื่อได้มีพระราชกฤษฎีกาให้เทศบาลใดอยู่ในความควบคุมดูแลของ กระทรวงมหาดไทยตามกฎหมายว่าด้วยเทศบาล บรรดาอํานาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดตาม พระราชบัญญัตินี้ ให้เป็นอํานาจหน้าที่ของรัฐมนตรีหรือผู้ซึ่งรัฐมนตรีมอบหมาย หมวด ๑ ข้อความทั่วไป มาตรา ๖ ในพระราชบัญญัตินี้ “ที่ดิน” หมายความว่า พื้นที่ดิน และให้หมายความรวมถึงพื้นที่ที่เป็นภูเขาหรือที่มี น้ําด้วย “เจ้าของที่ดิน” หมายความว่า บุคคลหรือคณะบุคคลไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล ซึ่งมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน หรือครอบครองอยู่ในที่ดินที่ไม่เป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชน “ปี” หมายความว่า ปีปฏิทิน “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๗ ให้ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินในวันที่ ๑ มกราคม ของปีใด มีหน้าที่เสียภาษี บํารุงท้องที่สําหรับปีนั้นจากราคาปานกลางของที่ดิน ตามบัญชีอัตราภาษีบํารุงท้องที่ท้าย พระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๘ เจ้าของที่ดินไม่ต้องเสียภาษีบํารุงท้องที่สําหรับที่ดินดังต่อไปนี้ (๑) ที่ดินที่เป็นที่ตั้งพระราชวังอันเป็นส่วนสาธารณสมบัติของแผ่นดิน (๒) ที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือที่ดินของรัฐที่ใช้ในกิจการของรัฐหรือ สาธารณะ โดยมิได้หาผลประโยชน์ (๓) ที่ดินของราชการส่วนท้องถิ่นที่ใช้ในกิจการของราชการส่วนท้องถิ่นหรือ สาธารณะ โดยมิได้หาผลประโยชน์ (๔) ที่ดินที่ใช้เฉพาะการพยาบาลสาธารณะ การศึกษา หรือการกุศลสาธารณะ (๕) ที่ดินที่ใช้เฉพาะศาสนกิจศาสนาใดศาสนาหนึ่ง ที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของวัดไม่ว่า จะใช้ประกอบศาสนกิจศาสนาใดศาสนาหนึ่งหรือไม่ หรือที่ศาลเจ้า โดยมิได้หาผลประโยชน์ (๖)๓ ที่ดินที่ใช้เป็นสุสานและฌาปนสถานสาธารณะโดยมิได้รับประโยชน์ตอบแทน (๗)๔ ที่ดินที่ใช้ในการรถไฟ การประปา การไฟฟ้าหรือการท่าเรือของรัฐหรือที่ใช้เป็น สนามบินของรัฐ (๘) ที่ดินที่ใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนที่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินอยู่แล้ว ๓ มาตรา ๘ (๖) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติภาษีบํารุงท้องที่ พ.ศ. ๒๕๐๘ พ.ศ. ๒๕๒๔ ๔ มาตรา ๘ (๗) แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๕๖ ลงวันที่ ๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๑๕ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๓ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๙) ที่ดินของเอกชนเฉพาะส่วนที่เจ้าของที่ดินยินยอมให้ทางราชการจัดใช้เพื่อ สาธารณประโยชน์ โดยเจ้าของที่ดินมิได้ใช้หรือหาผลประโยชน์ในที่ดินเฉพาะส่วนนั้น (๑๐) ที่ดินที่เป็นที่ตั้งที่ทําการขององค์การสหประชาชาติ ทบวงการชํานัญพิเศษของ สหประชาชาติ หรือองค์การระหว่างประเทศอื่น ในเมื่อประเทศไทยมีข้อผูกพันให้ยกเว้นตาม อนุสัญญาหรือความตกลง (๑๑) ที่ดินที่เป็นที่ตั้งที่ทําการของสถานทูต หรือสถานกงสุล ทั้งนี้ ให้เป็นไปตาม หลักถ้อยทีถ้อยปฏิบัติต่อกัน (๑๒) ที่ดินตามที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๘ ทวิ๕ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ รัฐมนตรีมีอํานาจออกกฎกระทรวงดังต่อไปนี้ (๑) กําหนดผู้มีอํานาจแต่งตั้งเจ้าพนักงานประเมินและเจ้าพนักงานสํารวจ (๒) กําหนดหลักเกณฑ์การแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาการตีราคาปานกลาง ตามมาตรา ๑๔ (๓) กําหนดสถานที่เพื่อปฏิบัติการตามมาตรา ๑๘ มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ และ มาตรา ๓๔ (๔)๖ กําหนดเขตท้องที่ตามมาตรา ๒๒ (๔) (๕) กําหนดวิธีการและสถานที่แจ้งการประเมินตามมาตรา ๓๓ (๖) กําหนดผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายอําเภอหรือนายกเทศมนตรี มาตรา ๘ ตรี๗ ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีอํานาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ว่า ราชการจังหวัดตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ทั่วเขตกรุงเทพมหานคร มาตรา ๙ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ (๑) ในเขตเทศบาล ให้นายกเทศมนตรีมีอํานาจแต่งตั้งเจ้าพนักงานประเมินและเจ้า พนักงานสํารวจ (๒) นอกเขตเทศบาล ให้นายอําเภอท้องที่มีอํานาจแต่งตั้งเจ้าพนักงานประเมินและ เจ้าพนักงานสํารวจ มาตรา ๑๐๘ ภาษีบํารุงท้องที่ที่เก็บจากที่ดินในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใด นอกจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด ให้เป็นรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ภาษีบํารุงท้องที่ที่เก็บจากที่ดินในเขตจังหวัดซึ่งอยู่นอกเขตองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นรายได้ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนั้น ๕ มาตรา ๘ ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติภาษีบํารุงท้องที่ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๖ ๖ มาตรา ๘ ทวิ (๔) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติภาษีบํารุง ท้องที่ พ.ศ. ๒๕๐๘ พ.ศ. ๒๕๒๔ ๗ มาตรา ๘ ตรี เพิ่มโดยพระราชบัญญัติภาษีบํารุงท้องที่ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๖ ๘ มาตรา ๑๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีบํารุงท้องที่ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๔ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๐ ทวิ๙ (ยกเลิก) มาตรา ๑๑ ส่วนลดและค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บภาษีบํารุงท้องที่ ให้เป็นไปตามที่ กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๑๒ การส่งคําสั่งเป็นหนังสือ หนังสือแจ้งการประเมิน หรือหนังสืออื่นให้แก่ บุคคลใด ให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้ (๑) ให้ส่งในเวลากลางวันระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือในเวลาทํา การ (๒) ให้ส่ง ณ ภูมิลําเนาหรือสถานที่ทําการของผู้รับ หรือให้ส่งโดยทางไปรษณีย์ ลงทะเบียน ถ้าไม่พบผู้รับ ณ ภูมิลําเนาหรือสถานที่ทําการของผู้รับให้ส่งแก่ผู้ซึ่งบรรลุนิติภาวะ แล้วซึ่งอยู่ ณ ภูมิลําเนา หรืออยู่ในบ้านหรือสถานที่ทําการของผู้นั้น ถ้าไม่สามารถจะส่งตามวิธีดังกล่าวได้ ให้ปิดหนังสือนั้นไว้ในที่แลเห็นได้ง่าย ณ ภูมิลําเนาหรือสถานที่ทําการของผู้นั้น หรือลงประกาศแจ้งความในหนังสือพิมพ์รายวันอย่างน้อยสอง ฉบับ หรือโฆษณาด้วยวิธีอื่น เมื่อได้ปฏิบัติการตามวิธีดังกล่าว และเวลาได้ล่วงพ้นไปไม่น้อยกว่าเจ็ดวันนับแต่วันที่ ปฏิบัติการ ให้ถือว่าบุคคลนั้นได้รับหนังสือนั้นแล้ว หมวด ๒ การตีราคาปานกลางของที่ดิน มาตรา ๑๓ การตีราคาปานกลางของที่ดินนั้น ให้นําเอาราคาที่ดินในหน่วยที่จะทํา การตีราคา ซึ่งซื้อขายกันโดยสุจริตครั้งสุดท้ายไม่น้อยกว่าสามรายในระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปีก่อนวันตี ราคา มาคํานวณถัวเฉลี่ยเป็นราคาปานกลาง โดยมิให้คํานวณราคาโรงเรือนสิ่งปลูกสร้าง หรือสิ่ง เพาะปลูกเข้าด้วย ในกรณีที่ไม่มีการซื้อขายที่ดินตามวรรคหนึ่งในหน่วยใด ให้นําเอาราคาปานกลางที่ คํานวณตามวิธีการในวรรคหนึ่งของที่ดินในหน่วยใกล้เคียงที่มีสภาพและทําเลที่ดินคล้ายคลึงกันมา เป็นราคาปานกลางของที่ดินในหน่วยนั้นได้ ถ้าไม่อาจตีราคาปานกลางตามสองวรรคก่อนได้ ให้กําหนดราคาปานกลางของที่ดิน โดยถือเกณฑ์อย่างอื่นอันอาจแสดงราคาตลาดของที่ดินโดยเฉลี่ยได้ การตีราคาปานกลางของที่ดินให้ตีราคาเป็นหน่วยตําบล แต่ถ้าราคาของที่ดินใน ตําบลใดแตกต่างกันมาก ให้พิจารณาตีราคาโดยกําหนดเขตในตําบลนั้นแยกออกเป็นหน่วย ๆ เพื่อให้ การตีราคาปานกลางเป็นไปโดยเที่ยงธรรม ๙ มาตรา ๑๐ ทวิ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติภาษีบํารุงท้องที่ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๕ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๔๑๐ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งให้มีหน้าที่ พิจารณาการตีราคาปานกลางตามมาตรา ๑๓ คณะกรรมการนั้นให้ประกอบด้วยบุคคลในท้องที่ ดังต่อไปนี้ (๑) ในเขตองค์การบริหารส่วนจังหวัดประกอบด้วย ปลัดจังหวัด เจ้าพนักงานที่ดิน จังหวัด นายอําเภอท้องที่ ผู้ซึ่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมอบหมายหนึ่งคน และผู้ทรงคุณวุฒิ สองคนซึ่งได้รับเลือกจากสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (๒) ในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นประกอบด้วย ปลัดจังหวัด เจ้าพนักงาน ที่ดินจังหวัด นายอําเภอท้องที่ ผู้ซึ่งผู้บริหารท้องถิ่นหรือคณะผู้บริหารท้องถิ่นมอบหมายหนึ่งคน และ ผู้ทรงคุณวุฒิสองคนซึ่งได้รับเลือกจากสภาท้องถิ่น มาตรา ๑๕ การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่ต่ํากว่ากึ่งจํานวน ของกรรมการทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุม และให้คณะกรรมการเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานที่ ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่ง ให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธาน ที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด มาตรา ๑๖ ให้คณะกรรมการพิจารณาตีราคาปานกลางของที่ดินทุกรอบระยะเวลา สี่ปี มาตรา ๑๗ ภายหลังการตีราคาปานกลางของที่ดินตามมาตรา ๑๖ แล้ว ถ้ามีเหตุ แสดงว่าราคาที่ดินในหน่วยใดได้เปลี่ยนแปลงไปมาก และผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาเห็นสมควร หรือเจ้าของที่ดินร้องขอ ผู้ว่าราชการจังหวัดจะสั่งให้คณะกรรมการทําการพิจารณาตีราคาปานกลาง ของที่ดินในหน่วยนั้นเสียใหม่ก็ได้ มาตรา ๑๘ ภายในเดือนตุลาคมของปีที่จะครบรอบระยะเวลาสี่ปี ตามมาตรา ๑๖ ให้คณะกรรมการยื่นรายงานการตีราคาปานกลางของที่ดินต่อผู้ว่าราชการจังหวัดแสดงราคาปานกลาง ของที่ดินทุก ๆ หน่วย และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศราคาปานกลางของที่ดินนั้นไว้ ณ ศาลา กลางจังหวัด ที่ว่าการอําเภอ สํานักงานเทศบาล สํานักงานสุขาภิบาล และที่ตําบลแห่งท้องที่นั้น ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายงานจากคณะกรรมการ มาตรา ๑๙ ถ้ามีการตีราคาปานกลางของที่ดินใหม่ตามมาตรา ๑๗ ให้ คณะกรรมการยื่นรายงานการตีราคาใหม่ต่อผู้ว่าราชการจังหวัด และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศ ราคาปานกลางของที่ดินใหม่ ภายในระยะเวลาและสถานที่ตามที่กําหนดไว้ในมาตรา ๑๘ ๑๐ มาตรา ๑๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีบํารุงท้องที่ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๖ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๐ ถ้าเจ้าของที่ดินไม่เห็นพ้องด้วยกับราคาปานกลางของที่ดิน เจ้าของ ที่ดินมีสิทธิอุทธรณ์การตีราคาปานกลางของที่ดินต่อผู้ว่าราชการจังหวัดได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ ประกาศราคาปานกลางของที่ดิน และให้นําความในหมวด ๘ อันว่าด้วยการอุทธรณ์มาใช้บังคับโดย อนุโลม มาตรา ๒๑ การตีราคาปานกลางของที่ดินทุกรอบระยะเวลาสี่ปีตามมาตรา ๑๖ ให้ ใช้เป็นราคาปานกลางได้ทุกปีสําหรับรอบระยะเวลาสี่ปีนั้น ในกรณีที่มีการตีราคาปานกลางของที่ดินใหม่ตามมาตรา ๑๗ ราคาปานกลางของ ที่ดินใหม่นั้น ให้ใช้ได้สําหรับปีที่ถัดจากปีที่มีประกาศการตีราคาปานกลางของที่ดินใหม่ จนถึงปีสุดท้าย ของรอบระยะเวลาสี่ปีตามวรรคหนึ่ง ในกรณีที่มีการอุทธรณ์ตามมาตรา ๒๐ ราคาปานกลางของที่ดินตามคําวินิจฉัย อุทธรณ์ให้ใช้สําหรับปีที่เป็นประเด็นแห่งการอุทธรณ์เป็นต้นไป จนถึงปีสุดท้ายของรอบระยะเวลาสี่ปี ตามวรรคหนึ่ง และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศราคาปานกลางของที่ดินใหม่ ภายในระยะเวลาและ สถานที่ตามที่กําหนดไว้ในมาตรา ๑๘ หมวด ๓ การลดหย่อนและการยกเว้นหรือลดภาษีบํารุงท้องที่ มาตรา ๒๒๑๑ บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินแปลงเดียวหรือหลายแปลงที่อยู่ใน จังหวัดเดียวกัน และใช้ที่ดินนั้นเป็นที่อยู่อาศัยของตน เป็นที่เลี้ยงสัตว์ของตน หรือประกอบกสิกรรม ของตน ให้ลดหย่อนไม่ต้องเสียภาษีบํารุงท้องที่ตามเกณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ (๑)๑๒ ถ้าเป็นที่ดินนอกเขตเทศบาล ให้ลดหย่อนได้ไม่เกินห้าไร่ แต่จะน้อยกว่าสามไร่ ไม่ได้ ทั้งนี้ ตามที่กําหนดในข้อบัญญัติจังหวัด หรือข้อบังคับตําบล แล้วแต่กรณี (๒) ถ้าเป็นที่ดินในเขตเทศบาลตําบลหรือในเขตสุขาภิบาล ให้ลดหย่อนได้ไม่เกินหนึ่ง ไร่ แต่จะน้อยกว่าสองร้อยตารางวาไม่ได้ ทั้งนี้ ตามที่กําหนดในเทศบัญญัติหรือข้อบังคับ (๓) ถ้าเป็นที่ดินในเขตเมืองพัทยาและเขตเทศบาลอื่นนอกจากเขตเทศบาลตําบล ให้ ลดหย่อนได้ไม่เกินหนึ่งร้อยตารางวา แต่จะน้อยกว่าห้าสิบตารางวาไม่ได้ ทั้งนี้ ตามที่กําหนดใน ข้อบัญญัติหรือเทศบัญญัติ (๔) ถ้าเป็นที่ดินในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ลดหย่อนได้ดังต่อไปนี้ (ก) ในท้องที่ที่มีชุมชนหนาแน่นมาก ให้ลดหย่อนได้ไม่เกินหนึ่งร้อยตารางวา แต่ จะน้อยกว่าห้าสิบตารางวาไม่ได้ (ข) ในท้องที่ที่มีชุมชนหนาแน่นปานกลาง ให้ลดหย่อนได้ไม่เกินหนึ่งไร่ แต่จะ น้อยกว่าหนึ่งร้อยตารางวาไม่ได้ (ค) ในท้องที่ชนบท ให้ลดหย่อนได้ไม่เกินห้าไร่ แต่จะน้อยกว่าสามไร่ไม่ได้ ๑๑ มาตรา ๒๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติภาษีบํารุงท้องที่ พ.ศ. ๒๕๐๘ พ.ศ. ๒๕๒๔ ๑๒ มาตรา ๒๒ (๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีบํารุงท้องที่ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๗ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทั้งนี้ ตามที่กําหนดในข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ท้องที่ใดจะเป็นท้องที่ตาม (ก) (ข) หรือ (ค) ให้เป็นไปตามที่กําหนดในกฎกระทรวง ที่ดินที่มีสิ่งปลูกสร้างและใช้สิ่งปลูกสร้างนั้นเป็นสถานการค้าหรือให้เช่า ไม่ได้รับการ ลดหย่อนสําหรับส่วนของที่ดินที่มีสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นสถานการค้าหรือให้เช่านั้น ในกรณีที่บุคคลธรรมดาหลายคนเป็นเจ้าของที่ดินร่วมกัน ให้ได้รับการลดหย่อน รวมกันตามเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในวรรคหนึ่ง การลดหย่อนตามเกณฑ์ในมาตรานี้ ให้ได้รับการลดหย่อนสําหรับที่ดินที่อยู่ในจังหวัด ใดจังหวัดหนึ่งแต่จังหวัดเดียว มาตรา ๒๓ ที่ดินที่ใช้ในการเพาะปลูก ถ้าในปีล่วงมาแล้วการเพาะปลูกในบริเวณ นั้นเสียหายมากผิดปกติ หรือทําการเพาะปลูกไม่ได้ด้วยเหตุอันพ้นวิสัยที่จะป้องกันได้โดยทั่วไป ให้ผู้ว่า ราชการจังหวัดมีอํานาจพิจารณายกเว้นหรือลดภาษีบํารุงท้องที่ให้ได้ตามระเบียบที่ กระทรวงมหาดไทยกําหนด มาตรา ๒๓ ทวิ๑๓ ที่ดินที่ใช้เป็นสุสานและฌาปนสถานสาธารณะโดยรับประโยชน์ ตอบแทน อาจได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีบํารุงท้องที่ได้เฉพาะที่กําหนดไว้ในกฎกระทรวง หมวด ๔ การยื่นแบบแสดงรายการที่ดินและการสํารวจ มาตรา ๒๔ ให้เจ้าของที่ดินซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีบํารุงท้องที่ยื่นแบบแสดงรายการ ที่ดินเป็นรายแปลงตามแบบที่กระทรวงมหาดไทยกําหนด ในกรณีที่ที่ดินอยู่นอกเขตเทศบาล เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาเห็นสมควรจะ กําหนดให้เจ้าพนักงานสํารวจทําการสํารวจแล้วยื่นแบบแสดงรายการที่ดินแทนเจ้าของที่ดินเป็นราย แปลงที่ทําการสํารวจก็ได้ มาตรา ๒๕ ถ้าบุคคลธรรมดาซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินตาย เป็นผู้ไม่อยู่ตามประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยเรื่องสาบสูญ หรือเป็นคนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ ความสามารถ ให้ผู้จัดการมรดกหรือทายาท ผู้รับมอบอํานาจ ผู้ครอบครองทรัพย์สิน ผู้อนุบาล ผู้ พิทักษ์ หรือผู้จัดการทรัพย์สิน แล้วแต่กรณี มีหน้าที่ปฏิบัติการตามมาตรา ๒๔ มาตรา ๒๖ ถ้าเจ้าของที่ดินเป็นนิติบุคคล ให้ผู้จัดการหรือผู้แทนอื่นของนิติบุคคล นั้นมีหน้าที่ปฏิบัติการตามมาตรา ๒๔ ๑๓ มาตรา ๒๓ ทวิ เพิ่มโดยพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติภาษีบํารุงท้องที่ พ.ศ. ๒๕๐๘ พ.ศ. ๒๕๒๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๘ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๗ ถ้าบุคคลหลายคนเป็นเจ้าของที่ดินร่วมกัน ให้บุคคลเหล่านั้นมีหน้าที่ รับผิดชอบร่วมกันในการปฏิบัติการตามมาตรา ๒๔ มาตรา ๒๘ เพื่อประโยชน์ในการสํารวจและยื่นแบบแสดงรายการที่ดินตามมาตรา ๒๔ วรรคสอง ให้เจ้าพนักงานสํารวจกําหนดวันเวลาที่จะทําการสํารวจและปิดประกาศไว้ ณ ที่ทําการ ผู้ใหญ่บ้านแห่งท้องที่นั้น และให้เจ้าของที่ดินหรือผู้แทนมีหน้าที่ชี้เขตและแจ้งจํานวนเนื้อที่ดินตาม กําหนดวันเวลานั้น และให้ความสะดวกแก่เจ้าพนักงานสํารวจเพื่อการนั้นตามสมควร ถ้าเจ้าของที่ดินหรือผู้แทนไม่มาชี้เขตหรือไม่ยอมแจ้งจํานวนเนื้อที่ดิน หรือชี้เขตหรือ แจ้งจํานวนเนื้อที่ดินขาดจากจํานวนที่เป็นจริง หรือไม่ให้ความสะดวกแก่เจ้าพนักงานสํารวจ เจ้า พนักงานสํารวจมีอํานาจเข้าไปในที่ดินหรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ ตกหรือในเวลาทําการ เพื่อทําการสํารวจตามที่เห็นว่าถูกต้องได้ มาตรา ๒๙๑๔ แบบแสดงรายการที่ดินสําหรับที่ดินในเขตองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นใดให้ยื่นต่อเจ้าพนักงานประเมิน ณ สํานักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ที่ดินของผู้เสีย ภาษีบํารุงท้องที่ตั้งอยู่ หรือสถานที่อื่นที่ผู้บริหารท้องถิ่นกําหนดโดยประกาศล่วงหน้าไว้ ณ สํานักงาน ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นไม่น้อยกว่าสามสิบวัน มาตรา ๓๐ แบบแสดงรายการที่ดินตามมาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๙ ให้ยื่นภายใน เดือนมกราคมของปีแรกที่มีการตีราคาปานกลางของที่ดินตามมาตรา ๑๖ แบบแสดงรายการที่ดินที่ยื่นตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้ได้ทุกปีในรอบระยะเวลาสี่ปีนั้น มาตรา ๓๑ บุคคลใดเป็นเจ้าของที่ดินขึ้นใหม่ หรือจํานวนเนื้อที่ดินเดิมของเจ้าของ ที่ดินผู้ใดได้เปลี่ยนแปลงไป ให้เจ้าของที่ดินนั้นยื่นแบบแสดงรายการที่ดินต่อเจ้าพนักงานประเมินตาม มาตรา ๒๙ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เป็นเจ้าของที่ดินขึ้นใหม่ หรือนับแต่วันที่จํานวนเนื้อที่ดินได้มี การเปลี่ยนแปลง เว้นแต่ในกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดกําหนดให้เจ้าพนักงานสํารวจทําการสํารวจตาม มาตรา ๒๔ วรรคสอง ก็ให้เจ้าของที่ดินแจ้งต่อเจ้าพนักงานสํารวจภายในกําหนดเวลาเช่นเดียวกัน และให้เจ้าพนักงานสํารวจยื่นแบบแสดงรายการที่ดินต่อเจ้าพนักงานประเมินตามมาตรา ๒๙ ภายใน สามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเจ้าของที่ดิน มาตรา ๓๒ เจ้าของที่ดินผู้ใดได้เปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินอันเป็นเหตุให้การลดหย่อน ตามมาตรา ๒๒ เปลี่ยนแปลงไป หรือมีเหตุอย่างอื่นทําให้อัตราภาษีบํารุงท้องที่สําหรับที่ดิน เปลี่ยนแปลงไป ให้เจ้าของที่ดินผู้นั้นแจ้งการเปลี่ยนแปลงต่อเจ้าพนักงานประเมินตามมาตรา ๒๙ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง หรือนับแต่วันที่มีเหตุอย่างอื่นทําให้อัตราภาษีบํารุง ท้องที่เปลี่ยนแปลง เว้นแต่ในกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดกําหนดให้เจ้าพนักงานสํารวจทําการสํารวจ ตามมาตรา ๒๔ วรรคสอง ก็ให้เจ้าของที่ดินแจ้งต่อเจ้าพนักงานสํารวจภายในกําหนดเวลาเช่นเดียวกัน และให้เจ้าพนักงานสํารวจแจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานประเมินตามมาตรา ๒๙ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเจ้าของที่ดิน ๑๔ มาตรา ๒๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีบํารุงท้องที่ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๙ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมวด ๕ การชําระภาษีบํารุงท้องที่ มาตรา ๓๓ ในการประเมินภาษีบํารุงท้องที่สําหรับปีแรกของการตีราคาปานกลาง ของที่ดินตามมาตรา ๑๖ หรือของปีที่มีการตีราคาปานกลางของที่ดินใหม่ตามมาตรา ๑๗ ให้เจ้า พนักงานประเมินคํานวณภาษีบํารุงท้องที่และแจ้งการประเมินภายในเดือนมีนาคมแรกหลังจากการตี ราคาปานกลางของที่ดินตามวิธีการดังต่อไปนี้ (๑) ในกรณีที่ที่ดินอยู่ในเขตเทศบาลหรือนอกเขตเทศบาลที่ไม่มีกํานัน ให้เจ้า พนักงานประเมินแจ้งการประเมินเป็นหนังสือไปยังผู้ซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีบํารุงท้องที่ (๒) ในกรณีที่ที่ดินอยู่นอกเขตเทศบาลที่มีกํานัน ให้เจ้าพนักงานประเมินปิดประกาศ แจ้งการประเมินไว้ ณ ที่ว่าการอําเภอ ที่ทําการกํานัน และที่ทําการผู้ใหญ่บ้าน การประเมินภาษีบํารุงท้องที่ที่เจ้าพนักงานประเมินคํานวณไว้ตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้ เป็นการประเมินภาษีบํารุงท้องที่สําหรับในปีต่อไปจนครบรอบระยะเวลาสี่ปีตามมาตรา ๒๑ ในกรณีที่เจ้าพนักงานประเมินไม่อาจคํานวณภาษีบํารุงท้องที่และแจ้งการประเมิน ภายในเดือนมีนาคม ก็ให้แจ้งการประเมินภายหลังกําหนดเวลาดังกล่าวได้ มาตรา ๓๔๑๕ ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีบํารุงท้องที่นําเงินไปชําระต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สํานักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ที่ดินของผู้เสียภาษีบํารุงท้องที่ตั้งอยู่ หรือสถานที่อื่นที่ ผู้บริหารท้องถิ่นกําหนดโดยประกาศล่วงหน้าไว้ ณ สํานักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นไม่ น้อยกว่าสามสิบวัน มาตรา ๓๔ ทวิ๑๖ การชําระภาษีบํารุงท้องที่นั้น ให้ถือว่าเป็นการสมบูรณ์เมื่อได้รับ ใบเสร็จรับเงินที่พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ในการนี้ได้ลงลายมือชื่อรับเงินแล้ว เว้นแต่การชําระภาษี ตามวรรคสอง การชําระภาษีบํารุงท้องที่จะชําระโดยการส่งธนาณัติ ตั๋วแลกเงินของธนาคาร หรือ เช็คที่ธนาคารรับรองทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังสถานที่ตามมาตรา ๓๔ ก็ได้ โดยสั่งจ่ายให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ๆ หรือชําระโดยผ่านธนาคาร หรือโดยวิธีอื่นตามระเบียบที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกําหนด และให้ถือว่าวันส่งทางไปรษณีย์ วันชําระผ่านธนาคาร หรือวันชําระโดยวิธีอื่นตามที่กําหนดเป็นวันชําระภาษี มาตรา ๓๕ ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีบํารุงท้องที่ชําระภาษีบํารุงท้องที่ภายในเดือน เมษายนของทุกปี ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีบํารุงท้องที่ได้รับแจ้งการประเมินตามมาตรา ๓๑ หรือ มาตรา ๓๒ หรือภายหลังเดือนมีนาคมตามมาตรา ๓๓ วรรคสาม ให้ชําระภาษีบํารุงท้องที่ภายใน สามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน ๑๕ มาตรา ๓๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีบํารุงท้องที่ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ ๑๖ มาตรา ๓๔ ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติภาษีบํารุงท้องที่ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๑๐ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๓๖ ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอํานาจประกาศขยายหรือเลื่อนกําหนดเวลาชําระ ภาษีบํารุงท้องที่ตามมาตรา ๓๕ ออกไปอีกได้ตามความจําเป็นแก่กรณี มาตรา ๓๖ ทวิ๑๗ ถ้าเงินภาษีบํารุงท้องที่ที่ต้องชําระภายในกําหนดเวลาตามมาตรา ๓๕ หรือมาตรา ๓๖ แล้วแต่กรณี มีจํานวนตั้งแต่สามพันบาทขึ้นไป ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะขอผ่อนชําระ เป็นสามงวด ๆ ละเท่า ๆ กันก็ได้ โดยแจ้งเป็นหนังสือให้บุคคลตามมาตรา ๓๔ ทราบก่อนการชําระ ภาษีงวดที่หนึ่ง การผ่อนชําระภาษีตามวรรคหนึ่ง ต้องชําระงวดที่หนึ่งตามกําหนดเวลาตามมาตรา ๓๕ หรือมาตรา ๓๖ แล้วแต่กรณี งวดที่สองต้องชําระภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันสุดท้ายที่ต้องชําระ งวดที่หนึ่ง และงวดที่สามต้องชําระภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันสุดท้ายที่ต้องชําระงวดที่สอง ถ้าผู้ขอผ่อนชําระภาษีผู้ใดไม่ชําระภาษีบํารุงท้องที่งวดใดงวดหนึ่งภายใน กําหนดเวลาตามวรรคสอง ให้เจ้าของที่ดินหมดสิทธิที่จะชําระภาษีเป็นงวดและให้นําความในมาตรา ๔๕ (๔) มาใช้บังคับสําหรับงวดที่ยังไม่ชําระ มาตรา ๓๗ ถ้าภาษีบํารุงท้องที่สําหรับที่ดินของเจ้าของเดียวกันในตําบลเดียวกันมี จํานวนไม่ถึงหนึ่งบาท เป็นอันไม่ต้องเสียภาษีบํารุงท้องที่สําหรับที่ดินแปลงนั้น มาตรา ๓๘ ภาษีบํารุงท้องที่จํานวนใดที่เจ้าพนักงานประเมินได้แจ้งหรือประกาศ การประเมินแล้ว ถ้ามิได้ชําระภายในเวลาที่กําหนด ให้ถือเป็นภาษีบํารุงท้องที่ค้างชําระ มาตรา ๓๙ เมื่อกรรมสิทธิ์หรือการครอบครองของเจ้าของที่ดินได้โอนตกไปยัง บุคคลอื่น ให้ผู้รับโอนมีหน้าที่ร่วมกับเจ้าของที่ดินเดิมเสียภาษีบํารุงท้องที่ค้างชําระไม่เกินห้าปี รวมทั้ง ปีสุดท้ายที่มีการเปลี่ยนแปลงเจ้าของที่ดินด้วย ส่วนภาษีบํารุงท้องที่ค้างชําระเกินห้าปีคงอยู่ในความ รับผิดของเจ้าของที่ดินเดิม ความในวรรคก่อนมิให้ใช้บังคับแก่ผู้รับโอนซึ่งได้กรรมสิทธิ์มาในการขายทอดตลาด โดยคําสั่งศาลหรือคําสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในคดีล้มละลาย หรือคําสั่งขายทอดตลาดตาม พระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๔๐ ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อการเร่งรัดภาษีบํารุงท้องที่ค้างชําระให้ นายอําเภอ หรือนายกเทศมนตรี มีอํานาจดังต่อไปนี้ (๑) มีหนังสือเรียกเจ้าของที่ดินหรือบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคํา หรือส่งบัญชีหรือ เอกสารมาตรวจสอบ (๒) สั่งให้เจ้าของที่ดินหรือบุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง ปฏิบัติการเท่าที่จําเป็นเพื่อประโยชน์ ในการเร่งรัดภาษีบํารุงท้องที่ค้างชําระ ๑๗ มาตรา ๓๖ ทวิ เพิ่มโดยพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติภาษีบํารุงท้องที่ พ.ศ. ๒๕๐๘ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๙ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๑๑ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ถ้าเจ้าของที่ดินหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องไม่ยอมปฏิบัติการตาม (๑) หรือ (๒) ให้ นายอําเภอหรือนายกเทศมนตรีมีอํานาจเข้าไปในที่ดินหรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องแก่การจัดเก็บภาษีบํารุง ท้องที่ค้างชําระของผู้มีหน้าที่เสียภาษีบํารุงท้องที่ในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือใน เวลาทําการเพื่อสอบถามบุคคลใด ๆ หรือตรวจสอบ ตรวจค้นบัญชี หรือเอกสาร หรือยึด อายัดบัญชี หรือเอกสาร มาตรา ๔๑ ทรัพย์สินของผู้ต้องรับผิดชําระภาษีบํารุงท้องที่ค้างชําระ อาจถูกยึด อายัด หรือขายทอดตลาดเพื่อนําเงินมาชําระภาษีบํารุงท้องที่ค้างชําระ โดยให้นายอําเภอหรือ นายกเทศมนตรีมีอํานาจออกคําสั่งเป็นหนังสือยึด อายัด หรือขายทอดตลาดได้ แต่คําสั่งเช่นว่านั้นจะ ออกได้ก็แต่โดยได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ว่าราชการจังหวัด การขายทอดตลาดอสังหาริมทรัพย์จะกระทํามิได้ในระหว่างระยะเวลาที่ให้อุทธรณ์ ได้ตามมาตรา ๔๙ หรือมาตรา ๕๒ และตลอดเวลาที่ทําการพิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าวยังไม่ ถึงที่สุด คําสั่งยึดจะกระทําได้เมื่อได้ส่งคําเตือนเป็นหนังสือให้เจ้าของที่ดินชําระภาษีบํารุง ท้องที่ค้างชําระทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวันนับแต่วันที่รับหนังสือนั้นโดยวิธีการส่งหนังสือตาม มาตรา ๑๒ วิธีการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินเพื่อให้ได้รับชําระภาษีบํารุงท้องที่ค้าง ชําระนั้น ให้นําวิธีการในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา ๔๒ เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดนั้น ให้หักไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการยึด อายัด หรือขายทอดตลาด เหลือเท่าใดให้ชําระเป็นค่าภาษีบํารุงท้องที่ ถ้ายังมีเงินเหลืออยู่อีกให้คืนแก่ เจ้าของที่ดิน มาตรา ๔๓ เมื่อได้มีการยึดหรืออายัดทรัพย์สินไว้แล้ว ถ้าได้มีการชําระเงินค่าใช้จ่าย ในการยึดหรืออายัด และค่าภาษีบํารุงท้องที่ค้างชําระโดยครบถ้วนก่อนการขายทอดตลาด ก็ให้ นายอําเภอ หรือนายกเทศมนตรีสั่งถอนคําสั่งยึดหรืออายัดนั้น มาตรา ๔๔ ผู้ใดเสียภาษีบํารุงท้องที่โดยไม่มีหน้าที่ต้องเสีย หรือเสียเกินกว่าที่ควร ต้องเสีย ผู้นั้นมีสิทธิได้รับเงินคืน การขอรับเงินคืนให้ยื่นคําร้องต่อนายอําเภอสําหรับนอกเขตเทศบาล หรือ นายกเทศมนตรีสําหรับในเขตเทศบาลภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่เสียภาษีบํารุงท้องที่หรือนับแต่วันที่ ได้รับแจ้งคําวินิจฉัยอุทธรณ์ แล้วแต่กรณี ในการนี้ให้ผู้ยื่นคําร้องส่งเอกสาร หลักฐาน หรือคําชี้แจงใด ๆ ประกอบคําร้องด้วย การสั่งคืนภาษีบํารุงท้องที่ให้เป็นอํานาจของนายอําเภอ หรือนายกเทศมนตรี แล้วแต่กรณี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๑๒ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมวด ๖ เงินเพิ่ม มาตรา ๔๕ ให้เจ้าของที่ดินเสียเงินเพิ่มนอกจากเงินที่ต้องเสียภาษีบํารุงท้องที่ ใน กรณีและอัตราดังต่อไปนี้ (๑) ไม่ยื่นแบบแสดงรายการที่ดินภายในเวลาที่กําหนด ให้เสียเงินเพิ่มร้อยละสิบของ จํานวนเงินที่ต้องเสียภาษีบํารุงท้องที่ เว้นแต่กรณีที่เจ้าของที่ดินได้ยื่นแบบแสดงรายการที่ดินก่อนที่ เจ้าพนักงานประเมินจะได้แจ้งให้ทราบถึงการละเว้นนั้นให้เสียเงินเพิ่มร้อยละห้าของจํานวนเงินที่ต้อง เสียภาษีบํารุงท้องที่ (๒) ยื่นแบบแสดงรายการที่ดินโดยไม่ถูกต้องทําให้จํานวนเงินที่จะต้องเสียภาษีบํารุง ท้องที่ลดน้อยลง ให้เสียเงินเพิ่มร้อยละสิบของภาษีบํารุงท้องที่ที่ประเมินเพิ่มเติม เว้นแต่กรณีที่เจ้าของ ที่ดินได้มาขอแก้ไขแบบแสดงรายการที่ดินให้ถูกต้องก่อนที่เจ้าพนักงานประเมินแจ้งการประเมิน (๓) ชี้เขตแจ้งจํานวนเนื้อที่ดินไม่ถูกต้องต่อเจ้าพนักงานสํารวจ โดยทําให้จํานวนเงิน ที่จะต้องเสียภาษีบํารุงท้องที่ลดน้อยลง ให้เสียเงินเพิ่มอีกหนึ่งเท่าของภาษีบํารุงท้องที่ที่ประเมิน เพิ่มเติม (๔)๑๘ ไม่ชําระภาษีบํารุงท้องที่ภายในเวลาที่กําหนด ให้เสียเงินเพิ่มร้อยละยี่สิบสี่ต่อปี ของจํานวนเงินที่ต้องเสียภาษีบํารุงท้องที่ เศษของเดือนให้นับเป็นหนึ่งเดือน ทั้งนี้ ไม่ให้นําเงิน เพิ่มเติมตาม (๑) (๒) หรือ (๓) มาคํานวณเพื่อเสียเงินเพิ่มตาม (๔) ด้วย มาตรา ๔๖ เงินเพิ่มให้ถือว่าเป็นภาษีบํารุงท้องที่ หมวด ๗ เจ้าพนักงานประเมิน มาตรา ๔๗ ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้เจ้าพนักงานประเมินมีอํานาจดังต่อไปนี้ (๑) เข้าไปในที่ดินหรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องแก่การจัดเก็บภาษีบํารุงท้องที่ของผู้มีหน้าที่ เสียภาษีบํารุงท้องที่ในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือในเวลาทําการ เพื่อสอบถาม บุคคลใด ๆ หรือตรวจสอบ ตรวจค้นบัญชีหรือเอกสาร หรือยึด อายัดบัญชี หรือเอกสารเพื่อทราบว่าผู้ มีหน้าที่เสียภาษีบํารุงท้องที่ได้ปฏิบัติการถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้หรือไม่ (๒) มีหนังสือเรียกผู้มีหน้าที่เสียภาษีบํารุงท้องที่หรือบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคํา หรือส่งบัญชีหรือเอกสารมาตรวจสอบ มาตรา ๔๘ เมื่อปรากฏว่าเจ้าของที่ดินซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีบํารุงท้องที่มิได้ยื่น แบบแสดงรายการที่ดินตามมาตรา ๒๔ ให้เจ้าพนักงานประเมินมีอํานาจแจ้งการประเมินย้อนหลังได้ ไม่เกินสิบปีนับแต่วันที่เจ้าพนักงานประเมินได้ทราบว่าเจ้าของที่ดินยังมิได้ยื่นแบบแสดงรายการที่ดิน ๑๘ มาตรา ๔๕ (๔) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติภาษีบํารุง ท้องที่ พ.ศ. ๒๕๐๘ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๙ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๑๓ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมวด ๘ การอุทธรณ์ มาตรา ๔๙ เจ้าของที่ดินผู้ใดได้รับแจ้งการประเมินภาษีบํารุงท้องที่แล้วเห็นว่าการ ประเมินนั้นไม่ถูกต้อง มีสิทธิอุทธรณ์ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดได้ โดยยื่นอุทธรณ์แก่เจ้าพนักงานประเมิน ตามแบบที่กระทรวงมหาดไทยกําหนด ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน เมื่อเจ้าพนักงานประเมินได้รับอุทธรณ์แล้ว ให้เสนออุทธรณ์นั้นตามลําดับจนถึงผู้ว่า ราชการจังหวัด การอุทธรณ์ไม่เป็นการทุเลาการเสียภาษีบํารุงท้องที่ เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากผู้ว่า ราชการจังหวัดให้รอคําวินิจฉัยอุทธรณ์ หรือคําพิพากษาของศาล มาตรา ๕๐ เพื่อการพิจารณาอุทธรณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอํานาจมีหนังสือเรียกผู้ อุทธรณ์หรือบุคคลใด ๆ มาให้ถ้อยคําหรือให้ส่งเอกสารอันควรแก่เรื่องมาแสดง ผู้อุทธรณ์คนใดไม่ปฏิบัติตามหนังสือเรียกที่ออกตามมาตรานี้ หรือไม่ยอมให้ถ้อยคํา โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดยกอุทธรณ์นั้นเสีย มาตรา ๕๑ เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดได้พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์เป็นประการใดแล้ว ให้ แจ้งคําวินิจฉัยอุทธรณ์เป็นหนังสือไปยังผู้อุทธรณ์และเจ้าพนักงานประเมิน มาตรา ๕๒ ผู้อุทธรณ์มีสิทธิอุทธรณ์คําวินิจฉัยของผู้ว่าราชการจังหวัดต่อศาลภายใน สามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งคําวินิจฉัยอุทธรณ์ เว้นแต่ในกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดยกอุทธรณ์ตาม ความในมาตรา ๕๐ วรรคท้าย หมวด ๙ บทกําหนดโทษ มาตรา ๕๓ ผู้ใดโดยรู้อยู่แล้วหรือโดยจงใจแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ ให้ถ้อยคําเท็จ ตอบคําถามด้วยถ้อยคําอันเป็นเท็จ หรือนําพยานหลักฐานเท็จมาแสดงเพื่อหลีกเลี่ยงหรือพยายาม หลีกเลี่ยงการเสียภาษีบํารุงท้องที่ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ มาตรา ๕๔ ผู้ใดจงใจไม่มาหรือไม่ยอมชี้เขตหรือไม่ยอมแจ้งจํานวนเนื้อที่ดิน ต้อง ระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๑๔ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๕๕ ผู้ใดขัดขวางเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติการตามมาตรา ๒๘ มาตรา ๔๐ หรือ มาตรา ๔๗ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ มาตรา ๕๖ ผู้ใดฝ่าฝืนคําสั่งของเจ้าพนักงานซึ่งสั่งตามมาตรา ๔๐ มาตรา ๔๗ หรือ มาตรา ๕๐ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ความในวรรคก่อนมิให้ใช้บังคับแก่ผู้อุทธรณ์ตามมาตรา ๕๐ มาตรา ๕๗ ความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้านายอําเภอหรือนายกเทศมนตรี แล้วแต่กรณี เห็นว่าผู้ต้องหาไม่ควรได้รับโทษถึงจําคุก ให้มีอํานาจเปรียบเทียบกําหนดค่าปรับได้ เมื่อ ผู้ต้องหาได้ชําระเงินค่าปรับตามจํานวนที่นายอําเภอหรือนายกเทศมนตรีกําหนดภายในสามสิบวัน คดี นั้นเป็นอันเสร็จเด็ดขาด ถ้าผู้ต้องหาไม่ยินยอมตามที่เปรียบเทียบ หรือเมื่อยินยอมแล้ว ไม่ชําระเงินค่าปรับ ภายในกําหนดเวลาดังกล่าว ให้ดําเนินคดีต่อไป มาตรา ๕๘๑๙ เงินค่าปรับตามพระราชบัญญัตินี้ให้ตกเป็นรายได้ขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้น ๆ แล้วแต่ความผิดนั้นจะเกิดขึ้นในท้องที่ใด บทเฉพาะกาล มาตรา ๕๙ บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรที่ยกเลิกตามมาตรา ๓ ให้คงใช้บังคับ ได้ในการเก็บภาษีบํารุงท้องที่ จํานวนพุทธศักราชต่าง ๆ ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ จอมพล ถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี ๑๙ มาตรา ๕๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีบํารุงท้องที่ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๑๕ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บัญชีอัตราภาษีบํารุงท้องที่ ตามมาตรา ๗ ภาษีไร่ละ หมายเหตุ ชั้น ราคาปานกลางของที่ดิน บาท สต. ๑ ไม่เกินไร่ละ ๒๐๐ บาท - ๕๐ ๒ เกินไร่ละ ๒๐๐ บาท ถึงไร่ละ ๔๐๐ บาท ๑ - ๓ เกินไร่ละ ๔๐๐ บาท ถึงไร่ละ ๖๐๐ บาท ๒ - ๔ เกินไร่ละ ๖๐๐ บาท ถึงไร่ละ ๘๐๐ บาท ๓ - ๕ เกินไร่ละ ๘๐๐ บาท ถึงไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ๔ - ๖ เกินไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ถึงไร่ละ ๑,๒๐๐ บาท ๕ ๕๐ ๗ เกินไร่ละ ๑,๒๐๐ บาท ถึงไร่ละ ๑,๔๐๐ บาท ๗ - (๑) ที่ดินที่ใช้ประกอบการ กสิกรรมเฉพาะประเภท ไม้ล้มลุกให้เสียกึ่งอัตรา แต่ ถ้าเจ้าของที่ดินประกอบการ กสิกรรมประเภทไม้ล้มลุกนั้น ด้วยตนเอง ให้เสียอย่างสูงไม่ เกินไร่ละ ๕ บาท (๒) ที่ดินที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือ ไม่ได้ทําประโยชน์ตามควรแก่ สภาพของที่ดินให้เสียเพิ่มขึ้น อีกหนึ่งเท่า ๘ เกินไร่ละ ๑,๔๐๐ บาท ถึงไร่ละ ๑,๖๐๐ บาท ๘ - ๙ เกินไร่ละ ๑,๖๐๐ บาท ถึงไร่ละ ๑,๘๐๐ บาท ๙ - ๑๐ เกินไร่ละ ๑,๘๐๐ บาท ถึงไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท ๑๐ - ๑๑ เกินไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท ถึงไร่ละ ๒,๒๐๐ บาท ๑๑ - ๑๒ เกินไร่ละ ๒,๒๐๐ บาท ถึงไร่ละ ๒,๔๐๐ บาท ๑๒ - ๑๓ เกินไร่ละ ๒,๔๐๐ บาท ถึงไร่ละ ๒,๖๐๐ บาท ๑๓ - ๑๔ เกินไร่ละ ๒,๖๐๐ บาท ถึงไร่ละ ๒,๘๐๐ บาท ๑๔ - ๑๕ เกินไร่ละ ๒,๘๐๐ บาท ถึงไร่ละ ๓,๐๐๐ บาท ๑๕ - ๑๖ เกินไร่ละ ๓,๐๐๐ บาท ถึงไร่ละ ๓,๕๐๐ บาท ๑๗ ๕๐ ๑๗ เกินไร่ละ ๓,๕๐๐ บาท ถึงไร่ละ ๔,๐๐๐ บาท ๒๐ - ๑๘ เกินไร่ละ ๔,๐๐๐ บาท ถึงไร่ละ ๔,๕๐๐ บาท ๒๒ ๕๐ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๑๖ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ภาษีไร่ละ หมายเหตุ ชั้น ราคาปานกลางของที่ดิน บาท สต. ๑๙ เกินไร่ละ ๔,๕๐๐ บาท ถึงไร่ละ ๕,๐๐๐ บาท ๒๕ - ๒๐ เกินไร่ละ ๕,๐๐๐ บาท ถึงไร่ละ ๕,๕๐๐ บาท ๒๗ ๕๐ ๒๑ เกินไร่ละ ๕,๕๐๐ บาท ถึงไร่ละ ๖,๐๐๐ บาท ๓๐ - ๒๒ เกินไร่ละ ๖,๐๐๐ บาท ถึงไร่ละ ๖,๕๐๐ บาท ๓๒ ๕๐ ๒๓ เกินไร่ละ ๖,๕๐๐ บาท ถึงไร่ละ ๗,๐๐๐ บาท ๓๕ - ๒๔ เกินไร่ละ ๗,๐๐๐ บาท ถึงไร่ละ ๗,๕๐๐ บาท ๓๗ ๕๐ ๒๕ เกินไร่ละ ๗,๕๐๐ บาท ถึงไร่ละ ๘,๐๐๐ บาท ๔๐ - ๒๖ เกินไร่ละ ๘,๐๐๐ บาท ถึงไร่ละ ๘,๕๐๐ บาท ๔๒ ๕๐ ๒๗ เกินไร่ละ ๘,๕๐๐ บาท ถึงไร่ละ ๙,๐๐๐ บาท ๔๕ - ๒๘ เกินไร่ละ ๙,๐๐๐ บาท ถึงไร่ละ ๙,๕๐๐ บาท ๔๗ ๕๐ ๒๙ เกินไร่ละ ๙,๕๐๐ บาท ถึงไร่ละ ๑๐,๐๐๐ บาท ๕๐ - ๓๐ เกินไร่ละ ๑๐,๐๐๐ บาท ถึงไร่ละ ๑๕,๐๐๐ บาท ๕๕ - ๓๑ เกินไร่ละ ๑๕,๐๐๐ บาท ถึงไร่ละ ๒๐,๐๐๐ บาท ๖๐ - ๓๒ เกินไร่ละ ๒๐,๐๐๐ บาท ถึงไร่ละ ๒๕,๐๐๐ บาท ๖๕ - ๓๓ เกินไร่ละ ๒๕,๐๐๐ บาท ถึงไร่ละ ๓๐,๐๐๐ บาท ๗๐ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๑๗ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ภาษีไร่ละ หมายเหตุ ชั้น ราคาปานกลางของที่ดิน บาท สต. ๓๔๒๐ เกินไร่ละ ๓๐,๐๐๐ บาท ให้เสียภาษีไร่ ละดังต่อไปนี้ (๑) สําหรับราคาปานกลางของที่ดิน ๓๐,๐๐๐ บาท แรก ให้เสียภาษี ๗๐ บาท (๒) สําหรับราคาปานกลางของที่ดินส่วน ที่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท ให้เสียทุก ๆ ๑๐,๐๐๐ บาท ต่อ ๒๕ บาท เศษของ ๑๐,๐๐๐ บาท ถ้าถึง ๕,๐๐๐ บาท ให้ ถือเป็น ๑๐,๐๐๐ บาท ถ้าไม่ถึง ๕,๐๐๐ บาท ให้ปัดทิ้ง ๓๕๒๑ (ยกเลิก) ๓๖๒๒ (ยกเลิก) ๓๗๒๓ (ยกเลิก) ๓๘๒๔ (ยกเลิก) ๓๙๒๕ (ยกเลิก) ๔๐๒๖ (ยกเลิก) ๔๑๒๗ (ยกเลิก) ๔๒๒๘ (ยกเลิก) ๒๐ บัญชีอัตราภาษีบํารุงท้องที่ตามมาตรา ๗ ชั้น ๓๔ ราคาปานกลางของที่ดิน แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระ ราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติภาษีบํารุงท้องที่ พ.ศ. ๒๕๐๘ พ.ศ. ๒๕๒๔ ๒๑ บัญชีอัตราภาษีบํารุงท้องที่ตามมาตรา ๗ ชั้น ๓๕ ช่องราคาปานกลางของที่ดิน ยกเลิกโดยพระ ราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติภาษีบํารุงท้องที่ พ.ศ. ๒๕๐๘ พ.ศ. ๒๕๒๔ ๒๒ บัญชีอัตราภาษีบํารุงท้องที่ตามมาตรา ๗ ชั้น ๓๖ ช่องราคาปานกลางของที่ดิน ยกเลิกโดยพระ ราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติภาษีบํารุงท้องที่ พ.ศ. ๒๕๐๘ พ.ศ. ๒๕๒๔ ๒๓ บัญชีอัตราภาษีบํารุงท้องที่ตามมาตรา ๗ ชั้น ๓๗ ช่องราคาปานกลางของที่ดิน ยกเลิกโดยพระ ราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติภาษีบํารุงท้องที่ พ.ศ. ๒๕๐๘ พ.ศ. ๒๕๒๔ ๒๔ บัญชีอัตราภาษีบํารุงท้องที่ตามมาตรา ๗ ชั้น ๓๘ ช่องราคาปานกลางของที่ดิน ยกเลิกโดยพระ ราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติภาษีบํารุงท้องที่ พ.ศ. ๒๕๐๘ พ.ศ. ๒๕๒๔ ๒๕ บัญชีอัตราภาษีบํารุงท้องที่ตามมาตรา ๗ ชั้น ๓๙ ช่องราคาปานกลางของที่ดิน ยกเลิกโดยพระ ราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติภาษีบํารุงท้องที่ พ.ศ. ๒๕๐๘ พ.ศ. ๒๕๒๔ ๒๖ บัญชีอัตราภาษีบํารุงท้องที่ตามมาตรา ๗ ชั้น ๔๐ ช่องราคาปานกลางของที่ดิน ยกเลิกโดยพระ ราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติภาษีบํารุงท้องที่ พ.ศ. ๒๕๐๘ พ.ศ. ๒๕๒๔ ๒๗ บัญชีอัตราภาษีบํารุงท้องที่ตามมาตรา ๗ ชั้น ๔๑ ช่องราคาปานกลางของที่ดิน ยกเลิกโดยพระ ราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติภาษีบํารุงท้องที่ พ.ศ. ๒๕๐๘ พ.ศ. ๒๕๒๔ ๒๘ บัญชีอัตราภาษีบํารุงท้องที่ตามมาตรา ๗ ชั้น ๔๒ ช่องราคาปานกลางของที่ดิน ยกเลิกโดยพระ ราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติภาษีบํารุงท้องที่ พ.ศ. ๒๕๐๘ พ.ศ. ๒๕๒๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๑๘ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ภาษีไร่ละ หมายเหตุ ชั้น ราคาปานกลางของที่ดิน บาท สต. ๔๓๒๙ (ยกเลิก) หมายเหตุ (๑) ที่ดินที่ต้องเสียภาษีบํารุงท้องที่ (ก) เศษของไร่ให้คิดในอัตราลดลงตามส่วน (ข) เศษของหนึ่งตารางวา ให้ปัดทิ้ง (๒) เมื่อคํานวณภาษีแล้ว เศษของ ๑๐ สตางค์ ให้ปัดทิ้ง ๒๙ บัญชีอัตราภาษีบํารุงท้องที่ตามมาตรา ๗ ชั้น ๔๓ ในช่องราคาปานกลางของที่ดิน ยกเลิกโดยพระ ราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติภาษีบํารุงท้องที่ พ.ศ. ๒๕๐๘ พ.ศ. ๒๕๒๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๑๙ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากประมวลรัษฎากรได้บัญญัติ ให้กรมสรรพากรเป็นผู้ควบคุมจัดเก็บภาษีบํารุงท้องที่ แต่ให้กันไว้ต่างหากเพื่อใช้จ่ายในการบํารุง ท้องที่ในเขตท้องถิ่นนั้น ๆ จึงสมควรมอบให้ราชการส่วนท้องถิ่นเป็นผู้จัดเก็บภาษีบํารุงท้องที่เสียเอง ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๕๖ ลงวันที่ ๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๑๕ ๓๐ โดยที่คณะปฏิวัติพิจารณาเห็นสมควรยกเว้นการเสียภาษีบํารุงท้องที่สําหรับที่ดินที่ใช้ เป็นสนามบินของรัฐ ข้อ ๒ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราช กิจจานุเบกษาเป็นต้นไป พระราชบัญญัติภาษีบํารุงท้องที่ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๖ ๓๑ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีอํานาจประกาศขยายกําหนดเวลา การยื่นรายงานการตีราคาปานกลางของที่ดิน ตามมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติภาษีบํารุงท้องที่ พ.ศ. ๒๕๐๘ สําหรับการตีราคาปานกลางของที่ดินรอบระยะเวลาสี่ปี ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๗ ถึง พ.ศ. ๒๕๒๐ ในเขตกรุงเทพมหานครออกไปอีกได้ตามความจําเป็นแก่กรณี มาตรา ๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๕ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ ได้จัดตั้งกรุงเทพมหานครขึ้นโดยมีการบริหาร ราชการแตกต่างจากจังหวัดอื่น ๆ ทําให้การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการเก็บภาษีบํารุงท้องที่ตามกฎหมาย ว่าด้วยภาษีบํารุงท้องที่มีข้อขัดข้อง จึงจําเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยภาษีบํารุงท้องที่ เกี่ยวกับการเก็บภาษีบํารุงท้องที่ในเขตกรุงเทพมหานคร พระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติภาษีบํารุงท้องที่ พ.ศ. ๒๕๐๘ พ.ศ. ๒๕๒๔ ๓๒ มาตรา ๒ พระราชกําหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่บทบัญญัติมาตรา ๔ มาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๙ และมาตรา ๑๐ แห่งพระราชกําหนดนี้ ให้ใช้บังคับสําหรับภาษีบํารุงท้องที่ประจําปี พ.ศ. ๒๕๒๕ เป็นต้นไป ๓๐ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๙/ตอนที่ ๘๙/ฉบับพิเศษ หน้า ๗/๖ มิถุนายน ๒๕๑๕ ๓๑ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๐/ตอนที่ ๑๖๙/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๒๐ ธันวาคม ๒๕๑๖ ๓๒ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๘/ตอนที่ ๑๗๔/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๐/๒๐ ตุลาคม ๒๕๒๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๒๐ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๑ ให้บรรดากฎกระทรวงที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่พระราชกําหนดนี้ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษายังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติของพระราชบัญญัติภาษี บํารุงท้องที่ พ.ศ. ๒๕๐๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกําหนดนี้ มาตรา ๑๒ บรรดาบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติภาษีบํารุงท้องที่ พ.ศ. ๒๕๐๘ ที่ ถูกยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกําหนดนี้ นอกจากมาตรา ๔๕ (๔) ให้คงใช้บังคับได้ในการ ปฏิบัติจัดเก็บภาษีที่ค้างอยู่หรือพึงชําระก่อนวันที่บทบัญญัติแห่งพระราชกําหนดนี้ใช้บังคับ มาตรา ๑๓ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชกําหนดนี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกําหนดฉบับนี้ คือ โดยที่มีความจําเป็นต้องปรับปรุง อัตราภาษีบํารุงท้องที่ และหลักเกณฑ์การลดหย่อนภาษีบํารุงท้องที่ให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ ปัจจุบัน และเนื่องจากเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจําเป็นรีบด่วนในอันที่จะรักษาความมั่นคงในทาง เศรษฐกิจของประเทศ จึงจําเป็นต้องตราพระราชกําหนดนี้ ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การอนุมัติพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติภาษีบํารุง ท้องที่ พ.ศ. ๒๕๐๘ พ.ศ. ๒๕๒๔๓๓ พระราชกําหนดเปลี่ยนแปลงราคาปานกลางของที่ดินที่กําหนดไว้สําหรับการประเมินภาษีบํารุงท้องที่ ประจําปี พ.ศ. ๒๕๒๕ ถึง พ.ศ. ๒๕๒๘ พ.ศ. ๒๕๒๕๓๔ มาตรา ๒ พระราชกําหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษา มาตรา ๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชกําหนดนี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกําหนดฉบับนี้ คือ ตามที่ได้มีการกําหนดราคาปาน กลางของที่ดินขึ้นใหม่เพื่อประโยชน์ในการประเมินภาษีบํารุงท้องที่ประจําปี พ.ศ. ๒๕๒๕ ถึง พ.ศ. ๒๕๒๘ นั้น ปรากฏว่าประชาชนจะต้องเสียภาษีบํารุงท้องที่เพิ่มขึ้นจากจํานวนที่เคยเสียเดิมมาก อัน เป็นผลจากวิธีการตีราคาปานกลางของที่ดินตามที่กฎหมายกําหนดไว้ยังไม่เหมาะสมและเป็นธรรม ตามสภาพและทําเลของที่ดินในแต่ละแห่ง เมื่อได้คํานึงถึงภาระภาษีที่ประชาชนจะต้องได้รับเพิ่มขึ้น ประกอบกับภาวะทางเศรษฐกิจของประเทศโดยทั่วไปในปัจจุบันยังไม่คลี่คลาย จึงเห็นสมควรที่จะ ผ่อนคลายความเดือดร้อนที่ประชาชนจะได้รับจากการจัดเก็บภาษีบํารุงท้องที่ในช่วงระยะเวลานี้เป็น ๓๓ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๙/ตอนที่ ๖/ หน้า ๑๘/๑๙ มกราคม ๒๕๒๕ ๓๔ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๙/ตอนที่ ๒๘/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๕ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๒๑ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การชั่วคราว โดยกําหนดให้ใช้ราคาปานกลางของที่ดินตามที่คณะกรรมการตีราคาปานกลางของที่ดิน ได้กําหนดไว้สําหรับการประเมินภาษีบํารุงท้องที่ระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๒๑ ถึง พ.ศ. ๒๕๒๔ เป็นเกณฑ์ใน การประเมินภาษีบํารุงท้องที่สําหรับภาษีปี พ.ศ. ๒๕๒๕ และในปีต่อไป ทั้งนี้ จนกว่าจะมีการแก้ไข บทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยภาษีบํารุงท้องที่ที่เกี่ยวกับวิธีการตีราคาปานกลางของที่ดินใหม่ให้ เหมาะสมและเป็นธรรมซึ่งต้องใช้เวลาตระเตรียมการพอสมควร นอกจากนี้ โดยที่มีการเปลี่ยนแปลง การคํานวณภาษีบํารุงท้องที่ตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว จึงจําเป็นต้องขยายระยะเวลาสําหรับผู้มีหน้าที่ เสียภาษีบํารุงท้องที่ยื่นแบบแสดงรายการที่ดินตามมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติภาษีบํารุงท้องที่ พ.ศ. ๒๕๐๘ สําหรับการเสียภาษีปี พ.ศ. ๒๕๒๕ ซึ่งได้ผ่านพ้นไปแล้วด้วย และโดยที่เป็นกรณีฉุกเฉินที่ มีความจําเป็นเร่งด่วนอันเกี่ยวกับความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงจําเป็นต้องตราพระราช กําหนดนี้ ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การอนุมัติพระราชกําหนดเปลี่ยนแปลงราคาปานกลางของที่ดินที่ กําหนดไว้สําหรับการประเมินภาษีบํารุงท้องที่ประจําปี พ.ศ. ๒๕๒๕ ถึง พ.ศ. ๒๕๒๘ พ.ศ. ๒๕๒๕๓๕ พระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติภาษีบํารุงท้องที่ พ.ศ. ๒๕๐๘ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๙ ๓๖ มาตรา ๒ พระราชกําหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๖ ให้ยกเลิกราคาปานกลางของที่ดินที่คณะกรรมการตีราคาปานกลางของ ที่ดินตามพระราชบัญญัติภาษีบํารุงท้องที่ พ.ศ. ๒๕๐๘ ได้กําหนดไว้สําหรับการประเมินภาษีบํารุง ท้องที่ประจําปี พ.ศ. ๒๕๒๙ ถึง พ.ศ. ๒๕๓๒ มาตรา ๗ ให้นําราคาปานกลางของที่ดินที่ใช้อยู่ในการประเมินภาษีบํารุงท้องที่ ประจําปี พ.ศ. ๒๕๒๑ ถึง พ.ศ. ๒๕๒๔ ซึ่งใช้ในการประเมินภาษีบํารุงท้องที่สําหรับปี พ.ศ. ๒๕๒๕ ถึง พ.ศ. ๒๕๒๘ มาใช้เป็นราคาปานกลางในการประเมินภาษีบํารุงท้องที่สําหรับปี พ.ศ. ๒๕๒๙ และให้ คณะกรรมการพิจารณาตีราคาปานกลางของที่ดินขึ้นใหม่สําหรับรอบระยะเวลาสี่ปีต่อไป ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๘ แบบแสดงรายการที่ดินที่ได้ยื่นไว้แล้วและใช้ได้สําหรับการเสียภาษีบํารุง ท้องที่ประจําปี พ.ศ. ๒๕๒๕ ถึง พ.ศ. ๒๕๒๘ ให้ถือว่าเป็นแบบแสดงรายการที่ดินที่ได้ยื่นไว้แล้วและ ใช้ได้สําหรับการเสียภาษีบํารุงท้องที่ประจําปี พ.ศ. ๒๕๒๙ ด้วย มาตรา ๙ ผู้ที่เสียภาษีบํารุงท้องที่สําหรับปี พ.ศ. ๒๕๒๙ ไปแล้วก่อนวันที่พระราช กําหนดนี้ใช้บังคับเกินจํานวนที่ตนต้องเสีย ให้มีสิทธิได้รับเงินส่วนที่เกินคืน ๓๕ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๙/ตอนที่ ๗๖/ฉบับพิเศษ หน้า ๓/๓ มิถุนายน ๒๕๒๕ ๓๖ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๓/ตอนที่ ๒๙/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๙ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๒๒ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การคืนเงินส่วนที่เกินให้เป็นไปตามมาตรา ๔๔ แห่งพระราชบัญญัติภาษีบํารุงท้องที่ พ.ศ. ๒๕๐๘ และให้คืนเงินดังกล่าวภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีบํารุงท้องที่ ยื่นคําขอรับเงินส่วนที่เกินคืน มาตรา ๑๐ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชกําหนดนี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกําหนดฉบับนี้ คือ โดยที่สภาพการณ์ทางเศรษฐกิจและ สังคม ไม่เอื้ออํานวยที่จะให้มีการเปลี่ยนแปลงภาษีบํารุงท้องที่ในลักษณะที่จะทําให้ประชาชนผู้มี หน้าที่เสียภาษีต้องรับภาระภาษีเพิ่มขึ้น จึงสมควรให้นําเอาราคาปานกลางของที่ดินที่ใช้ในการประเมิน ภาษีบํารุงท้องที่ช่วงปี พ.ศ. ๒๕๒๑ ถึง พ.ศ. ๒๕๒๘ มาใช้ในการประเมินภาษีบํารุงท้องที่สําหรับปี พ.ศ. ๒๕๒๙ ไปก่อน และให้ผู้ที่ต้องเสียภาษีบํารุงท้องที่ที่ชําระภาษีดังกล่าวภายในเวลาที่กําหนดสามารถ ขอผ่อนชําระเป็นงวด ๆ ได้ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในการเสียภาษีบํารุง ท้องที่ ประกอบกับวิธีการชําระภาษีบํารุงท้องที่ยังไม่สะดวกเท่าที่ควรและอัตราเงินเพิ่มภาษีบํารุง ท้องที่ยังไม่เหมาะสม สมควรปรับปรุงให้เหมาะสมยิ่งขึ้น และโดยที่เป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจําเป็น เร่งด่วนในอันที่จะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงจําเป็นต้องตราพระราชกําหนดนี้ ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การอนุมัติพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติพระราชบัญญัติภาษีบํารุง ท้องที่ พ.ศ. ๒๕๐๘ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๙๓๗ พระราชบัญญัติภาษีบํารุงท้องที่ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ ๓๘ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติสภาตําบล และองค์การบริหารส่วนตําบล พ.ศ. ๒๕๓๗ กําหนดให้มีองค์การบริหารส่วนตําบลและเป็นราชการ ส่วนท้องถิ่นเพิ่มขึ้นอีกประเภทหนึ่ง สมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยภาษีบํารุงท้องที่ให้ ครอบคลุมถึงการเก็บภาษีบํารุงท้องที่ในเขตองค์การบริหารส่วนตําบล นอกจากนี้โดยที่ถ้อยคํา เกี่ยวกับราชการส่วนท้องถิ่น ในกฎหมายว่าด้วยภาษีบํารุงท้องที่มีใช้อยู่หลายคําตามรูปแบบของ ราชการส่วนท้องถิ่นซึ่งมีอยู่หลากหลาย สมควรปรับปรุงถ้อยคําดังกล่าวเพื่อให้ครอบคลุมถึงราชการ ส่วนท้องถิ่นทุกประเภท จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ๓๗ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๓/ตอนที่ ๑๕๗/ฉบับพิเศษ หน้า ๑ /๑๑ กันยายน ๒๕๒๙ ๓๘ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๗/ตอนที่ ๑๖ ก/หน้า ๓๔/๗ มีนาคม ๒๕๔๓ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๒๓ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หยก/ปรับปรุง ๑ มีนาคม ๒๕๕๖ อุดมลักษณ์/ตรวจ ๘ มีนาคม ๒๕๕๖ - เอกสารแนบที่ 4: ขั้นตอนการเสียภาษีเทศบาลเมืองอุทัยธานีPDF153.2 KB เปิดในแท็บใหม่
ข้อความในเอกสาร (สกัดโดยระบบ)
ข้อความต่อไปนี้ระบบดึงจากไฟล์โดยอัตโนมัติ เพื่อช่วยในการเข้าถึงและค้นหา — โปรดอ้างอิงเอกสารฉบับทางการจากไฟล์แนบด้านบน
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พระราชบัญญัติ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พุทธศักราช ๒๔๗๕ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราช โองการดํารัสเหนือเกล้าฯ ให้ประกาศจงทราบทั่วกันว่า โดยที่ทรงพระราชดําริเห็นสมควรแก้ไขเพิ่มเติมภาษีโรงเรือนและขยายออกไปถึง ที่ดินด้วย จึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยบทมาตราต่อไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พุทธศักราช ๒๔๗๕” มาตรา ๒๑ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๗๕ มาตรา ๓ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้เฉพาะแต่ในท้องที่ซึ่งได้ระบุไว้ในบัญชีต่อท้าย พระราชบัญญัตินี้ ต่อไปเมื่อทรงพระราชดําริเห็นสมควรจะใช้พระราชบัญญัตินี้ขยายออกไปในท้องที่ใด จะได้มีประกาศพระบรมราชโองการให้ขยายออกไปเป็นคราว ๆ มาตรา ๔ นับตั้งแต่วันที่ใช้พระราชบัญญัตินี้เป็นต้นไป และภายในท้องที่ซึ่งได้ระบุ ไว้ตามมาตราก่อน ให้ยกเลิกกฎหมายดังต่อไปนี้ ๑. ประกาศภาษีเรือโรงร้านตึกแพ ปีมะเมียโทศก จุลศักราช ๑๒๓๒ ๒. ประกาศแก้ข้อความในประกาศเก็บภาษีเรือโรงร้านตึกแพ ปีมะเมียโทศก จุลศักราช ๑๒๓๒ ๓. ประกาศแก้ไขเพิ่มเติมภาษีเรือโรงร้าน พุทธศักราช ๒๔๗๔ ๔. ประกาศว่าด้วยการใช้ประกาศแก้ไขเพิ่มเติมภาษีเรือโรงร้าน พุทธศักราช ๒๔๗๔ มาตรา ๕ ในพระราชบัญญัตินี้ ถ้าข้อความมิได้แสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น “ที่ดิน” ให้กินความถึง ทางน้ํา บ่อน้ํา สระน้ํา ฯลฯ “โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ” ให้กินความถึงแพด้วย “ราคาตลาด” หมายความว่า จํานวนเงินซึ่งทรัพย์สินพร้อมทั้งสิ่งที่ทําเพิ่มเติมให้ ดีขึ้นทั้งสิ้น (ถ้ามี) ซึ่งจะจําหน่ายได้ในขณะเวลาที่กําหนดราคาตามพระราชบัญญัตินี้ ๑ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๔๙/-/หน้า ๕๑/๒๐ เมษายน ๒๔๗๕ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๒ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา “ผู้รับประเมิน” หมายความว่า บุคคลผู้พึงชําระค่าภาษี “ปี” หมายความว่า ปีตามปฏิทินหลวง “พนักงานเจ้าหน้าที่” ๒ หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้มีหน้าที่รับแบบแสดง รายการทรัพย์สิน ประเมินภาษี และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายกําหนด “พนักงานเก็บภาษี”๓ หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้มีหน้าที่จัดเก็บ รับ ชําระ รวมทั้งเร่งรัดให้ชําระภาษี และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายกําหนด “รัฐมนตรี”๔ หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ “กําหนด” ๕ (ยกเลิก) “รัฐวิสาหกิจ” ๖ หมายความว่า รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ มาตรา ๖ เพื่อประโยชน์แห่งพระราชบัญญัตินี้ ท่านให้แบ่งทรัพย์สินออกเป็น ๒ ประเภท คือ (๑) โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ กับที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนหรือสิ่ง ปลูกสร้างนั้น ๆ (๒) ที่ดินซึ่งมิได้ใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ “ที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ” ตามความหมายแห่ง มาตรานี้ หมายความว่า ที่ดินซึ่งปลูกโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ และบริเวณต่อเนื่องกันซึ่ง ตามปกติใช้ไปด้วยกันกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างนั้น ๆ มาตรา ๖ ทวิ๗ ให้รัฐมนตรีมีอํานาจยกเว้นภาษีโรงเรือนและที่ดินให้แก่รัฐวิสาหกิจ สําหรับพื้นที่ที่เป็นบริเวณต่อเนื่องกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นที่ใช้ประโยชน์โดยตรงของ รัฐวิสาหกิจนั้นตามที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดได้ มาตรา ๗๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอํานาจออกกฎกระทรวงกําหนดอัตรา ค่าธรรมเนียมและกําหนดกิจการอื่น รวมทั้งออกระเบียบและประกาศเพื่อปฏิบัติการตาม พระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับอํานาจหน้าที่ของแต่ละกระทรวง กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ ๒ มาตรา ๕ นิยามคําว่า “พนักงานเจ้าหน้าที่” แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือน และที่ดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓ มาตรา ๕ นิยามคําว่า “พนักงานเก็บภาษี” แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือน และที่ดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๔ ๔ มาตรา ๕ นิยามคําว่า “รัฐมนตรี” แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๔ ๕ มาตรา ๕ นิยามคําว่า “กําหนด” ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๔ ๖ มาตรา ๕ นิยามคําว่า “รัฐวิสาหกิจ” เพิ่มโดยพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๔ ๗ มาตรา ๖ ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๔ ๘ มาตรา ๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๓ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๗ ทวิ๙ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ผู้บริหารท้องถิ่นมีอํานาจ แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่และพนักงานเก็บภาษี ภาค ๑ ภาษีโรงเรือน และสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ กับที่ดินซึ่งใช้ ต่อเนื่องกับโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างนั้น ๆ มาตรา ๘๑๐ ให้ผู้รับประเมินชําระภาษีปีละครั้งตามค่ารายปีของทรัพย์สิน คือ โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นกับที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นนั้น ใน อัตราร้อยละสิบสองครึ่งของค่ารายปี เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ “ค่ารายปี” หมายความว่า จํานวนเงินซึ่งทรัพย์สินนั้น สมควรให้เช่าได้ในปีหนึ่ง ๆ ในกรณีที่ทรัพย์สินนั้นให้เช่าให้ถือว่าค่าเช่านั้นคือค่ารายปี แต่ถ้าเป็นกรณีที่มีเหตุอัน สมควรที่ทําให้พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าค่าเช่านั้นมิใช่จํานวนเงินอันสมควรที่จะให้เช่าได้ หรือเป็น กรณีที่หาค่าเช่าไม่ได้เนื่องจากเจ้าของทรัพย์สินดําเนินกิจการเองหรือด้วยเหตุประการอื่น ให้พนักงาน เจ้าหน้าที่มีอํานาจประเมินค่ารายปีได้โดยคํานึงถึงลักษณะของทรัพย์สิน ขนาด พื้นที่ ทําเลที่ตั้ง และ บริการสาธารณะที่ทรัพย์สินนั้นได้รับประโยชน์ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๙ ทรัพย์สินดังต่อไปนี้ ท่านให้ยกเว้นจากบทบัญญัติแห่งภาคนี้ (๑) พระราชวังอันเป็นส่วนของแผ่นดิน (๒)๑๑ ทรัพย์สินของรัฐบาลที่ใช้ในกิจการของรัฐบาลหรือสาธารณะและทรัพย์สินของ การรถไฟแห่งประเทศไทยที่ใช้ในกิจการการรถไฟโดยตรง (๓) ทรัพย์สินของโรงพยาบาลสาธารณะและโรงเรียนสาธารณะ ซึ่งกระทํากิจการอัน มิใช่เพื่อเป็นผลกําไรส่วนบุคคล และใช้เฉพาะในการรักษาพยาบาลและในการศึกษา (๔) ทรัพย์สินซึ่งเป็นศาสนสมบัติอันใช้เฉพาะในศาสนกิจอย่างเดียว หรือเป็นที่อยู่ ของสงฆ์ (๕) โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ ซึ่งปิดไว้ตลอดปีและเจ้าของมิได้อยู่เอง หรือให้ผู้อื่นอยู่ นอกจากคนเฝ้า ในโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ หรือในที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกัน ๙ มาตรา ๗ ทวิ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๓ ๑๐ มาตรา ๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๔ ๑๑ มาตรา ๙ (๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๔ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๖)๑๒ โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างของการเคหะแห่งชาติที่ผู้เช่าซื้ออาศัยอยู่เองโดยมิได้ ใช้เป็นที่เก็บสินค้าหรือประกอบการอุตสาหกรรมหรือประกอบกิจการอื่นเพื่อหารายได้ มาตรา ๑๐๑๓ โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ ซึ่งเจ้าของอยู่เอง หรือให้ผู้แทน อยู่เฝ้ารักษา และซึ่งมิได้ใช้เป็นที่ไว้สินค้าหรือประกอบการอุตสาหกรรม ท่านให้งดเว้นจากบทบัญญัติ แห่งภาคนี้ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๕ เป็นต้นไป มาตรา ๑๑ ถ้าโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ ถูกรื้อถอนหรือทําลายโดย ประการอื่น ท่านให้ลดยอดค่ารายปีของทรัพย์สินนั้นตามส่วนที่ถูกทําลายตลอดเวลาที่ยังไม่ได้ทําขึ้น แต่ในเวลานั้นโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ นั้นต้องเป็นที่ซึ่งยังใช้ไม่ได้ ในกรณีนี้ถ้าไม่มีโรงเรือนอื่นหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ ในที่ดินนั้น ท่านให้ กําหนดค่าภาษีในเวลาที่กล่าวข้างบนตามบทบัญญัติในภาค ๒ แห่งพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๑๒ โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ ซึ่งทําขึ้นในระหว่างปีนั้น ท่านว่า ให้เอาเวลาซึ่งโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ นั้นได้มีขึ้นและสําเร็จจนควรเข้าอยู่ได้แล้วเท่านั้น มาเป็นเกณฑ์คํานวณค่ารายปี ถ้าในระหว่างปีไม่มีโรงเรือนอื่นหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ ในที่ดินนั้น ท่านให้ กําหนดค่าภาษีเฉพาะเวลานั้น ตามบทบัญญัติในภาค ๒ แห่งพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๑๓ ถ้าเจ้าของโรงเรือนใดติดตั้งส่วนควบที่สําคัญมีลักษณะเป็นเครื่องจักร กลไก เครื่องกระทําหรือเครื่องกําเนิดสินค้าเพื่อใช้ดําเนินการอุตสาหกรรมบางอย่าง เช่น โรงสี โรงเลื่อย ฯลฯ ขึ้นในโรงเรือนนั้น ๆ ในการประเมินท่านให้ลดค่ารายปีลงเหลือหนึ่งในสามของค่ารายปี ของทรัพย์สินนั้น รวมทั้งส่วนควบดังกล่าวแล้วด้วย มาตรา ๑๔ เวลาซึ่งลดค่ารายปีตามภาคนี้ ท่านให้คํานวณแต่เดือนเต็ม มาตรา ๑๕ ในท้องที่ซึ่งได้จัดตั้งสุขาภิบาลแล้ว หรือจะตั้งขึ้นก็ดี ท่านให้แบ่ง ผลประโยชน์จากภาษีนั้น ระหว่างสุขาภิบาล (สองส่วนในสาม) กับรัฐบาล (หนึ่งส่วนในสาม) ค่าใช้จ่ายในการเก็บภาษีทุกอย่าง ท่านให้รัฐบาลเป็นผู้เสีย ภาค ๒ ภาษีที่ดินซึ่งมิได้ใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ ๑๔ ๑๒ มาตรา ๙ (๖) เพิ่มโดยพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๔ ๑๓ มาตรา ๑๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินแก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๕ ๑๔ มาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินแก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๕ ได้ บัญญัติให้ยกเลิกภาษีที่ดินซึ่งมิได้ใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น มาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗ ตั้งแต่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๕ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๖๑๕ (ยกเลิก) มาตรา ๑๗๑๖ (ยกเลิก) ภาค ๓ วิธีดําเนินการประเมินและจัดเก็บภาษี ซึ่งกล่าวในภาค ๑ และภาค ๒ หมวด ๑ การประเมิน มาตรา ๑๘ ค่ารายปีของปีที่ล่วงแล้วนั้น ท่านให้เป็นหลักสําหรับการคํานวณค่าภาษี ซึ่งจะต้องเสียในปีต่อมา มาตรา ๑๙๑๗ ให้ผู้รับประเมินยื่นแบบพิมพ์เพื่อแจ้งรายการทรัพย์สินต่อพนักงาน เจ้าหน้าที่ในท้องที่ซึ่งทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี แต่ถ้าในปีที่ล่วงมาแล้วมีเหตุ จําเป็นอันเกิดจากสาธารณภัยหรือเหตุพ้นวิสัยที่จะป้องกันได้โดยทั่วไป ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอํานาจ เลื่อนกําหนดเวลาดังกล่าวออกไปได้ตามที่เห็นสมควร ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ได้รับแบบพิมพ์ตามวรรคหนึ่ง หรือในกรณีจําเป็นเพื่อ ประโยชน์ในการจัดเก็บภาษี พนักงานเจ้าหน้าที่มีอํานาจมีหนังสือสอบถามผู้เช่าหรือผู้ครองทรัพย์สิน เพื่อให้ตอบข้อความตามแบบพิมพ์เช่นเดียวกันได้ และผู้เช่าหรือผู้ครองทรัพย์สินต้องตอบข้อสอบถาม ในแบบพิมพ์ดังกล่าว แล้วส่งคืนให้พนักงานเจ้าหน้าที่ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ สอบถาม ในกรณีเช่นนี้ผู้เช่าหรือผู้ครองทรัพย์สินต้องอยู่ในบทบังคับและมีความรับผิดเช่นเดียวกับ ผู้รับประเมินเพียงเท่าที่เกี่ยวกับการสอบถามข้อความ พ.ศ. ๒๔๗๕ เป็นต้นไป โดยบัญญัติว่า “ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๕ เป็นต้นไปให้ยกเลิกภาษีที่ดินซึ่งมิได้ใช้ต่อเนื่องกับ โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่าง อื่น ๆ ตามภาค ๒ มาตรา ๑๖, ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พุทธศักราช ๒๔๗๕” ๑๕ มาตรา ๑๖ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินแก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๕ ๑๖ มาตรา ๑๗ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินแก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๕ ๑๗ มาตรา ๑๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๖ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๐๑๘ ให้ผู้รับประเมิน ผู้เช่า หรือผู้ครองทรัพย์สินกรอกรายการในแบบพิมพ์ ตามความเป็นจริงตามความรู้เห็นของตนให้ครบถ้วน และรับรองความถูกต้องของข้อความดังกล่าว พร้อมทั้งลงวันที่ เดือน ปี และลายมือชื่อของตนกํากับไว้ แล้วส่งคืนไปยังพนักงานเจ้าหน้าที่แห่งท้องที่ ที่ทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่ การส่งแบบพิมพ์ตามวรรคหนึ่ง จะนําไปส่งด้วยตนเอง มอบหมายให้ผู้อื่นไปส่งแทน หรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนถึงพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ได้ ในกรณีที่ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ให้ถือว่าวันที่ส่งทางไปรษณีย์เป็นวันยื่นแบบ พิมพ์ มาตรา ๒๑ ท่านให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจพิจารณาแบบใบแจ้งรายการนี้ และถ้า เห็นจําเป็นก็ให้มีอํานาจสั่งให้ผู้รับประเมินแสดงรายการเพิ่มเติมละเอียดยิ่งขึ้น และถ้าจะเรียกให้นํา พยานหลักฐานมาสนับสนุนข้อความในรายการนั้นก็เรียกได้ มาตรา ๒๒ ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่มิได้รับคําตอบจากผู้รับประเมินภายในสิบวันหรือ ได้รับคําตอบอันไม่เพียงพอไซร้ ท่านให้มีอํานาจออกหมายเรียกผู้รับประเมินมา ณ สถานที่ซึ่ง เห็นสมควร และให้นําพยานหลักฐานในเรื่องอสังหาริมทรัพย์นั้น ๆ มาแสดงตามซึ่งเห็นจําเป็น กับให้มี อํานาจซักถามผู้รับประเมินในเรื่องใบแจ้งรายการนั้น มาตรา ๒๓ เพื่อประโยชน์ในการประเมิน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอํานาจที่จะเข้าไป ตรวจตราทรัพย์สินได้ด้วยตนเองต่อหน้าผู้รับประเมิน ผู้เช่า หรือผู้ครอง หรือผู้แทน ระหว่างเวลาพระ อาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตก และเมื่อผู้รับประเมิน ผู้เช่าหรือผู้ครองได้รับคําขอร้องแล้ว ก็จะต้องให้ ความสะดวกตามสมควรแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการตรวจตรานั้น ในการนี้ผู้รับประเมิน ผู้เช่าหรือผู้ ครองจะต้องได้รับแจ้งความเป็นลายลักษณ์อักษรให้ทราบไม่ต่ํากว่าสี่สิบแปดชั่วโมงก่อนตรวจ มาตรา ๒๔ เมื่อได้ไต่สวนตรวจตราแล้ว ให้เป็นหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่จะ กําหนด (ก) ประเภทแห่งทรัพย์สินตามมาตรา ๖ (ข) ค่ารายปีแห่งทรัพย์สิน (ค) ค่าภาษีที่จะต้องเสีย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งรายการตามที่ได้กําหนดไว้นั้นไปยังพนักงานเก็บภาษี ให้ พนักงานเก็บภาษีแจ้งรายการประเมินไปให้ผู้รับประเมินทรัพย์สินในท้องที่ของตนทราบโดยมิชักช้า มาตรา ๒๔ ทวิ๑๙ ผู้รับประเมินผู้ใดไม่ยื่นแบบพิมพ์แสดงรายการเพื่อเสียภาษี โรงเรือนและที่ดินตามมาตรา ๑๙ หรือยื่นแบบพิมพ์ไม่ถูกต้องตามความจริงหรือไม่บริบูรณ์ ให้ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอํานาจประเมินและให้มีการแจ้งการประเมินย้อนหลังให้ผู้รับประเมินเสียภาษี ตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่ประเมินได้ ๑๘ มาตรา ๒๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๔ ๑๙ มาตรา ๒๔ ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๗ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การประเมินตามวรรคหนึ่งให้กระทําได้ภายในกําหนดเวลาดังต่อไปนี้ (๑) ในกรณีไม่ยื่นแบบพิมพ์ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอํานาจดําเนินการตามมาตรา ๒๔ ย้อนหลังได้ไม่เกินสิบปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งระยะเวลาที่กําหนดให้ยื่นแบบพิมพ์ตามมาตรา ๑๙ (๒) ในกรณียื่นแบบพิมพ์ไม่ถูกต้องตามความจริงหรือไม่บริบูรณ์ ให้พนักงาน เจ้าหน้าที่มีอํานาจดําเนินการตามมาตรา ๒๔ ย้อนหลังได้ไม่เกินห้าปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งระยะเวลาที่ กําหนดให้ยื่นแบบพิมพ์ตามมาตรา ๑๙ มาตรา ๒๕ ผู้รับประเมินผู้ใดไม่พอใจในการประเมินไซร้ ท่านว่าอาจยื่นคําร้องต่อ อธิบดีกรมสรรพากร หรือสมุหเทศาภิบาลตามแต่จะได้กําหนดไว้ เพื่อขอให้พิจารณาการประเมินนั้น ใหม่ โดยวิธีการดังจะได้กล่าวต่อไป มาตรา ๒๖ คําร้องทุก ๆ ฉบับ ให้เขียนในแบบพิมพ์ซึ่งกรมการอําเภอจ่าย เมื่อผู้รับ ประเมินลงนามแล้วให้ส่งต่อกรมการอําเภอในท้องที่ซึ่งทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่ภายในเวลาสิบห้าวัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งความตามมาตรา ๒๔ นั้น เพื่อให้ส่งต่อไปยังอธิบดีกรมสรรพากร หรือ สมุหเทศาภิบาล แล้วแต่กรณี มาตรา ๒๗ ถ้าคําร้องยื่นภายหลังเวลาซึ่งกําหนดไว้ในมาตราก่อน ท่านให้อธิบดี กรมสรรพากร หรือสมุหเทศาภิบาลมีหนังสือแจ้งความให้ผู้รับประเมินทราบว่าหมดสิทธิที่จะให้ พิจารณาการประเมินใหม่ และจํานวนเงินซึ่งประเมินไว้นั้นเป็นจํานวนเด็ดขาด เมื่อเป็นดังนี้ห้ามไม่ให้ นําคดีขึ้นสู่ศาล เว้นแต่ในปัญหาข้อกฎหมายซึ่งอ้างว่าเป็นเหตุหมดสิทธินั้น มาตรา ๒๘ เมื่ออธิบดีกรมสรรพากรหรือผู้แทน หรือสมุหเทศาภิบาล แล้วแต่กรณี ได้รับคําร้องแล้ว มีอํานาจออกหมายเรียกผู้ร้องมาซักถาม แต่ต้องให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบวัน มาตรา ๒๙ ผู้ร้องผู้ใดไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกของอธิบดีกรมสรรพากรหรือผู้แทน หรือสมุหเทศาภิบาล หรือไม่ยอมให้ซักถาม หรือไม่ตอบคําถาม หรือไม่นําพยานหลักฐานมาสนับสนุน คําร้องของตนเมื่อเรียกให้นํามา ท่านว่าผู้นั้นหมดสิทธิที่จะขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ และจํานวน เงินซึ่งประเมินไว้นั้นเป็นจํานวนเด็ดขาด แต่ทั้งนี้ไม่ให้เป็นการปลดเปลื้องผู้ร้องให้พ้นจากความรับผิด ในการแจ้งความเท็จโดยเจตนาหรือโดยที่รู้อยู่แล้วว่าเป็นเท็จ มาตรา ๓๐ คําชี้ขาดของอธิบดีกรมสรรพากร หรือสมุหเทศาภิบาลนั้น ให้แจ้งไปยัง ผู้ร้องเป็นลายลักษณ์อักษร ถ้ามีการลดจํานวนเงินที่ประเมินไว้เป็นจํานวนเท่าใดก็ให้แจ้งไปยัง พนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อจะได้แก้ไขบัญชีการประเมินตามคําชี้ขาดนั้น มาตรา ๓๑ ผู้รับประเมินผู้ใดไม่พอใจในคําชี้ขาดของอธิบดีกรมสรรพากร หรือ สมุหเทศาภิบาล จะนําคดีไปสู่ศาลเพื่อแสดงให้ศาลเห็นว่าการประเมินนั้นไม่ถูกก็ได้ แต่ต้องทําภายใน สามสิบวัน นับแต่วันรับแจ้งความให้ทราบคําชี้ขาด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๘ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ถ้าอธิบดีกรมสรรพากร หรือสมุหเทศาภิบาลชี้ขาดว่าผู้รับประเมินหมดสิทธิที่จะให้ การประเมินของตนได้รับพิจารณาใหม่ตามมาตรา ๒๙ ห้ามไม่ให้นําคดีขึ้นสู่ศาล เว้นแต่ในปัญหา ข้อกฎหมายซึ่งอ้างว่าเป็นเหตุหมดสิทธินั้น ในกรณีที่ผู้รับประเมินซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจไม่พอใจในคําชี้ขาดตามวรรคหนึ่ง เนื่องจาก เห็นว่าจํานวนเงินซึ่งประเมินไว้นั้นมีจํานวนที่สูงเกินสมควร ให้รัฐวิสาหกิจนั้นนําเรื่องเสนอ คณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคําชี้ขาดตามมาตรา ๓๐ ในการนี้ คณะรัฐมนตรีมีอํานาจให้ลดหย่อนค่ารายปีให้แก่รัฐวิสาหกิจนั้นได้ตามที่เห็นสมควร มติของ คณะรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด ๒๐ มาตรา ๓๒ เมื่อคําพิพากษาที่สุดของศาลซึ่งแก้คําชี้ขาดของอธิบดีกรมสรรพากร หรือสมุหเทศาภิบาลนั้น ได้ส่งไปให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แก้บัญชีการ ประเมินให้ถูกต้องโดยเร็ว มาตรา ๓๓ การขอยกเว้น ขอให้ปลดภาษี หรือขอลดค่าภาษีตามความในภาค ๑ และภาค ๒ นั้น ผู้รับประเมินต้องเขียนลงในแบบพิมพ์ที่ยื่นต่อกรมการอําเภอทุก ๆ ปี พร้อมด้วย พยานหลักฐานที่จะสนับสนุน เพื่อว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะได้สามารถสอบสวนให้แน่นอนโดยการ ไต่สวน หรือวิธีอื่นว่าคําร้องขอนั้นมีมูลดีและควรจะให้ยกเว้นหรือปลดหรือลดภาษีเพียงใดหรือไม่ มาตรา ๓๔ ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่สั่งยกคําขอยกเว้นหรือคําขอให้ปลดภาษีหรือลด ค่าภาษีก็ให้แจ้งคําชี้ขาดไปยังผู้รับประเมิน และผู้รับประเมินมีสิทธิเช่นเดียวกับในเรื่องที่ได้บ่งไว้ใน หมวดนี้ที่ว่าด้วยการประเมิน มาตรา ๓๕ ในการกําหนดค่าภาษีนั้น เศษที่ต่ํากว่าครึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง ถ้าครึ่ง สตางค์ขึ้นไปให้นับเป็นหนึ่งสตางค์ มาตรา ๓๖ หนังสือแจ้งความและหมายเรียกตามพระราชบัญญัตินี้จะให้คนนําไปส่ง หรือจะส่งโดยทางจดหมายไปรษณีย์ลงทะเบียนก็ได้ ถ้าให้คนนําไปส่งเมื่อผู้ส่งไม่พบผู้รับไซร้ จะส่ง ให้แก่บุคคลใด ซึ่งมีอายุเกินยี่สิบปีที่อยู่ในบ้านเรือนหรือสํานักการค้าของผู้รับก็ได้ และการส่งเช่นนี้ให้ ถือว่าเป็นการพอเพียงตามกฎหมาย ถ้าหาตัวผู้รับมิได้และไม่มีบุคคลที่จะรับดังกล่าวข้างบนไซร้ ท่านว่าอาจส่งโดยวิธีปิด หนังสือแจ้งความหรือหมายนั้นในที่ที่เห็นได้ถนัดที่ประตูบ้านผู้รับ หรือโฆษณาในหนังสือพิมพ์ท้องที่ ก็ได้ มาตรา ๓๗ ถ้าผู้รับประเมินจะต้องลงนามในแบบพิมพ์ใดตามพระราชบัญญัตินี้ ท่านว่าจะมอบฉันทะเป็นลายลักษณ์อักษรให้ตัวแทนลงนามแทนก็ได้ ถ้าผู้รับประเมินได้รับหมายเรียก ๒๐ มาตรา ๓๑ วรรคสาม เพิ่มโดยพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๙ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตัวตามพระราชบัญญัตินี้ นอกจากที่กล่าวในหมายเรียกว่าต้องไปเอง ท่านว่าจะมอบฉันทะเป็น ลายลักษณ์อักษรให้ตัวแทนไปแทนตัวก็ได้ แต่พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องพอใจว่าผู้แทนนั้นได้รับมอบอํานาจโดยชอบตามประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หมวด ๒ การเก็บภาษี มาตรา ๓๘๒๑ ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีนําค่าภาษีไปชําระต่อพนักงานเก็บภาษีภายใน สามสิบวันนับแต่วันถัดจากวันที่ได้รับแจ้งการประเมิน ณ สํานักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นตั้งอยู่ หรือสถานที่อื่นที่ผู้บริหารท้องถิ่นกําหนดโดยประกาศ ล่วงหน้าไว้ ณ สํานักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นไม่น้อยกว่าสามสิบวัน การชําระภาษีจะชําระโดยการส่งธนาณัติ ตั๋วแลกเงินของธนาคาร หรือเช็คที่ธนาคาร รับรองทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังสถานที่ตามวรรคหนึ่งก็ได้ โดยสั่งจ่ายให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้น ๆ หรือโดยการชําระผ่านธนาคาร หรือโดยวิธีอื่นตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยกําหนด การชําระภาษีให้ถือว่าได้มีการชําระแล้วในวันที่พนักงานเก็บภาษีได้ลงลายมือชื่อใน ใบเสร็จรับเงิน เว้นแต่การชําระภาษีตามวรรคสองให้ถือว่าวันส่งทางไปรษณีย์ วันชําระผ่านธนาคาร หรือวันชําระโดยวิธีอื่นตามที่กําหนด แล้วแต่กรณี เป็นวันชําระภาษี มาตรา ๓๘ ทวิ๒๒ การชําระค่าภาษีตามพระราชบัญญัตินี้ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยจะกําหนดให้มีการผ่อนชําระก็ได้ วงเงินค่าภาษีที่จะมีสิทธิผ่อนชําระ รวมทั้งหลักเกณฑ์และวิธีการในการผ่อนชําระ ให้ เป็นไปตามที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๓๙ ถ้ามีผู้ยื่นฟ้องต่อศาลตามความในมาตรา ๓๑ ท่านห้ามมิให้ศาลประทับ เป็นฟ้องตามกฎหมาย เว้นแต่จะเป็นที่พอใจศาลว่าผู้รับประเมินได้ชําระค่าภาษีทั้งสิ้นซึ่งถึงกําหนด ต้องชําระ เพราะเวลาซึ่งท่านให้ไว้ตามมาตรา ๓๘ นั้น ได้สิ้นไปแล้ว หรือจะถึงกําหนดชําระระหว่างที่ คดียังอยู่ในศาล ถ้าศาลตัดสินให้ลดค่าภาษี ท่านให้คืนเงินส่วนที่ลดนั้นภายในสามเดือน โดยไม่คิดค่า อย่างใด มาตรา ๔๐ ค่าภาษีนั้น ท่านให้เจ้าของทรัพย์สินเป็นผู้เสีย แต่ถ้าที่ดินและโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ เป็นของคนละเจ้าของ เจ้าของ โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ ต้องเสียค่าภาษีทั้งสิ้น ในกรณีเช่นนั้นถ้าเจ้าของโรงเรือนหรือสิ่ง ๒๑ มาตรา ๓๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๓ ๒๒ มาตรา ๓๘ ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๑๐ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ ไม่เสียภาษี ท่านว่าการขายทรัพย์สินทอดตลาดของผู้นั้นตามมาตรา ๔๔ ให้รวม ขายสิทธิใด ๆ ในที่ดินอันเจ้าของโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ ยังคงมีอยู่นั้นด้วย มาตรา ๔๑ ถ้าผู้รับประเมินยื่นคําร้องและปรากฏว่าผู้รับประเมินได้เสียหายเพราะ ทรัพย์สินว่างลงหรือทรัพย์สินชํารุดถึงจําเป็นต้องซ่อมแซมในส่วนสําคัญ ท่านว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะ ลดค่าภาษีลงตามส่วนที่เสียหาย หรือปลดค่าภาษีทั้งหมดก็ได้ ถ้าผู้ร้องไม่พอใจ ท่านว่าจะร้องขอให้อธิบดีกรมสรรพากร หรือสมุหเทศาภิบาล พิจารณาอีกชั้นหนึ่งก็ได้ คําตัดสินของอธิบดีกรมสรรพากรหรือสมุหเทศาภิบาลนั้น ท่านว่าเป็น คําตัดสินเด็ดขาด หมวด ๓ ค่าภาษีค้าง มาตรา ๔๒ ถ้าค่าภาษีมิได้ชําระภายในเวลาที่ได้กําหนดในหมวด ๒ ไซร้ ท่านว่าเงิน ค่าภาษีนั้นค้างชําระ มาตรา ๔๓ ถ้าเงินค่าภาษีค้างชําระ ท่านให้เพิ่มจํานวนขึ้นดังอัตราต่อไปนี้ (๑) ถ้าชําระไม่เกินหนึ่งเดือนนับแต่วันพ้นกําหนดเวลาที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๘ ให้เพิ่มร้อยละสองครึ่งแห่งค่าภาษีที่ค้าง (๒) ถ้าเกินหนึ่งเดือนแต่ไม่เกินสองเดือน ให้เพิ่มร้อยละห้าแห่งค่าภาษีที่ค้าง (๓) ถ้าเกินสองเดือนแต่ไม่เกินสามเดือน ให้เพิ่มร้อยละเจ็ดครึ่งแห่งค่าภาษีที่ค้าง (๔) ถ้าเกินสามเดือนแต่ไม่เกินสี่เดือน ให้เพิ่มร้อยละสิบแห่งค่าภาษีที่ค้าง มาตรา ๔๔๒๓ ถ้ามิได้มีการชําระค่าภาษีและเงินเพิ่มภายในสี่เดือนตามมาตรา ๔๓ ให้ผู้บริหารท้องถิ่นมีอํานาจออกคําสั่งเป็นหนังสือให้ยึด อายัด หรือขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ซึ่ง ค้างชําระค่าภาษีเพื่อนําเงินมาชําระเป็นค่าภาษี เงินเพิ่ม ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายโดยมิต้องขอให้ ศาลสั่งหรือออกหมายยึด การยึด อายัด หรือขายทอดตลาดทรัพย์สินตามวรรคหนึ่ง ให้ปฏิบัติตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งโดยอนุโลม มาตรา ๔๕ ถ้าค่าภาษีค้างอยู่และยังมิได้ชําระขณะเมื่อทรัพย์สินได้โอนกรรมสิทธิ์ ไปเป็นของเจ้าของใหม่โดยเหตุใด ๆ ก็ตาม ท่านว่าเจ้าของคนเก่าและคนใหม่เป็นลูกหนี้ค่าภาษีนั้น ร่วมกัน ภาค ๔ บทกําหนดโทษ ๒๓ มาตรา ๔๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๓ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๑๑ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๔๖ ผู้ใดละเลยไม่แสดงข้อความตามที่กล่าวไว้ในมาตรา ๒๐ เว้นแต่จะเป็น ด้วยเหตุสุดวิสัย ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท มาตรา ๔๗ ผู้ใดโดยรู้อยู่แล้วหรือจงใจละเลยไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกของพนักงาน เจ้าหน้าที่ ไม่แจ้งรายการเพิ่มเติมละเอียดยิ่งขึ้นเมื่อเรียกร้อง ไม่นําพยานหลักฐานมาแสดง หรือไม่ ตอบคําถามเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ซักถาม ตามความในมาตรา ๒๑ และ ๒๒ ท่านว่าผู้นั้นมีความผิด ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท มาตรา ๔๘ ผู้ใด (ก) โดยรู้อยู่แล้วหรือจงใจยื่นข้อความเท็จ หรือให้ถ้อยคําเท็จ หรือตอบคําถามด้วย คําอันเป็นเท็จหรือนําพยานหลักฐานเท็จมาแสดง เพื่อหลีกเลี่ยงหรือจัดหาทางให้ผู้อื่นหลีกเลี่ยงการ คํานวณค่ารายปีแห่งทรัพย์สินตามที่ควรก็ดี (ข) โดยความเท็จ โดยเจตนาละเลย โดยฉ้อโกง โดยอุบาย หรือโดยวิธีการอย่างหนึ่ง อย่างใดทั้งสิ้นที่จะหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการคํานวณค่ารายปีแห่งทรัพย์สินของตนตามที่ ควรก็ดี ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าร้อย บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ประกาศมา ณ วันที่ ๑๙ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๗๕ เป็นปีที่ ๘ ในรัชกาลปัจจุบัน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๑๒ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บัญชีแสดงท้องที่ใช้พระราชบัญญัติภาษี โรงเรือนและที่ดิน พุทธศักราช ๒๔๗๕ ๒๔ เขตจังหวัดพระนคร ทิศตะวันตก ฝั่งตะวันออกของแม่น้ําเจ้าพระยา ตั้งแต่ปากคลองบางซื่อ ตลอดลง มาถึงปากคลองวัว ทิศเหนือ ตั้งแต่ปากคลองบางซื่อไปตามลําคลองเข้าคลองเปรมประชากร เข้าคลอง ประปาที่หลักเขตหมาย ภ.ร.ด. ๑ ตามลําคลองประปาไปถึงหลักเขตหมาย ภ.ร.ด. ๒ หักไปทางทิศ ตะวันออกตรงไปหลักเขตหมาย ภ.ร.ด. ๓ ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองเปรมประชากร ตามลําคลองนั้นไปทาง เหนือถึงคลองขุดเจ้าพระยาวรพงศ์ เข้าคลองขุดนั้นไปถึงหลักเขตหมาย ภ.ร.ด. ๔ ซึ่งตั้งอยู่ริมทาง รถไฟ ทิศตะวันออก ตั้งแต่หลักเขตหมาย ภ.ร.ด. ๔ ไปทางทิศใต้ตามทางรถไฟถึงคลอง ประปา ตามคลองประปาไปทางทิศใต้และเลี้ยวเข้าคลองสามเสน ตามลําคลองสามเสนไปทางทิศ ตะวันออกเข้าคลองบางกระสัน ตามลําคลองนั้นไปออกคลองบางกะปิ ตามลําคลองบางกะปิไปทางทิศ ตะวันออกถึงหัวถนนแหม่มโคล์ ไปตามแนวถนนนั้นตรงไปถึงหลักเขตหมาย ภ.ร.ด. ๗ อันตั้งอยู่ที่มุม ข้อศอกคลองไผ่สิงห์โต (และในระวางหัวถนนแหม่มโคล่ถึงหลักเขตหมาย ภ.ร.ด. ๗ นั้น ให้ขยายเขต ไปทางทิศตะวันออกอีก ๑๐ เส้น ถึงหลักเขตหมาย ภ.ร.ด. ๕ และ ภ.ร.ด. ๖) ตั้งแต่หลักเขตหมาย ภ.ร.ด. ๗ นั้น ไปตามลําคลองไผ่สิงห์โตทางทิศตะวันตก ถึงทางรถไฟสายช่องนนทรี ตามทางรถไฟนั้น ไปทางทิศใต้ถึงหลักเขตหมาย ภ.ร.ด. ๘ หักไปทางทิศตะวันออกตามแนวทางเดินถึงหลักเขตหมาย ภ.ร.ด. ๙ ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองไผ่สิงห์โต ตามลําคลองนั้นไปทางทิศใต้เข้าคลองหัวลําโพง เลี้ยวไปทางทิศ ตะวันออกเข้าคลองเตยและตามลําคลองเตยไปออกแม่น้ําเจ้าพระยา ทิศใต้ ฝั่งตะวันออกของแม่น้ําเจ้าพระยา ตั้งแต่ปากคลองเตยมาทางทิศตะวันตกถึง ทางรถไฟสายช่องนนทรีริมคลองวัดช่องลม ตามทางรถไฟนั้นมาถึงหลักเขตหมาย ภ.ร.ด. ๑๐ ซึ่งตั้งอยู่ ที่หัวถนนศรีบําเพ็ญ ตามถนนศรีบําเพ็ญ ถนนเย็นอากาศถึงคลองมหาเมฆ ตามลําคลองนั้นไปทางทิศ เหนือแล้วเลี้ยวเข้าลําคูไปทางทิศตะวันออกเข้าถนนงามดูพลี ตามถนนงามดูพลีไปออกถนนสาธร ตาม ถนนนั้นไปออกถนนเจริญกรุง (และในระวางตั้งแต่ที่ถนนงามดูพลีจดถนนสาธรถึงที่ถนนสาธรจดถนน เจริญกรุงนั้น ให้ขยายเขตไปทางทิศใต้ ๑๕ เส้น เสมอกับเขตสุขาภิบาล) ตั้งแต่ที่ถนนสาธรจดถนน เจริญกรุง ตามถนนเจริญกรุงไปทางทิศใต้เข้าตรอกป่าช้าจีน ไปถึงหลักเขตหมาย ภ.ร.ด. ๑๑ อันตั้งอยู่ เชิงสะพานคอนกรีต แล้วเข้าตรอกหลังป่าช้าจีนไปทางทิศใต้ถึงหลักเขตหมาย ภ.ร.ด. ๑๒ เลี้ยวตาม ทางเดินไปทางทิศตะวันออกถึงหลักเขตหมาย ภ.ร.ด. ๑๓ ออกถนนซอยสะพานที่ ๒ ตรงไปถึงตรอก จันทร์ ตามตรอกนั้นไปทางทิศตะวันตกเข้าถนนซอยที่ ๒ ตามถนนนั้นไปถึงหลักเขตหมาย ภ.ร.ด. ๑๔ ตามทางเดินขึ้นสะพานยาวตรอกบางขวางถึงหลักเขตหมาย ภ.ร.ด. ๑๕ ไปทางทิศใต้ถึงหลักเขตหมาย ๒๔ บัญชีแสดงท้องที่ใช้พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พุทธศักราช ๒๔๗๕ แก้ไขเพิ่มเติม โดยประกาศกําหนดเขตต์ท้องที่ใช้พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พุทธศักราช ๒๔๗๕ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๑๓ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ภ.ร.ด. ๑๖ ซึ่งตั้งอยู่ที่สะพานยาวบ้านใหม่ ไปตามสะพานนั้นทางทิศตะวันตกถึงหลักเขตหมาย ภ.ร.ด. ๑๗ เลี้ยวไปทางทิศใต้ถึงหลักเขตหมาย ภ.ร.ด. ๑๘ เลี้ยวไปทางทิศตะวันตกถึงหลักเขตหมาย ภ.ร.ด. ๑๙ ตามทางเดินไปถึงหลักเขตหมาย ภ.ร.ด. ๒๐ และเลี้ยวตามทางนั้นไปถึงหลักเขตหมาย ภ.ร.ด. ๒๑ หักไปทางทิศตะวันออกถึงหลักเขตหมาย ภ.ร.ด. ๒๒ ตรงไปถึงหลักเขตหมาย ภ.ร.ด. ๒๓ และ ภ.ร.ด. ๒๔ ไปตามทางเดินถึงหลักเขตหมาย ภ.ร.ด. ๒๕ ซึ่งตั้งอยู่ที่ปลายสะพานยาวตรอกนางบางไปตาม สะพานนั้นถึงหลักเขตหมาย ภ.ร.ด. ๒๖ อันตั้งอยู่ที่มุมสุเหร่าเลียบเขตสุเหร่าไปทางทิศใต้ถึงหลักเขต หมาย ภ.ร.ด. ๒๗ ตรงไปถึงหลักเขตหมาย ภ.ร.ด. ๒๘ แล้วไปตามลําคูถึงหลักเขตหมาย ภ.ร.ด. ๒๙ อันตั้งอยู่ริมคลองสวนหลวง ตามลําคลองนั้นไปทางทิศตะวันออกถึงหลักเขตหมาย ภ.ร.ด. ๓๐ อัน ตั้งอยู่ริมคลองสวนหลวงเลี้ยวตามสะพานไปตามทางเดินตรอกสุเหร่าเก่าถึงหลักเขตหมาย ภ.ร.ด. ๓๑ ตรงไปถึงหลักเขตหมาย ภ.ร.ด. ๓๒ เลี้ยวไปทางทิศตะวันตกถึงหลักเขตหมาย ภ.ร.ด. ๓๓ แล้วไปทาง ทิศใต้ถึงหลักเขตหมาย ภ.ร.ด. ๓๔ เลี้ยวไปทางทิศตะวันตกถึงหลักเขตหมาย ภ.ร.ด. ๓๕ แล้วไปทาง ทิศใต้ถึงหลักเขตหมาย ภ.ร.ด. ๓๖ อันตั้งอยู่ที่คลองวัว ตามลําคลองวัวไปทางทิศใต้ออกลําน้ํา เจ้าพระยา เขตจังหวัดธนบุรี ทิศเหนือ ตั้งแต่ปากคลองบางกอกน้อยฝั่งใต้ไปตามลําคลองบางกอกน้อยถึงที่ตรงหัว ถนนบ้านจาก ทิศตะวันตก ตั้งแต่ที่ตรงหัวถนนบ้านจาก หลังวัดอัมรินทร์ตามถนนบ้านจาก ถนน บ้านช่างหล่อ และถนนสวนอนันต์ จดเขตวัดพระยาธรรม หักมาทางตะวันออกลงคลองวัดพระยา ธรรมถึงคลองมอญ ข้ามคลองมอญไปเข้าคลองวัดนากกลางและตามลําคลองนั้นไปเข้าคลองวัดอรุณ ไปตามคลองนั้นทางทิศตะวันตกหักเข้าคูวัดอรุณผ่านหน้าปรกเลี้ยวเข้าถนนโพธิ์สามต้นไปทางทิศ ตะวันตกเลี้ยวเข้าถนนเจริญพาศน์มาตามถนนนั้นทางทิศใต้ หักเข้าตรอกบ้านลาวเหนือ กุฎีเจ้าเซ็น ไป ตามคลองวัดราชสิทธารามทางใต้ ออกคลองบางกอกใหญ่ ตามลําคลองนั้นไปทางตะวันตกถึงคลอง บางไส้ไก่ (ข้างที่ว่าการกิ่งอําเภอบุบผาราม) เข้าคลองบ้านสมเด็จไปถึงหัวห้องแถวตลาดแขก เลี้ยวเข้า ตรอกหลังตลาดแขกไปตามตรอกนั้นถึงคลองวัดน้อยใหม่ เลี้ยวเข้าคลองนั้นไปทางทิศตะวันตกออก คลองบางไส้ไก่ตอนปลายไปตามลําคลองบางไส้ไก่ทางใต้ถึงทางรถไฟสายแม่กลอง ทิศใต้ ตั้งแต่ที่ทางรถไฟสายแม่กลองผ่านกับคลองบางไส้ไก่ตามทางรถไฟมาทางทิศ ตะวันออกถึงแม่น้ําเจ้าพระยา ทิศตะวันออก ตั้งแต่ปากคลองบางกอกน้อยฝั่งใต้ เลียบฝั่งแม่น้ําเจ้าพระยาลงมาทาง ทิศใต้ ถึงสถานีรถไฟคลองสานบรรจบกับปลายเขตทางทิศใต้ ลําน้ําเจ้าพระยา ทิศเหนือ เส้นตรงตั้งแต่ปากคลองบางกอกน้อยฝั่งใต้ ข้ามลําน้ําเจ้าพระยามาฝั่ง ตะวันออกตรงที่ว่าการกรมทหารราบ ๒ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๑๔ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทิศใต้ เส้นตรงตั้งแต่ท่าเรือของสถานีรถไฟคลองสาน ข้ามลําน้ําเจ้าพระยามาฝั่ง ตะวันออกตรงปากคลองผดุงกรุงเกษมฝั่งใต้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๑๕ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประกาศกําหนดเขตต์ท้องที่ใช้พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พุทธศักราช ๒๔๗๕๒๕ พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินแก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๕ ๒๖ มาตรา ๒ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ฉะบับที่ ๓) พุทธศักราช ๒๔๘๕ ๒๗ มาตรา ๒ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๔ ๒๘ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๑๙ บรรดาค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินที่รัฐวิสาหกิจใดยังมิได้ดําเนินการชําระ หรือค้างชําระอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้รัฐวิสาหกิจนั้นชําระให้เสร็จสิ้นภายในหนึ่งปี นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ แต่ในกรณีที่รัฐวิสาหกิจใดที่ค้างชําระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดิน เป็นรัฐวิสาหกิจที่ประกอบกิจการสาธารณูปโภค หรือสาธารณูปการตามที่คณะรัฐมนตรีกําหนด ก็ให้ ค่าภาษีที่ค้างชําระนั้นเป็นอันพับไป บทบัญญัติตามวรรคหนึ่ง ไม่ก่อให้เกิดสิทธิเรียกคืนค่าภาษีหากได้มีการชําระไปแล้ว ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๒๐ ผู้ใดมีหน้าที่เสียภาษีให้แก่กรุงเทพมหานคร เทศบาล เมืองพัทยา สุขาภิบาล หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัด แล้วแต่กรณี แต่ยังมิได้ยื่นแบบพิมพ์แสดงรายการ ทรัพย์สินเพื่อเสียภาษี หรือยังมิได้ชําระภาษี หรือชําระภาษียังไม่ครบถ้วน หากผู้นั้นได้ติดต่อขอชําระ ภาษีตามมาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พุทธศักราช ๒๔๗๕ และได้นําเงินค่าภาษีไปชําระต่อพนักงานเก็บภาษีภายในกําหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้ บังคับ ให้ผู้นั้นได้รับยกเว้นโทษทางอาญาและไม่ต้องเสียค่าปรับหรือเงินเพิ่ม สําหรับเงินค่าภาษีในส่วน ที่มีอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ๒๕ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๔๙/-/หน้า ๑๓๐/๒๙ พฤษภาคม ๒๔๗๕ ๒๖ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๔๙/-/หน้า ๒๕๙/๑๔ สิงหาคม ๒๔๗๕ ๒๗ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๙/ตอนที่ ๒๙/หน้า ๙๐๑/๒๘ เมษายน ๒๔๘๕ ๒๘ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๘/ตอนที่ ๑๙๖/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๓๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๑๖ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๑ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยเหตุที่การจัดเก็บภาษีในปัจจุบัน มีขั้นตอนมาก และยังมีวิธีการที่จํากัด อีกทั้งการจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินจากรัฐวิสาหกิจยังไม่มี บทบัญญัติที่ชัดเจนและเป็นธรรมพอ ดังนั้น เพื่ออํานวยความสะดวกในการชําระภาษีและเพื่อให้การ คิดคํานวณภาษีเกิดความเป็นธรรมยิ่งขึ้น สมควรปรับปรุงวิธีการในการจัดเก็บและการชําระภาษีทั้ง ของรัฐวิสาหกิจและของประชาชนเสียใหม่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น นอกจากนั้น เพื่อเร่งรัดให้มีการชําระ ภาษีที่ค้างชําระเพื่อนําไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาท้องถิ่นต่อไป สมควรกําหนดเวลาให้มีการนําภาษี ที่ค้างมาชําระภายในกําหนด โดยยกเว้นโทษทางอาญา รวมทั้งเงินเพิ่ม และค่าปรับต่าง ๆ ให้ จึง จําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๓ ๒๙ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๖ ในกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติให้ผู้รับประเมินยื่นคําร้องขอให้พิจารณา ประเมินใหม่ได้ ให้ผู้บริหารท้องถิ่นเป็นผู้ชี้ขาด เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น ทั้งนี้ ผู้บริหารท้องถิ่นอาจมอบอํานาจและหน้าที่ดังกล่าวให้หน่วยงานอื่นของรัฐดําเนินการแทนก็ได้ มาตรา ๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติสภาตําบล และองค์การบริหารส่วนตําบล พ.ศ. ๒๕๓๗ กําหนดให้มีองค์การบริหารส่วนตําบลและเป็นราชการ ส่วนท้องถิ่นเพิ่มขึ้นอีกประเภทหนึ่ง สมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือนและที่ดิน เพื่อให้ครอบคลุมถึงการเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินในเขตองค์การบริหารส่วนตําบล นอกจากนี้โดยที่ ถ้อยคําเกี่ยวกับราชการส่วนท้องถิ่นในกฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือนและที่ดินมีใช้อยู่หลายคําตาม รูปแบบของราชการส่วนท้องถิ่นซึ่งมีอยู่หลากหลาย สมควรปรับปรุงถ้อยคําดังกล่าวเพื่อให้ครอบคลุม ถึงราชการส่วนท้องถิ่นทุกประเภท จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ๒๙ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๗/ตอนที่ ๑๖ ก/หน้า ๓๘/๗ มีนาคม ๒๕๔๓ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ๑๗ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หยก/ปรับปรุง ๑๗ เมษายน ๒๕๕๖ อุดมลักษณ์/ตรวจ ๒๓ เมษายน ๒๕๕๖
ที่มา: ดูแหล่งข่าวเดิม เปิดในแท็บใหม่
แชร์ข่าวนี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวล่าสุดจากหมวดเดียวกัน
ข่าวประชาสัมพันธ์ · 23 ก.ย. 2569
✨️ขอเชิญร่วมงานประเพณีตักบาตรเทโว ณ จังหวัดอุทัยธานี ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 26 - 27 ตุลาคม 2569 ณ บริเวณลานวัดสังกัสรัตนคีรี และห้าแยกวิทยุ
อ่านข่าวข่าวประชาสัมพันธ์ · 22 ก.ย. 2569
ประเพณีตักบาตรเทโว 26-27 ตุลาคม 2569 นี้มาเที่ยวอุทัยธานีนะคะ
อ่านข่าวข่าวประชาสัมพันธ์ · 27 ส.ค. 2569
